สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน!
วันนี้ผมมีเรื่องเด็ด เคล็ดลับไม่ลับฉบับคนขี้เสียดายแต่ก็อยากดูดีมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า... ใครที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวบ่อยๆ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีใช่ไหมครับ? คือมันหล่อ มันเท่ มันเข้ากับทุกชุด! แต่พอใช้ไปสักพักเท่านั้นแหละครับ จากสีขาวจั๊วะ ดั่งปุยนุ่น ก็จะค่อยๆ กลายเป็นสีเหลืองตุ่นๆ หรือไม่ก็มีรอยดำจางๆ ตามขอบยางบ้าง ตามเนื้อผ้าบ้าง จนบางทีก็ท้อใจอยากจะโยนทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละครับ ลองมาแล้วทุกวิธี ตั้งแต่น้ำยาซักรองเท้าแบบเทพๆ, ผงซักฟอกสารพัดยี่ห้อ, น้ำยาฟอกขาว (อันนี้ต้องระวังสุดๆ นะครับ เคยพลาดมาแล้ว รองเท้าด่างซะงั้น!), ไปจนถึงนั่งขัดด้วยมือเปล่าจนมือเปื่อย คือลงทุนลงแรงไปเยอะมากครับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้... ก็ยังไม่ว้าวเท่าที่ควร
จนวันหนึ่ง ผมก็ไปเจอเคล็ดลับสุดพิสดารจากคุณแม่ ที่ท่านบอกว่า "ลองใช้ยาสีฟันดูสิลูก" ตอนแรกก็งงครับ "แม่ครับ นี่รองเท้าผ้าใบนะ ไม่ใช่ฟันผม" แต่ด้วยความที่จนปัญญาแล้ว ก็เลยลองดูสักตั้งครับ และผลลัพธ์ที่ได้มันทำให้ผมถึงกับอึ้ง! อึ้งในความสะอาด อึ้งในความขาวที่มันกลับมาได้อีกครั้ง!
เอาล่ะครับ ไม่พล่ามเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง และทำยังไงถึงจะได้รองเท้าผ้าใบขาววิ้งเหมือนใหม่!
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ยาสีฟันสีขาวธรรมดา เน้นย้ำนะครับว่า "สีขาว" เท่านั้น ห้ามใช้ยาสีฟันแบบเจล หรือแบบที่มีสีๆ เด็ดขาด เพราะเดี๋ยวสีมันจะติดรองเท้าเราแทนนะครับ ส่วนยี่ห้อไหนก็ได้ครับ ที่บ้านมีอะไรก็จัดไปเลย
2. แปรงสีฟันเก่าๆ หรือแปรงขัดรองเท้าขนอ่อน ขอแบบที่ขนนุ่มหน่อยนะครับ จะได้ไม่ทำร้ายเนื้อผ้ารองเท้า
3. ผ้าสะอาด หรือฟองน้ำ สำหรับเช็ดคราบต่างๆ
4. น้ำสะอาด สำหรับล้างออกและทำให้แปรงเปียก
มาเริ่มคืนชีพรองเท้าคู่ใจกันเลยครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เคาะฝุ่นออกก่อน
เอารองเท้าไปเคาะๆ ปัดๆ ให้ฝุ่นและดินที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุดก่อนครับ เพื่อให้เราทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 บีบยาสีฟัน!
บีบยาสีฟันลงบนคราบสกปรกโดยตรงเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหลืองบนขอบยาง รอยดำตามผ้า หรือคราบสกปรกอื่นๆ บีบให้ทั่วบริเวณที่เราต้องการทำความสะอาดครับ
ขั้นตอนที่ 3 ลงมือขัดอย่างนุ่มนวลแต่จริงจัง!
ใช้แปรงสีฟันเก่าๆ ที่เตรียมไว้ ชุบน้ำให้พอหมาดๆ แล้วค่อยๆ ขัดลงไปบนบริเวณที่บีบยาสีฟันไว้ครับ ขัดวนๆ เบาๆ เน้นย้ำนะครับว่า "เบาๆ" อย่าออกแรงมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เนื้อผ้าเสียหายได้ แต่ก็ต้องขัดให้คราบมันหลุดออกนะครับ ค่อยๆ ขัดไปเรื่อยๆ จนกว่าคราบจะเริ่มจางลงหรือหลุดออกไป
ขั้นตอนที่ 4 เช็ดออกด้วยผ้าสะอาด
เมื่อขัดจนพอใจแล้ว ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดยาสีฟันและคราบสกปรกที่หลุดออกมาให้หมดจดครับ อาจจะต้องเช็ดหลายครั้งหน่อยนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มียาสีฟันตกค้างอยู่
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบและทำซ้ำ (ถ้าจำเป็น)
ลองดูผลลัพธ์ครับ ถ้ายังมีคราบหลงเหลืออยู่ ก็สามารถทำซ้ำขั้นตอนที่ 2-4 ได้เลยครับ จนกว่ารองเท้าจะกลับมาขาวสะอาดตามที่เราต้องการ
ขั้นตอนที่ 6 ผึ่งลมให้แห้งสนิท
เมื่อรองเท้าสะอาดแล้ว ให้นำไปผึ่งลมในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกนะครับ ห้ามนำไปตากแดดจัดๆ เด็ดขาด เพราะความร้อนอาจจะทำให้วัสดุรองเท้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจจะทำให้เกิดคราบเหลืองจากการโดนแดดได้ด้วยครับ!
