นายแลน ทรบุรุษ ตอนที่ 1

กระทู้สนทนา
​ในค่ำคืนหนึ่ง นายแลน ฝันว่าเขาได้เป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวาล พอตื่นขึ้นมาในความมืด เขากลับต้องสะดุ้งตื่นเต็มตาเมื่อเห็นร่างของ ยมทูต ยืนเด่นอยู่กลางห้องนอน

​ด้วยความตกใจและสับสนตามประสาคนทั่วไป นายแลนจึงรีบเอ่ยถามออกไปในทันที

"นี่ผมต้องตายแล้วเหรอ"

​ยมทูตส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะตอบว่า "ยังหรอก แค่มาทำหน้าที่แทนจินนี่"

​คำตอบที่เหนือความคาดหมายนั้นทำให้นายแลนเริ่มเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความประหลาดใจ แววตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องเล่าในนิทาน

"จะมาให้ผมขอพรงั้นเหรอ"

​"ใช่แล้ว ขอได้ 1 ข้อ" ยมทูตตอบกลับเรียบๆ

​เมื่อได้ยินคำยืนยัน ความต้องการอันไร้จิตสำนึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจของนายแลนก็ผุดขึ้นมาบดบังความถูกต้องดีงามทั้งหมด เขาไม่ได้หยุดคิดถึงผลกระทบหรือความเหมาะสมใดๆ ความอยากได้อยากมีทำให้นายแลนรีบขอสิ่งเดียวกับที่เขาเพิ่งฝันไปเมื่อครู่นี้ทันที

"ขอให้ผมได้เป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวาล"

​ยมทูตให้พรตามคำขอในทันใด พริบตานั้นพลังอำนาจอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามา และนายแลนก็ได้กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวาลสมใจอยากสำเร็จ

...

​หลังจากที่ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่มาครอบครอง นายแลน ก็ไม่ได้ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการได้ลองเป็นผู้พิพากษาดูสักครั้ง แน่นอนว่าด้วยอำนาจที่ล้นฟ้า เขาจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติหรือผ่านการศึกษาใดๆ ทั้งสิ้น

​ลึกๆ แล้ว นายแลนเป็นเพียงคนที่มีสมองและความคิดธรรมดาๆ คนหนึ่ง เขาไม่ได้มีความลึกซึ้ง และนั่นทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้พวกไซโคพาธ (Psychopath) ที่มักจะทำตัวฉลาดและกล้าหาญเหนือคนอื่นเป็นที่สุด ด้วยความนึกสนุกและอยากสั่งสอน นายแลนจึงหาเรื่องใช้อำนาจสั่งให้ลูกน้องไปลากตัวฆาตกรต่อเนื่องระดับไซโคพาธตัวฉกาจจำนวน 5 คน มาขึ้นศาลที่เขาบรรดาลขึ้นมา

​ในห้องพิจารณาคดี นายแลนนั่งฟังคำพูดเชิงจิตวิทยาอันพรั่งพรูจากปากของฆาตกรทั้ง 5 คนอย่างตั้งใจ เขาแค่อยากรู้ว่าคนพวกนี้จะมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไรในสถานการณ์ที่จวนตัว ในเวลานั้นทางตำรวจยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถมัดตัวพวกมันได้เลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับนายแลนผู้มีอำนาจที่สุดในจักรวาล เขาย่อมรู้ดีว่าใครเป็นใคร เพราะเขาสามารถเปิดดูความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมทุกอย่างของทุกคนผ่านเทคโนโลยีลับอันเหนือชั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

​เมื่อฟังจนหนำใจและเห็นท่าทีอวดดีเหล่านั้น นายแลนก็หมดความอดทน เขาแสยะยิ้มก่อนจะออกคำสั่งที่ไม่มีใครคาดคิด โดยสั่งให้พวกมันทั้ง 5 คนแก้ผ้าออกจนหมดกลางศาล จากนั้นบังคับให้ลงไปคลานและแลบลิ้นเหมือนสุนัข

