อัพเดทข่าวไม่ด่วน//เรื่องปรกติในวันธรรมดาของนุด

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ชื่อวิดีโอ: ‘No point doing a deal with these clowns’: US prepared to ‘recommence the battle’ in Iran (ไม่มีประโยชน์ที่จะทำข้อตกลงกับตัวตลกพวกนี้: สหรัฐฯ พร้อม 'กลับมารบต่อ' ในอิหร่าน)
ช่อง: Sky News Australia

สรุปเนื้อหาหลักจากวิดีโอ:
• สหรัฐฯ พร้อมใช้กำลังทหารเสมอ: วิดีโอเริ่มต้นด้วยการอ้างอิงถึงคำพูดของ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) ที่ระบุว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยืนยันว่าสหรัฐฯ มีความอดทนและพร้อมที่จะ "กลับมาเปิดฉากการรบต่อ" หากจำเป็น โดยคลังอาวุธและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ นั้นมีพร้อมสรรพและเพียงพอ [00:00]
• ทำข้อตกลงไปก็ไม่มีประโยชน์: ผู้ดำเนินรายการของ Sky News ให้ความเห็นว่า สหรัฐฯ ไม่ควรไปทำข้อตกลงใดๆ กับกลุ่มผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (Ayatollahs) เพราะคนกลุ่มนี้ไม่มีทางรักษาสัญญา สิ่งเดียวที่อิหร่านต้องการในตอนนี้คือ "การเปลี่ยนระบอบการปกครอง" (Regime change) ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกดดันอย่างหนักจนประชาชนอิหร่านมีความกล้าที่จะลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล [00:36]
• ข้อตกลงไม่ใช่ชัยชนะเด็ดขาด: มีการวิจารณ์ว่าการได้แค่ "ข้อตกลง" ไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง ทรัมป์อาจจะเป็นนักเจรจาต่อรองชั้นยอด (อย่างเช่นที่เคยทำข้อตกลงสันติภาพ Abraham Accords) แต่ในกรณีของอิหร่าน สหรัฐฯ ควรจัดการขั้นเด็ดขาด ทำลายกองทัพและแหล่งนิวเคลียร์ของอิหร่านให้สิ้นซาก แล้วปล่อยให้ประชาชนอิหร่านสานต่อในการโค่นล้มรัฐบาลที่กำลังอ่อนแอที่สุดในรอบ 47 ปี [01:06]
• ความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซและนิวเคลียร์: ผู้ดำเนินรายการชี้ให้เห็นถึงปัญหาว่า หากอิหร่านมีการวางทุ่นระเบิดและเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หรือยังคงกักตุนแร่ยูเรเนียมเอาไว้ได้ นั่นถือเป็นเรื่องเลวร้าย กองทัพสหรัฐฯ ควรใช้แสนยานุภาพจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ไปทันทีแทนที่จะมัวมานั่งเจรจากัน [02:49]
• เป้าหมายเรื่องสันติภาพในตะวันออกกลาง: ทรัมป์พยายามกดดันให้ชาติอาหรับต่างๆ เข้าร่วมข้อตกลง Abraham Accords และหากรัฐบาลเผด็จการอิหร่านล่มสลายลงได้ ก็อาจนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริงในตะวันออกกลาง [03:19]
• ต้องห้ามไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด: ตอนท้ายมีการเน้นย้ำถึงความโหดร้ายของรัฐบาลอิหร่านที่มีอำนาจเพราะมีอาวุธปืนอยู่ในมือ และได้ทำการสังหารหมู่ประชาชนที่ออกมาประท้วงไปหลายหมื่นคน ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจปล่อยให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยากมีไว้แค่เพื่อป้องกันตัว แต่ "พวกเขาตั้งใจจะนำมันมาใช้งานจริงๆ" [04:06]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ชื่อวิดีโอ: CENTCOM STRIKES vessel amid gulf standoff (กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ โจมตีเรือ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในอ่าว)
ช่อง: Fox News

