เด็กไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนต่ออะไร อยากทําอะไร หรืออยากเป็นอะไร

แทบจะส่วนใหญ่ของเด็ก ม.ปลาย ที่เลือกสายการเรียนแล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากจะเรียนต่ออะไรหลังจากเรียนจบ หรืออยากเป็นอะไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพราะเราไม่จําเป็นต้องทําตามสายการเรียนที่เราเลือกและเราอาจจะรู้ว่าเราอยากได้อะไรจริงๆ ก็ตอนที่เราเรียนจบแล้วและใช้ความรู้ที่มีหรือหาใหม่เพื่อทําสิ่งๆนั้น แปลว่าการศึกษาไทยมัน เสียเวลา จริงๆรึป่าว ในเมื่อสิ่งที่เราเรียนแทบจะไม่ได้เอาไปใช้เลยนอกจากจะไปสายวิชาการหรือเรียนในคณะสาขาที่ต้องใช้โดยเฉพาะ จะมีสักกี่คนที่เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนโดยที่ไม่โดนพ่อแม่บังคับ หรือตามคนอื่นเพราะตัวเองไม่รู้ว่าจะไปทางไหน เด็กไทยใช้เวลากับการติวสอบทบทวนและทําการบ้านมากกว่าใช้เวลาในการค้นหาตัวเอง เด็กบางคนต้องช่วยพ่อแม่ทํางานจนดึกและต้องมาปั่นงานต่อตอนดึกๆ ถึงเที่ยงคืน แม้แต่เด็กที่ไม่ต้องช่วยงานพ่อแม่ยังเครียดเพราะโดนแรงกดดันและไม่มีใครเข้าใจในตัวเด็ก ไม่ว่าครอบครัวจะอยู่ฐานะไหนก็ตาม วนไปแบบนี้จนถึงจบการศึกษา ม.6 แล้วเรายังไม่รู้เลยว่าเราอยากไปต่ออะไรจริงๆ การสอนในโรงเรียนที่เหมือนเรียนเพื่อเอาไปทํางานในหนังสือหรือกระดาษและสอบปลายภาคมากกว่าเป็นการเรียนรู้จริงๆ การศึกษาไทยควรให้เด็กไทยได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้และค้นหาสิ่งที่เด็กแต่ละคนต้องการจริงๆ มั้ย จะดีกว่ามั้ยถ้าโรงเรียนมีการให้เด็กได้ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์และลงมือทํามากกว่านั่งเรียนอย่างเดียว และที่ไม่ใช่แค่ใช้ Canva หรือ Powerpoint มาพรีหน้าห้องและเอาบทจาก Gen AI มาใช้ ลดงานน้อยลงและอย่างอื่นที่ไม่จําเป็น เปลี่ยนมาเป็นให้ทํางานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ว่าจะโรงเรียนรัฐ เอกชน หรือนานาชาติ ก็ควรมีมาตรฐานการศึกษาที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของเด็ก

ทุกคนคิดเห็นว่าไงกันครับ ควรแก้ปัญหาที่ตรงไหนรึเป็นแบบนี้ปกติอยู่แล้ว เราควรให้ความสําคัญกับความต้องการของเด็กมั้ยหรือมาตรฐานที่สังคมตั้งไว้ว่าต้องเรียนต้องทําอันนี้ถึงจะดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่