ข้อควรระวังและเคล็ดลับเพิ่มเติม
อย่าใช้ยาสีฟันชนิดเจลหรือมีสี ย้ำอีกครั้งนะครับ! เพราะมันจะทิ้งคราบสีไว้บนรองเท้าคุณได้
ลองทดสอบกับจุดเล็กๆ ก่อน ถ้าไม่แน่ใจว่ายาสีฟันจะทำปฏิกิริยากับวัสดุรองเท้าของคุณหรือไม่ ให้ลองทดสอบกับจุดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนเห็นก่อนนะครับ
ทำความสะอาดเป็นประจำ การทำความสะอาดคราบสกปรกทันทีที่มันเกิด จะช่วยให้รองเท้าขาวได้นานขึ้นและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นครับ
ใช้ถุงผ้าคลุมเมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยป้องกันฝุ่นและคราบสกปรกที่จะมาเกาะรองเท้าได้อีกทางหนึ่งครับ
เห็นไหมครับว่าง่ายนิดเดียว แถมยังไม่ต้องลงทุนซื้อน้ำยาแพงๆ อีกด้วย! ยาสีฟันที่เราใช้แปรงฟันทุกวันนี่แหละครับ คือฮีโร่ตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตู้ยาของเรา!
ใครที่กำลังท้อใจกับรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งที่หมองหม่น ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ ผมรับรองเลยว่าคุณจะต้องประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่ได้แน่นอน! ถ้าลองแล้วเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ
ขอให้มีความสุขกับการมีรองเท้าขาวสะอาดกันถ้วนหน้านะครับ!
ขอบคุณครับ
รองเท้าผ้าใบสกปรกอย่าทิ้ง! มาคืนชีพให้กลับมาขาวจั๊วะด้วย "ยาสีฟัน" กันเถอะครับ!
วันนี้ผมมีเรื่องเด็ด เคล็ดลับไม่ลับฉบับคนขี้เสียดายแต่ก็อยากดูดีมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า... ใครที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวบ่อยๆ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีใช่ไหมครับ? คือมันหล่อ มันเท่ มันเข้ากับทุกชุด! แต่พอใช้ไปสักพักเท่านั้นแหละครับ จากสีขาวจั๊วะ ดั่งปุยนุ่น ก็จะค่อยๆ กลายเป็นสีเหลืองตุ่นๆ หรือไม่ก็มีรอยดำจางๆ ตามขอบยางบ้าง ตามเนื้อผ้าบ้าง จนบางทีก็ท้อใจอยากจะโยนทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละครับ ลองมาแล้วทุกวิธี ตั้งแต่น้ำยาซักรองเท้าแบบเทพๆ, ผงซักฟอกสารพัดยี่ห้อ, น้ำยาฟอกขาว (อันนี้ต้องระวังสุดๆ นะครับ เคยพลาดมาแล้ว รองเท้าด่างซะงั้น!), ไปจนถึงนั่งขัดด้วยมือเปล่าจนมือเปื่อย คือลงทุนลงแรงไปเยอะมากครับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้... ก็ยังไม่ว้าวเท่าที่ควร
จนวันหนึ่ง ผมก็ไปเจอเคล็ดลับสุดพิสดารจากคุณแม่ ที่ท่านบอกว่า "ลองใช้ยาสีฟันดูสิลูก" ตอนแรกก็งงครับ "แม่ครับ นี่รองเท้าผ้าใบนะ ไม่ใช่ฟันผม" แต่ด้วยความที่จนปัญญาแล้ว ก็เลยลองดูสักตั้งครับ และผลลัพธ์ที่ได้มันทำให้ผมถึงกับอึ้ง! อึ้งในความสะอาด อึ้งในความขาวที่มันกลับมาได้อีกครั้ง!
เอาล่ะครับ ไม่พล่ามเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง และทำยังไงถึงจะได้รองเท้าผ้าใบขาววิ้งเหมือนใหม่!
