JJNY : “กูรูไอที”หวั่นแจกไปไม่มีคนใช้│ชัยวัฒน์หาเสียงตลาดธนบุรี│"ดร.โจ"ไม่หวั่นกระแสโพล│อนุสรณ์แนะ 10 ข้อปฏิรูประบบภาษี

กระทู้ข่าว
“กูรูไอที” แนะ “รัฐบาล” ปรับ TOR โครงการ TH-AI Passport ชี้ AI พัฒนาเร็วมาก หวั่นแจกไปไม่มีคนใช้
.

.
“กูรูไอที” ประสานเสียงแนะ “รัฐบาล” ปรับ TOR โครงการ TH-AI Passport หลัง “ไชยชนก” รมว.ดิจิทัลฯ เดินหน้างบ 1,600 ล้านบาท ให้ประชาชน 5 ล้านคน เผย ควรประกาศเป็น Master Plan ให้เห็นภาพชัดเจน อย่าเน้นการใช้เครื่องมืออย่างเดียว ชี้ AI พัฒนาเร็วมาก หวั่นที่เอามาแจกล้าหลังกว่าเวอร์ชันฟรี ทำให้ไม่มีคนใช้
.
ความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE กว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อแจกสิทธิ์การใช้งาน AI ให้แก่ประชาชน 5 ล้านคน ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญและกูรูแถวหน้าในวงการเทคโนโลยีของประเทศอย่างกว้างขวาง โดยมีการแสดงความกังวลและเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนโครงการดังกล่าว เนื่องจากอาจไม่คุ้มค่าต่อเม็ดเงิน และตัวข้อกำหนดขอบเขตงานหรือ TOR อาจส่งผลให้ระบบที่พัฒนาขึ้นมานั้นล้าหลัง และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ
.
นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย และอุปนายกสมาคมดิจิทัลไทย ให้มุมมองว่า โครงการดังกล่าวขาดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการใช้งานและการสนับสนุนนักพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ พร้อมทั้งระบุว่า เทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ที่รวดเร็วมาก ภาครัฐจึงจำเป็นต้องมีแผนแม่บท หรือ Master Plan ที่ชัดเจน
.
พร้อมยังเน้นย้ำด้วยว่า ภาครัฐไม่ควรมอง AI เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่จะนำมาแจกเพื่อหวังผลระยะสั้น เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งาน คือการวางยุทธศาสตร์และการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานอย่างละเอียด ซึ่งหากโครงสร้างพื้นฐานหรือฟันดาเมนทัลของประเทศยังไม่แน่นพอ การลงทุนในลักษณะนี้อาจไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.
ขณะที่ในมุมมองทางวิชาการและการตรวจสอบข้อกำหนดขอบเขตงาน หรือ TOR รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญในเอกสารข้อกำหนดโครงการนี้ โดยระบุว่า ตัวเอกสารยังมีความสับสนระหว่างคำว่าแอปพลิเคชันและโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ที่สำคัญคือไม่มีการกำหนดจำนวนการเรียกใช้สิทธิ์ หรือ Token ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคำนวณต้นทุนการใช้งาน
.
ดร.ธนชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อพิจารณาจากรายละเอียดใน TOR ระบบที่รัฐกำลังจะลงทุนพัฒนาขึ้นมาเองนี้ อาจมีศักยภาพที่ต่ำกว่า AI เวอร์ชันฟรีที่มีให้ประชาชนใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน พร้อมทั้งชี้ว่า แกนหลักของปัญหาในประเทศไม่ใช่เรื่องการเข้าถึงเครื่องมือ แต่คือเรื่องความตระหนักรู้และการเรียนรู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญมากกว่า
.
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะตรงกันว่า กระทรวง DE ควรทบทวนเอกสาร TOR และปรับเปลี่ยนแนวทางจากการสร้างเครื่องมือใช้งานที่ซ้ำซ้อนในตลาด มาเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เช่น ระบบ GPU Cloud และมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การใช้เงินก้อนนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย.
.

