ทะเลเดดซี กำลังจะตาย ขนาดเล็กลงไปแล้ว 33% เกิดหลุมยุบนับพัน ดินพร้อมถล่มทุกเมื่อ

‘ทะเลเดดซี’ หดเล็กลง เกิดหลุมยุบนับพัน ดินพร้อมถล่มทุกเมื่อ ธุรกิจท่องเที่ยวปิดตัว เหตุจากคนผันน้ำไปใช้ อากาศร้อนน้ำระเหย-ฝนไม่ตก

“ทะเลเดดซี” (Dead Sea) จุดที่ต่ำที่สุดในโลกอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 439.78 เมตร ด้วยความเค็มที่มากกว่ามหาสมุทรเกือบ 10 เท่า ทำให้น้ำมีความหนาแน่นจนผู้คนสามารถลอยตัวได้อย่างง่ายดาย แต่ในปัจจุบันทะเลแห่งนี้กำลังตายเหมือนกับชื่อของมันอย่างรวดเร็วจากการกระทำของมนุษย์
.
โดยทะเลแห่งนี้มีขนาดเล็กลงไปแล้ว 33% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และยังไม่รู้ว่าจะกอบกู้ให้สภาพกลับมาอย่างไร เพราะมันตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของพรมแดนอิสราเอล จอร์แดน และปาเลสไตน์ ที่ยังคงเกิดสงครามและยังไม่มีใครคิดจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
.
มนุษย์เป็นตัวการหลักที่ทำให้ทะเลเดดซีเหือดแห้ง โดยเฉพาะการเปลี่ยนเส้นทางน้ำจาก “แม่น้ำจอร์แดน” ทั้งที่เดิมทีแม่น้ำสายนี้เคยส่งน้ำเข้าสู่ทะเลเดดซีถึง 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น เนื่องจากอิสราเอล ซีเรีย และจอร์แดน ต่างสร้างเขื่อนและเบี่ยงน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรสำหรับประชากรที่เพิ่มขึ้น
.
ในปลายทศวรรษ 1970 ทะเลเดดซีได้แยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน โดยส่วนเหนือคือทะเลธรรมชาติที่กำลังหดตัว ส่วนทางใต้นั้นกลายเป็นพื้นที่ขุดแร่ของบริษัทอุตสาหกรรมอย่าง Dead Sea Works ของอิสราเอล และ Arab Potash Company ของจอร์แดน
.
บริษัทเหล่านี้จะสูบน้ำจากลุ่มน้ำตอนเหนือลงสู่สระทางตอนใต้เพื่อระเหยน้ำและสกัดแร่ธาตุ เช่น โพแทช แมกนีเซียม และโบรมีน เพื่อส่งออกเป็นปุ๋ยและสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งกระบวนการนี้เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำตอนเหนือลดลงอย่างต่อเนื่อง
.
ซ้ำร้าย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ด้วยอากาศที่ร้อนระอุถึง 50 องศาเซลเซียสในหน้าร้อน และฝนที่ตกน้อยกว่าปรกติ ยิ่งทำให้ทะเลเดดซีเล็กลงเรื่อย ๆ แม้ไม่มีการผันน้ำจากฝีมือมนุษย์
.
การลดลงของระดับน้ำไม่ได้เพียงแค่ทำให้พื้นที่ชายฝั่งหายไป แต่ได้เปลี่ยนโครงสร้างทางธรณีวิทยาใต้ดินอย่างถาวร เมื่อระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วในอัตราประมาณ 1.2 เมตรต่อปี น้ำจืดจากน้ำฝนหรือแหล่งน้ำใต้ดินจากภูเขาโดยรอบจะไหลลงมาแทนที่ในชั้นดิน ซึ่งน้ำจืดนี้จะเข้าไปละลายชั้นเกลือโบราณที่สะสมอยู่ใต้ดินมานานหลายพันปีจนเกิดเป็นโพรงขนาดมหึมา
.
เมื่อโพรงเหล่านี้ไม่สามารถรับน้ำหนักดินด้านบนได้อีกต่อไป พื้นดินจึงถล่มลงมาเป็น “หลุมยุบ” ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 6,000 แห่ง และยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้สภาพชายฝั่งดูคล้ายกับ “พื้นผิวของดาวอังคาร”
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่