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ยาสีฟันสีขาวธรรมดา เน้นย้ำนะครับว่า "สีขาว" เท่านั้น ห้ามใช้ยาสีฟันแบบเจล หรือแบบที่มีสีๆ เด็ดขาด เพราะเดี๋ยวสีมันจะติดรองเท้าเราแทนนะครับ ส่วนยี่ห้อไหนก็ได้ครับ ที่บ้านมีอะไรก็จัดไปเลย
2. แปรงสีฟันเก่าๆ หรือแปรงขัดรองเท้าขนอ่อน ขอแบบที่ขนนุ่มหน่อยนะครับ จะได้ไม่ทำร้ายเนื้อผ้ารองเท้า
3. ผ้าสะอาด หรือฟองน้ำ สำหรับเช็ดคราบต่างๆ
4. น้ำสะอาด สำหรับล้างออกและทำให้แปรงเปียก
มาเริ่มคืนชีพรองเท้าคู่ใจกันเลยครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เคาะฝุ่นออกก่อน
เอารองเท้าไปเคาะๆ ปัดๆ ให้ฝุ่นและดินที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุดก่อนครับ เพื่อให้เราทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 บีบยาสีฟัน!
บีบยาสีฟันลงบนคราบสกปรกโดยตรงเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหลืองบนขอบยาง รอยดำตามผ้า หรือคราบสกปรกอื่นๆ บีบให้ทั่วบริเวณที่เราต้องการทำความสะอาดครับ
ขั้นตอนที่ 3 ลงมือขัดอย่างนุ่มนวลแต่จริงจัง!
ใช้แปรงสีฟันเก่าๆ ที่เตรียมไว้ ชุบน้ำให้พอหมาดๆ แล้วค่อยๆ ขัดลงไปบนบริเวณที่บีบยาสีฟันไว้ครับ ขัดวนๆ เบาๆ เน้นย้ำนะครับว่า "เบาๆ" อย่าออกแรงมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เนื้อผ้าเสียหายได้ แต่ก็ต้องขัดให้คราบมันหลุดออกนะครับ ค่อยๆ ขัดไปเรื่อยๆ จนกว่าคราบจะเริ่มจางลงหรือหลุดออกไป
ขั้นตอนที่ 4 เช็ดออกด้วยผ้าสะอาด
เมื่อขัดจนพอใจแล้ว ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดยาสีฟันและคราบสกปรกที่หลุดออกมาให้หมดจดครับ อาจจะต้องเช็ดหลายครั้งหน่อยนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มียาสีฟันตกค้างอยู่
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบและทำซ้ำ (ถ้าจำเป็น)
ลองดูผลลัพธ์ครับ ถ้ายังมีคราบหลงเหลืออยู่ ก็สามารถทำซ้ำขั้นตอนที่ 2-4 ได้เลยครับ จนกว่ารองเท้าจะกลับมาขาวสะอาดตามที่เราต้องการ
ขั้นตอนที่ 6 ผึ่งลมให้แห้งสนิท
เมื่อรองเท้าสะอาดแล้ว ให้นำไปผึ่งลมในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกนะครับ ห้ามนำไปตากแดดจัดๆ เด็ดขาด เพราะความร้อนอาจจะทำให้วัสดุรองเท้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจจะทำให้เกิดคราบเหลืองจากการโดนแดดได้ด้วยครับ!
ข้อควรระวังและเคล็ดลับเพิ่มเติม
อย่าใช้ยาสีฟันชนิดเจลหรือมีสี ย้ำอีกครั้งนะครับ! เพราะมันจะทิ้งคราบสีไว้บนรองเท้าคุณได้
ลองทดสอบกับจุดเล็กๆ ก่อน ถ้าไม่แน่ใจว่ายาสีฟันจะทำปฏิกิริยากับวัสดุรองเท้าของคุณหรือไม่ ให้ลองทดสอบกับจุดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนเห็นก่อนนะครับ
ทำความสะอาดเป็นประจำ การทำความสะอาดคราบสกปรกทันทีที่มันเกิด จะช่วยให้รองเท้าขาวได้นานขึ้นและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นครับ
ใช้ถุงผ้าคลุมเมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยป้องกันฝุ่นและคราบสกปรกที่จะมาเกาะรองเท้าได้อีกทางหนึ่งครับ
เห็นไหมครับว่าง่ายนิดเดียว แถมยังไม่ต้องลงทุนซื้อน้ำยาแพงๆ อีกด้วย! ยาสีฟันที่เราใช้แปรงฟันทุกวันนี่แหละครับ คือฮีโร่ตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในตู้ยาของเรา!
ใครที่กำลังท้อใจกับรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งที่หมองหม่น ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ ผมรับรองเลยว่าคุณจะต้องประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่ได้แน่นอน! ถ้าลองแล้วเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ
ขอให้มีความสุขกับการมีรองเท้าขาวสะอาดกันถ้วนหน้านะครับ!
ขอบคุณครับ