นายแลน ทรบุรุษ ตอนที่ 2

กระทู้สนทนา
และแล้ววันแห่งการชำระความก็มาถึงจนได้ หลังจากที่ได้พักผ่อนจนหนำใจ นายแลน ก็ไม่รอช้าที่จะสานต่อความนึกสนุกของตนเอง เขาออกคำสั่งเด็ดขาดให้ลูกน้องไปลากคอเด็กเมื่อวานซืนจำนวน 5 คนมาขึ้นศาล โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือทุกคนจะต้องเป็นผู้หญิง และที่สำคัญที่สุด พวกเธอต้องเป็นเจ้าของคอมเมนต์ปั่นกระแสสุดฮิตในโลกโซเชียล—ซึ่งในสายตาของนายแลนแล้ว มันช่างเป็นคำพูดที่งี่เง่าและไม่น่าจะได้รับความนิยมเอาเสียเลย

​เด็กสาวทั้ง 5 คนที่ถูกคุมตัวมานั้น ต่างก็เป็นต้นคิดของประโยคฮิตติดเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ตัดพ้อประชดประชันอย่าง "ขอโทษที่สบตาคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต" หรือประโยคหวงกว้างแบบไร้สาระอย่าง "ไม่เล่น/ครอบครัว/ตัวฉัน/สัตว์เลี้ยง/เพื่อน/ญาติ/คนใกล้ตัว/คนทั้งโลก" รวมไปถึงรหัสตัวเลขปั่นๆ อย่าง "67"

​การจับตัวเด็กสาวเหล่านี้มาขึ้นศาล ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความไร้เดียงสาอันน่ารำคาญของพวกเด็กที่ไม่รู้จักโลกภายนอก และคิดว่าโลกโซเชียลคือทั้งหมดของชีวิต แต่ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้... พวกเธอทั้งหมดก็จะได้เริ่ม ‘มีเดียงสา’ และได้สัมผัสกับรสชาติของความจริงอันโหดร้ายกันเสียที ซึ่งงานนี้เชื่อมือในความเด็ดขาดของนายแลนได้เลย

...

​เมื่อเด็กสาวทั้ง 5 คนถูกนำตัวขึ้นมาเผชิญหน้าบนชั้นศาล นายแลน ก็สั่งให้เปิดระบบถ่ายทอดสดไปทั่วโลกในทันที เขาจ้องมองลงมาจากบัลลังก์ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบฉะฉานว่า

​"พวกเธอทำผิดกฎหมายขั้นรุนแรง"

​คำประกาศนั้นทำให้หนึ่งในเด็กสาวถึงกับหน้าถอดสี เธอรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

"ข้อหาอะไรเหรอคะ..."

​นายแลนเหยียดยิ้มก่อนจะตอบกลับไปสั้นๆ ว่า "ข้อหา Brainrot"

​ทันทีที่คำพิพากษาหลุดออกมา ผู้ชมทางบ้านที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดอยู่ต่างพากันอุทานและวิพากษ์วิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันในโลกออนไลน์ว่า “นายแลนมันมั่วนิ่มกันเห็นๆ ข้อหาบ้าบออะไรแบบนี้มันมีที่ไหนกัน!”

​ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนจากระบบเทคโนโลยีลับในหมวดหมู่ขยะของนายแลนก็ดังรัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาได้เห็นข้อความสบประมาทเหล่านั้น นายแลนจึงหันไปเผชิญหน้ากับกล้องถ่ายทอดสดแล้วประกาศกร้าวกลางศาลด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทันที

​"บทลงโทษทางกฎหมายข้อหา Brainrot มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป! อนุมัติโดยตัวผมเอง... เพราะผมมีอำนาจที่สุดในจักรวาลนี้!"

​คำประกาศกร้าวที่ไร้ซึ่งเหตุผลทางกฎหมายใดๆ ทำเอาผู้ชมทางบ้านทั่วทั้งโลกถึงกับตกตะลึงและดิ่งสู่ความสิ้นหวังอย่างสลดหดหู่ เพราะพวกเขารู้แล้วว่าไม่มีสิ่งใดจะสามารถหยุดยั้งความเอาแต่ใจของชายคนนี้ได้เลย ขณะเดียวกัน เด็กสาวทั้ง 5 คนบนศาลก็เริ่มหลั่งน้ำตาและร้องไห้โฮออกมาด้วยความขวัญเสีย เพราะตระหนักดีถึงชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า พวกเธอไม่มีทางรอดพ้นจากจุดจบอันเลวร้ายในเงื้อมมือของนายแลนไปได้อย่างแน่นอน

...