​แน่นอนว่าฆาตกรไซโคพาธผู้หยิ่งยโสเหล่านั้นย่อมไม่มีทางยอมทำตามคำสั่งอันน่าอัปยศนี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นการขัดขืน นายแลนจึงไม่รอช้า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธนำเชือกเส้นหนาเข้ามามัดแขนและขาของพวกมันตรึงติดไว้กับพื้นห้องพิจารณาคดี จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ออกแรงจูงลากร่างของพวกมันไปกับพื้นอย่างทารุณ จนทำให้พวกมันต้องยอมจำนนต่อความเจ็บปวดอย่างเลี่ยงไม่ได้

​ท้ายที่สุด นายแลนสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรงเข้าจับแหวกลิ้นของฆาตกรทั้ง 5 คนออกมา แล้วใช้เครื่องมือตรึงลิ้นเหล่านั้นเอาไว้แน่น เพื่อไม่ให้พวกมันสามารถหดลิ้นกลับเข้าไปในปากได้อีกเลย เป็นการพิพากษาตามใจชอบของนายแลนอย่างแท้จริง

...

​ภาพการลงโทษอันทารุณและไร้ซึ่งความปรานีภายในห้องพิจารณาคดี ถูกถ่ายทอดสดออกไปสู่สายตาของประชาชนทั่วโลก ทว่าปฏิกิริยาของฝูงชนกลับเหนือความคาดหมาย ผู้คนจำนวนมากต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจกันถ้วนหน้า โดยที่ไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่น้อยว่า นายแลน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาอย่างไม่ถูกต้อง และการกระทำของเขานั้นช่างขัดต่อหลักธรรมและกระบวนการยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง

​เมื่อนายแลนได้เห็นปฏิกิริยาเหล่านั้นของประชาชน เขากลับรู้สึกโกรธจัดขึ้นมาทันที เขามองเห็นความย้อนแย้งของพวกมนุษย์ที่มักจะพล่ามร้องเรียกหาแต่ศีลธรรมอันดีงาม แต่ในวันนี้กลับเผลอลืมสวมหน้ากากศีลธรรมเหล่านั้นแล้วเผยธาตุแท้ที่กระหายความรุนแรงออกมา

​แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ทำให้นายแลนเดือดดาลที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องความหน้าไหว้หลังหลอกของสังคม แต่เป็นเพราะเขาไม่ชอบใจอย่างยิ่งเวลาที่มีใครมาชื่นชอบหรือยกย่องในวิธีการของเขา เขารู้สึกรังเกียจที่ภาพลักษณ์ของตนเองในตอนนี้กำลังดูเหมือน ‘วีรบุรุษ’ ที่มากู้โลกในสายตาของประชาชน

​เมื่อคิดได้ดังนั้น นายแลนจึงตัดสินใจลงมือหักหน้าประชาชนทั้งโลกในทันที เขาประกาศไว้ชีวิตฆาตกรต่อเนื่องทั้ง 5 คนอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะจับไมโครโฟนแล้วเอ่ยปากพูดตอกหน้าทุกคนผ่านกล้องถ่ายทอดสดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า

​"ผมรู้ว่าพวกคุณเป็นไซโคพาธที่ไร้จิตสำนึกไม่ว่ากรณีใดๆ แต่หลังจากนี้พวกคุณอยากจะกลับไปฆ่าใครก็ตามใจเถอะ และผมก็เชื่อด้วยว่าตอนนี้พวกคุณคงจะแค้นผมสุดขีด จนอยากจะฆ่าผมยิ่งกว่าใครๆ ในโลกแน่นอน... ผมยอมรับนะว่าผมไม่ใช่คนฉลาดหลักแหลมแบบพวกคุณ แต่ผมเองก็ไร้จิตสำนึกไม่ต่างกันหรอก และที่สำคัญที่สุดคือ... ผมมีอำนาจที่สุดในจักรวาลนี้"

​นายแลนเว้นจังหวะพลางกวาดสายตามองร่างของฆาตกรที่หมดสภาพและหันไปมองกล้องถ่ายทอดสด ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความสะใจ

​"สะใจจริงๆ ที่ได้เห็นพวกเลือดเย็นที่ชอบทำตัวเท่ๆ โดยเฉพาะในอุดมคติของพวกบ้าหนังบ้าการ์ตูน สุดท้ายก็ต้องกลายสภาพมาเป็นหมาหงอยให้กับคนธรรมดาๆ อย่างผม!"