สรุปเนื้อหาหลักจากวิดีโอ:
• จุดยืนของสหรัฐฯ ต่อข้อตกลงกับอิหร่าน: สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเคลื่อนไหวต่อไป พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ย้ำว่า ทรัมป์จะยอมลงนามในข้อตกลงก็ต่อเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อประเทศและความมั่นคงของโลก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอิหร่านจะไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง [00:00]
• สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธสกัดเรือเดินสมุทร: เจฟฟ์ พอล (Jeff Paul) ผู้สื่อข่าวรายงานจากดูไบว่า แม้ทรัมป์จะเคยเปรยว่าอาจยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แต่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าการปิดล้อมยังคงอยู่ โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ประกาศเตือนเรือสินค้าที่ประดับธงชาติแกมเบียถึง 20 ครั้งขณะพยายามแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน แต่ไม่เป็นผล เครื่องบินรบสหรัฐฯ จึงยิงขีปนาวุธ Hellfire เข้าใส่ห้องเครื่องจนเรือลำดังกล่าวใช้การไม่ได้ [00:34]
• ความคืบหน้าเรื่องการเจรจา: พีท เฮกเซธ กล่าวที่สิงคโปร์ว่า อิหร่านรู้ดีว่าสหรัฐฯ คาดหวังอะไร การเจรจากำลังดำเนินไปในทิศทางที่สหรัฐฯ ต้องการและมีความคืบหน้า [01:26]
• การตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน: เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยระบุว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการข้อเรียกร้องผ่านการเจรจา แต่ใช้วิธีการผ่าน "ขีปนาวุธ" แทน อิหร่านไม่เชื่อใจในคำสัญญาหรือคำพูดใดๆ แต่วัดกันที่การกระทำเท่านั้น [01:50]
• ประชาชนอิหร่านต่อต้านการยึดยูเรเนียม: ประชาชนในกรุงเตหะรานออกมารวมตัวสนับสนุนผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และแสดงความไม่พอใจต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐฯ จะยึดแร่ยูเรเนียมของประเทศ ประชาชนรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า การยอมส่งมอบยูเรเนียมเมื่อปี 2015 ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ยูเรเนียมเป็นสิ่งมีค่าทั้งทางวัตถุและจิตใจ เปรียบเสมือนแผ่นดินของพวกเขา และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยกมันให้สหรัฐฯ [02:06]
• ชาวอเมริกันบาดเจ็บจากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง: มีรายงานข่าวจาก Bloomberg ว่ามีชาวอเมริกันหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ฐานทัพอากาศในคูเวตเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่ง CENTCOM กล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน และถือว่านี่คือ "การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง" [02:36]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ชื่อวิดีโอ: US Seizes $1 Billion in Iranian Crypto, Says Bessent (สหรัฐฯ ยึดคริปโตเคอร์เรนซีอิหร่านมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์, เบสเซนต์กล่าว)
ช่อง: New York Post

สรุปเนื้อหาหลักจากวิดีโอ:
• สหรัฐฯ ยึดคริปโตฯ อิหร่าน: สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) (ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ) ให้สัมภาษณ์ว่าสหรัฐฯ ได้ทำการยึดคริปโตเคอร์เรนซีของอิหร่านไปแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นการยึดจากกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallets) โดยตรง บางคนอาจจะเพิ่งรู้ตัวตอนนี้ด้วยซ้ำว่าเงินในกระเป๋าตัวเองหายไปแล้ว [00:12]
• อายัดทรัพย์สินอื่นๆ ด้วย: นอกเหนือจากคริปโตฯ แล้ว สหรัฐฯ ยังร่วมมือกับชาติพันธมิตรในยุโรปเพื่อทำการยึดบ้านพักตากอากาศ (Villas) และทรัพย์สินอื่นๆ ของกลุ่มผู้นำอิหร่านด้วย โดยเบสเซนต์มองว่าทรัพย์สินเหล่านี้คือเงินที่ถูกขโมยมาจากชาวอิหร่าน [00:26]
• กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามยักยอกเงิน: ผู้สัมภาษณ์กล่าวเสริมว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Revolutionary Guard) เป็นเจ้าของธุรกิจจำนวนมาก และทำการยักยอกเงินของประชาชนอิหร่านมาหลายทศวรรษ เพื่อนำไปใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและคอนโดมิเนียมหรูหรา เบสเซนต์เชื่อว่าผู้นำราว 80 คนของอิหร่าน ยักยอกเงินมากถึงเดือนละ 400 - 500 ล้านดอลลาร์มาแบ่งกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ [00:39]
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง: ช่วงครึ่งหลังของวิดีโอพูดถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยระบุว่าแม้ราคาน้ำมันเบนซินจะพุ่งสูงถึง 4.5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (แต่กำลังปรับลดลง) และมีผลกระทบชั่วคราวจากสงคราม แต่เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง [01:22]
• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าประทับใจ:
• การบริโภคเติบโตเกือบ 3% เมื่อเทียบเป็นรายปี [01:38]
• การลงทุนของภาคธุรกิจในสินค้าทุน (ที่ไม่ใช่ด้านการป้องกันประเทศ) เติบโตถึงเกือบ 19% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา [01:52]
• ผลกำไรเพิ่มขึ้น 17% [02:11]
• ผลิตภาพ (Productivity) เพิ่มขึ้นเกือบ 3% [02:11]
• ต้นทุนแรงงานต่อหน่วย (Unit Labor Cost) เพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไม่น่ากังวลกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเพียงชั่วคราว [02:20]
• นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" ได้ผล: ผู้สัมภาษณ์สรุปว่า ความสำเร็จทางเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นผลมาจากนโยบาย "America First" (อเมริกาต้องมาก่อน) และนโยบายต่างตอบแทนทางการค้า (Trade reciprocity) รวมถึงความพร้อมของรัฐบาล [01:45]
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่