​นายแลน สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดให้เจ้าหน้าที่ตรงเข้าฉีดยาสลบแก่เด็กสาวทั้ง 5 คนในทันที เมื่อสารเคมีออกฤทธิ์จนร่างของพวกเธอแน่นิ่งไป พวกเธอก็ถูกนำตัวจับใส่เข็นเข้าไปในกรงเหล็กขนาดใหญ่รวมกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลากกรงนั้นตามหลังนายแลนลึกเข้าไปในตัวอาคาร จนกระทั่งมาหยุดอยู่ภายนอกประตูเหล็กบานยักษ์หนาแน่นห้องหนึ่ง

​นายแลนหันหลังกลับมามองกลุ่มลูกน้องก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"นี่คือห้องส่วนตัวของผม เดี๋ยวผมจะจัดการทั้งหมดเอง พวกคุณไปได้แล้ว"

​ห้องบานนี้คือห้องแห่งความลับสุดยอดที่นายแลนไม่เคยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่หรือลูกน้องหน้าไหนย่างกรายเข้ามาได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว ลึกๆ แล้วเขาไม่ได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจในคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาระแวงอยู่เสมอว่าพวกมันอาจจะหาโอกาสทรยศหักหลังเขาเข้าในสักวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการกระทำครั้งถัดไปที่กำลังจะมาถึงนี้... มันเป็นสิ่งที่มีความรุนแรงและเกินกว่าที่มนุษย์ปกติทั่วไปจะคาดเดาหรือรับได้ ถ้าหากบุคคลนั้นไม่ได้มีความต่ำช้าในกมลสันดานอย่างแท้จริงเหมือนอย่าง ‘ทรบุรุษ’ คนนี้

...

นายแลนได้ทำการมัดเชือกเด็กสาวทั้ง 5 คนผูกติดไว้กับเสา และได้จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทุกๆคน เมื่อทุกคนฟื้นจากยาสลบ นายแลนก็ได้ทำการฉีกเสื้อผ้าทุกๆคน และตอนนี้พวกเธอก็ได้อยู่ในสภาพโป๊เปลือย อวัยวะเพศขาวจั๊วะ

นายแลนไล่ข่มขืนทีละคน เด็กสาวคนแรกกรีดร้องลั่นทั้งน้ำตา ร้องขอความเมตตาที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับสัตว์เดรัจฉานอันไร้จิตสำนึก ในคราบมนุษย์ทรบุรุษอย่างเขา

นายแลนได้ข่มขืนแล้วสำเร็จความใคร่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กสาว เด็กสาวถึงกับปัสสาวะราดตามที่นายแลนคาดไว้ไม่มีผิด เขาได้เตรียมภาชนะรองรับปัสสาวะของทุกคน อย่างที่เขาได้คิดไว้ล่วงหน้าแล้ว

จากนั้นนายแลนก็ได้ข่มขืนเด็กสาวคนถัดมา และก็ข่มขืนไปเรื่อยๆจนครบทั้ง 5 คน ทุกคนได้ปัสสาวะราดสมดั่งที่นายแลนปรารถนา

นายแลนคนวิปริตไม่รอช้า ไล่ชิมน้ำเหลืองๆเหม็นๆจากภาชนะไปทีละคน สุดท้ายเขาก็ได้ซดหมดจนหยดสุดท้าย ครบทั้ง 5 ภาชนะกันเลยทีเดียว และเขาก็ได้เอ่ยขึ้นมาเสียงดังอย่างหน้าไม่อาย ต่อหน้าเด็กสาวทั้ง 5 คน

"เยี่ยวพวกเธอนี่มันโคตรอร่อยจริงๆเลยว่ะ!"

และแล้วเขาก็ได้ขังพวกเธอให้อยู่ในนั้นไปตลอดชีวิต เพราะกลัวว่าพวกเธอจะเอาเรื่องไปบอกคนอื่น และอาจจะเป็นภัยใกล้ตัวให้แก่เขา เพราะอย่างที่บอกก็คือ เขาไม่เชื่อใจลูกน้อง หนมน้าจะต้องไม่เกิดขึ้นกับเขาเด็ดขาด

ระหว่างที่เขากำลังเดินออกไปจากห้องนรกนี้ เด็กสาวคนหนึ่งก็ได้ถามอย่างหมดอาลัย "ทำไมไม่ฆ่าหนูให้ตายไปเลยล่ะคะ..."

นายแลนจึงตอบด้วยน้ำเสียงอุบาทว์ "รีบตายมันก็ไม่สะใจสิจ๊ะ... ที่รัก"

และแล้วนายแลนก็ได้เดินจากไป ปล่อยให้พวกเด็กไร้สาระจมอยู่กับรสชาติของบทลงโทษทาง 'กฎหมาย' ที่สถานหนักยิ่งกว่า 'ประหารชีวิต'

...

หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนแห่งพฤติกรรมอันอำมหิตผิดมนุษย์มนาไปแล้ว นายแลน กลับไม่ได้มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ ซ้ำยังสามารถเอนกายลงนอนหลับฝันดีได้อย่างหน้าตาเฉยภายในบ้านพักหลังใหม่ ซึ่งถูกสร้างซ่อนอยู่ชั้นในสุดของศาลใหญ่นั่นเอง ชายหนุ่มจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอันแสนหวานยาวนานไปจนถึงเช้าวันถัดมา

​แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นรับอรุณรุ่ง นายแลนกลับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อได้พบกับ ยมทูต ตนเดิมที่มายืนรออยู่แล้ว แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับเอ่ยทักทายออกไปอย่างติดตลกตามประสาคนหยิ่งยโสในอำนาจ

​"ผลงานของผมสุดยอดขนาดนี้... รอบนี้ผมคงจะได้รางวัลเป็นขอพรเพิ่มอีกข้อล่ะสิเนี่ย ว่าแต่ทำไมจินนี่ถึงขี้เกียจจังเลยนะ ส่งท่านมาแทนตลอดเลย"

​ทว่าในครั้งนี้ ยมทูตไม่ได้นิ่งเฉยเหมือนทุกที บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันมหาศาล ยมทูตเอ่ยขึ้นด้วยความพิโรธอย่างถึงที่สุด

​"เจ้านี่มันต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน... ตายซะเถอะ!"

​คำประกาศกร้าวนั้นทำให้นายแลนถึงกับหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ทว่าอาการขวัญเสียนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่อึดใจ เพราะคนสมองธรรมดาแต่ไร้จิตสำนึกและไร้มนุษยธรรมอย่างเขากลับนึกขึ้นได้ว่า สำหรับเขาแล้ว เรื่องนรกสวรรค์หรือยมทูตมันก็เป็นแค่เรื่องเหลวไหลไร้สาระทั้งเพ เมื่อคิดได้ดังนั้น นายแลนจึงสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวนแฝงความสมเพชว่า

​"ถ้าท่านคิดจะพาผมไปนรกจริงๆ ล่ะก็... ผมจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ"

​นายแลนเหยียดยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ก่อนจะทิ้งท้ายคำพูดสุดกวนประสาท

​"นรก... ก็แค่ชื่อน้ำพริกเท่านั้นแหละ!"

​สิ้นประโยคตอกหน้าอันสามหาวนั้น ร่างของยมทูตก็พลันหายวับไปกับตาในทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและนายแลนที่ยังคงยืนหยัดอยู่เหนือทุกสรรพสิ่งในจักรวาลตามเดิม

...

​ทว่าความทนงตนนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อ นายแลน เอื้อมมือไปเปิดประตูเพื่อจะก้าวออกจากห้องนอน ในคราวนี้เขาถึงกับต้องหน้าถอดสีแบบยาวๆ กันไปเลยทีเดียว ดูท่าทางว่า ‘ทรบุรุษ’ ผู้โอหังคนนี้จะไม่ได้ยืนหยัดอยู่เหนือทุกสรรพสิ่งอีกต่อไปแล้ว เพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าประตู... คือเด็กสาวทั้ง 5 คนที่เขาเพิ่งจะลงทัณฑ์พวกเธอไปในห้องลับเมื่อคืนนี้ พวกเธอกำลังยืนจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

​ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นายแลนรีบผลักประตูประเคนปิดล็อกในทันที เสียงหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบขณะที่ในใจของเขาคิดคำนวณอย่างบ้าคลั่ง

​‘เป็นไปได้ยังไงกัน... เราล็อกประตูห้องลับนั้นไว้หนาแน่นแล้วนี่ แถมยังล่ามโซ่พวกเธอไว้อย่างดีด้วย แล้วเมื่อกี้พวกเธอออกมาขวางหน้าประตูได้ยังไง!’

​เมื่อความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ นายแลนจึงรีบเรียกใช้เทคโนโลยีลับทันทีเพื่อเปิดระบบตรวจหาข้อผิดพลาดของสถานการณ์ตรงหน้า ทว่าความเงียบงันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ตอบรับกลับมา หน้าจอระบบไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่มันเป็นเทคโนโลยีระดับจักรวาลที่มีพลังงานหมุนเวียนไม่มีวันหมดแท้ๆ

​ในวินาทีนั้นเอง ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็แล่นปราดเข้าสู่สมอง นายแลนเริ่มตระหนักได้ด้วยความขวัญเสียว่า อำนาจล้นฟ้าอันไร้ขีดจำกัดของตัวเองได้อันตรธานหายวับไปกับตาพร้อมๆ กับการจากไปของยมทูตตนนั้นเสียแล้ว

​เมื่อไม่มีพลังอำนาจคอยปกป้อง ความลับดำมืดเกี่ยวกับพฤติกรรมต่ำช้าในห้องลับของเขาก็กำลังจะถูกเปิดเผยออกไปให้คนทั่วโลกได้รับรู้ และในคราวนี้... เขาจะไม่เหลือลูกน้องหน้าไหนคอยคุมกันหรือรับใช้อีกต่อไปแล้วจริงๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่