...

​เมื่อความสะใจแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาล ประชาชนที่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าต่างพากันโกรธแค้นนายแลนอย่างถึงที่สุด พวกเขาอัดอั้นไปด้วยความเกลียดชังจนรวมตัวกันเป็นกองทัพเรือนแสนบุกจู่โจมศาลใหญ่ใจกลางโลกเพื่อหมายจะลากตัวเขาลงมาลงทัณฑ์ ทว่านายแลนกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รอช้าที่จะเอื้อมมือไปกดปุ่มสีแดงขนาดยักษ์ที่อยู่ข้างกายในทันที

​บึ้ม!

​พริบตานั้น ระเบิดนิวเคลียร์อานุภาพทำลายล้างสูงถูกจุดชนวนขึ้นภายนอก มวลคลื่นความร้อนและแรงระเบิดฉีกร่างของฝูงชนจนดับดิ้นตายกันไปหมดสิ้น ทว่าตัวศาลใหญ่กลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่รอยขีดข่วน เนื่องจากมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรงทนทานเหนือโลก และมีโครงสร้างอาคารมหึมาซ้อนเรียงรายกันอยู่หลายชั้น กว่าจะฝ่าเข้ามาถึงใจกลางศาลอันเป็นที่ประทับของนายแลนได้ ก็มีความลึกไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตรเลยทีเดียว

​ภาพมหันตภัยร้ายที่ถูกถ่ายทอดสดออกไปส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้มาร่วมประท้วง ต่างตกใจกลัวจนตัวสั่น ภาพความโหดร้ายที่ปรากฏตรงหน้านั้นรุนแรงและน่าสยดสยองไม่ต่างอะไรกับสงครามโลกครั้งที่สาม ทว่าในความเงียบงันอันน่าสิ้นหวังนั้น กลับยังมีกลุ่มเด็กเกรียนคีย์บอร์ดที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว พากันออกมาโพสต์ข้อความและคอมเมนต์ปั่นกระแสกันอย่างสนุกปากในเว็บไซต์โซเชียลมีเดียราวกับเป็นเรื่องตลก

​ในขณะนั้นเอง นายแลนได้รับการแจ้งเตือนจากระบบเทคโนโลยีลับใน ‘หมวดหมู่ขยะ’ เมื่อเขาไล่เปิดดูข้อความเหล่านั้นก็ถึงกับโมโหจนควันออกหูด้วยความหงุดหงิดที่คนพวกนี้ไม่ได้มีความเกรงกลัวในอำนาจของเขาเลย ทว่าท่ามกลางคอมเมนต์ไร้สาระมากมาย สายตาของเขากลับเหลือบไปสะดุดเข้ากับคำคำหนึ่งในช่องคอมเมนต์

​“ทรบุรุษ”

​คำนี้ทำให้นายแลนหยุดชะงัก รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยความชอบใจอย่างยิ่ง มันเป็นคำยกย่องในความชั่วร้ายที่ตรงใจเขาที่สุด แต่ถึงกระนั้น อารมณ์กรุ่นโกรธจากการโดนลองดีก็ยังคงหลงเหลืออยู่ นายแลนปิดหน้าจอลงก่อนจะพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงคาดโทษแฝงความนึกสนุก

​"เคสต่อไปในศาล... ก็ถึงคราวของพวกเด็กเมื่อวานซืน 5 คนเหมือนเดิมแล้วล่ะ แต่ช่วงนี้ 'ทรบุรุษ' คนนี้ขอพักผ่อนให้สบายใจก่อนก็แล้วกัน"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่