สมถะ กับวิปัสสนา สัมพันธ์กันอย่างไร

สมถะ กับวิปัสสนา สัมพันธ์กันอย่างไร

         เกริ่น     ผมเคยเห็น เขาสร้างเสียงดนตรี จากเครื่อง บันทึกเสียงวนลูป  จากคนคนเดียว   ยกตัวอย่างเช่น ตอนแรก เขาใส่ เสียงกลอง  ให้เครื่องบันทึกวนรอบก่อน ต่อมาใส่ เสียงเบส  และ เสียงคอร์ด  เป็นต้น  พอมาเปิด ก็จะได้เสียงดนตรีสามชิ้นบรรเลงวนลูป  ต่อมาเขาก็ ดีดกีตาร์ ด้วยเสียงเมโลดี้ ที่ต้องการ ก็จะได้เพลงที่สมบูรณ์ นั้นเอง

        การภาวนา เพื่อ ให้เกิดวิปัสสนา ก็เช่นกัน  อันดับแรก เราก็ ใส่ สมถะ เข้าไปก่อน  เช่น หายใจออก มีสติ หายใจเข้ามีสติ  คือเอาจิตจับความรู้สึกที่ลมกระทบปลายจมูก ไม่ให้ จิต ดิ้นไปจับที่อื่น จนวนลูป ได้สักพักนิ่งพอสมควร  เราก็ใส่ ตัวที่สองเข้าไป คือ  สัมปชัญญะ  คือความรู้สึกตัว  ในพระสูตร กล่าวว่า หายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว หายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั้น  ..... ตามแนวปฏิบัติ ก็หายใจเข้า แล้วหายใจออก มีสติ แล้วตามด้วย รู้ว่า หายใจแบบไหน  วนลูป อย่างนี้
           เอาละเมื่อ หายใจ เข้า ออกแต่ละรอบ ก็ประกอบด้วย  หายใจออกมีสติ ตามด้วย รู้สึกตัว หายใจเข้า มีสติ ตามด้วยรู้สึกตัว  วนลูป ไปสักพักจนกว่า ลูปที่ได้ มีความสม่ำเสมอดี  อันนี้ถือว่ายากมากนะครับ เราก็จะใส่ ตัวที่สามก็คือ   การน้อมจิต  ด้วยการบริกรรมคำว่า  จิตไม่ใช่ตน  คำนี้ก็เป็นอนัตตสัญญา
              สรูป นะ หายใจออกมีสติ ตามด้วยรู้สึกตัว หายใจเข้ามีสติ รู้สึกตัว  ตามด้วยบริกรรมว่า จิตไม่ใช่ตน  การบริกรรม ตัวจิต เป็นตัวป้อนข้อมูลให้ตัวที่เป็นสัมปชัญญะ รู้  ทำไปเรื่อยๆ  เพื่อไปสู่การรู้ด้วย ญาณว่า จิตไม่ใช่ตน ก็จะเกิดวิปัสสนาญาณ นั้นเอง
           ในพระสูตรพระพุทธองค์ตรัสว่า  “   [๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนเดือยข้าวสาลี หรือเดือยข้าวยวะที่บุคคลตั้งไว้ถูก มือหรือเท้าย่ำเหยียบแล้ว จักทำลายมือหรือเท้า หรือว่าจักให้ห้อเลือด ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะเดือยบุคคลตั้งไว้ถูก ฉันใดก็ดี ภิกษุนั้นแล ก็ฉันนั้นเหมือนกัน จักทำลายอวิชชา จักยังวิชชาให้เกิด จักทำนิพพานให้แจ้ง ด้วยความเห็นที่ตั้งไว้ถูก ด้วยการ เจริญมรรคที่ตั้งไว้ถูก ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะความเห็นตั้งไว้ถูก.”
 
-  สติ  คือ การที่จิตระลึกได้   เช่นระลึกได้ว่า นี้คือลมหายใจออก นี้คือลมหายใจเข้า ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง อย่างบริสุทธิ  เรียกว่า จิตตั้งมั้น
-  สัมปชัญญะ คือรู้สึกตัว  การรู้ของ อสังขตะธาตุ ที่มีอยู่ในปุถุชนเรียกว่า อวิชชาธาตุ ถ้าอยู่ในพระอรหันต์เรียกว่า วิชชาธาตุ  เมื่อสัมปชัญญะ ต่อเนื่องพอ
  ก็จะกลายเป็นญาณได้
-   การน้อมจิต ก็คือการป้อน ความรู้ที่เรียนมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ว่า ขันธ์ห้า เป็นไตรลักษณ์  ในคนปัญญาน้อย อย่าง ก็เลือกเอามา เพียง ว่า จิต เป็นอนัตตาก็พอ

-   เมื่อ สามอย่างบรรเลงพร้อมกัน  ก็ครบองค์ประกอบ ที่จะให้เกิดวิปัสสนาญาณ   อุปมาเหมือนดนตรีที่บรรเลงอย่างไพเราะ

       ถ้าท่านไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร อธิบายว่า ท่านมีแนวทางอย่างไร  ขอร้ออย่า ก้อบแล้ววางยาวๆ  เอาสิ่งที่ท่านเข้าใจมาคุยกันครับ  ยาวมากไม่มีใครอ่านนะครับ
       และขอขอบคุณล่วงหน้าถ้าไม่ด้อยค่ากัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่