.
โจ ชัยวัฒน์ หาเสียงตลาดธนบุรี ผุดเมกะโปรเจกต์ ใช้คลองลดอุณหภูมิกทม. ชาวบ้านชมหล่อ-ป้อนขนมให้
.
‘โจ ชัยวัฒน์’ ลุยหาเสียงตลาดธนบุรีช่วยผู้สมัคร ส.ก. ผุดเมกะโปรเจกต์ ใช้คลองลดอุณหภูมิกรุงเทพฯ ชูนโยบายหวยใบเสร็จ SMEs ปลุกเศรษฐกิจรากหญ้าฝั่งธนฯ เจอ ชาวบ้านชมหล่อป้อนขนมไข่เต่า-มอบมาลัยดาวเรืองให้
.
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดธนบุรีเพื่อช่วย นายณัฐนนท์ นาคหล่อ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตทวีวัฒนา หาเสียง
.
โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนก็ลงพื้นที่ย่านตลาดสวนผัก เขตตลิ่งชัน และมาเขตทวีวัฒนาที่ตลาดธนบุรี เป็นการหมุนเวียนเพื่อไปให้ครบทั้ง 50 เขตและมาดูย่านการค้าฝั่งธนฯเพื่อจะได้พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ทำให้เราได้เข้าถึงประชาชนที่หลากหลายกลุ่ม และจะไปร่วมงานไพรด์พาเหรดในช่วงบ่าย
.
เมื่อถามว่า ฝั่งธนบุรีมีอะไรที่อยากปรับปรุงแก้ไขหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ฝั่งธนบุรีมีศักยภาพมากมายและมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถ้าพูดถึงเขตทวีวัฒนา ส่วนมากจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังขาดเรื่องขนส่งสาธารณะและพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนออกกำลังกาย ซึ่งเป็นวาระที่เราจะเข้ามาร่วมผลักดัน ทางผู้สมัคร ส.ก. เขตทวีวัฒนาของเรา ก็มีวาระที่ต้องการผลักดัน เรื่องที่ตนชอบมากคือทำเมืองให้เย็นลง ซึ่งจะเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ประโยชน์จากคลอง ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ในวาระเมืองของเราด้วย มีแนวคิดจะใช้คลองทำทางเดินให้ร่มรื่น น้ำคลองและต้นไม้จะลดอุณหภูมิของเมืองลงได้ เราอยากจะนำมาใช้เพื่อลดอุณหภูมิของกรุงเทพฯ ที่รู้สึกร้อนระอุมาก
.
เมื่อถามว่า จากการเดินตลาดหาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนสะท้อนปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในหลายตลาดได้สะท้อนเรื่องความคึกคักที่น้อยลงไป อยากได้นโยบายที่มากระตุ้นเรื่องเศรษฐกิจการค้าและเศรษฐกิจชุมชนซึ่งเราได้นำเสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าคือหวยใบเสร็จ SMEs ซึ่งจะเป็นในรูปแบบหวยใบเสร็จ กทม. ประชาชนมาซื้อของที่ร้านค้ารายย่อยหรือในตลาดสะสมยอดทุก 20 บาทได้ 1 คะแนน แล้วนำคะแนนไปแลกรางวัล ที่ทางกทมจะจัดสรรงบประมาณ มาเป็นเงินรางวัลเดือนละประมาณ 10 ล้านบาทและลุ้นรางวัลได้ทั้งคนซื้อและคนขาย รวมถึงนโยบายพัฒนาด้านเศรษฐกิจย่านการค้าชุมชน ที่จะให้เอกชนและประชาชนในชุมชนดึงศักยภาพและเสน่ห์ของย่านนั้นๆ ออกมาโดยมี กทม. เป็นผู้สนับสนุนเรื่องงบประมาณ
.
เมื่อถามว่า มั่นใจในฐานเสียงฝั่งธนบุรีหรือไม่ เพราะเหมือนเป็นจุดยุทธศาสตร์ของพรรค นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ให้ประชาชนชาวฝั่งธนบุรีได้มีทางเลือกซึ่งตนเองก็เป็นคนฝั่งธนบุรีเกิดและโตที่นี่จึงเข้าใจปัญหาในย่านฝั่งธนบุรีเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการพัฒนาค่อนข้างล่าช้า จึงอยากเข้ามาพัฒนาให้เท่าเทียมกัน รวมถึงกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่ควรได้รับการพัฒนามากขึ้น เช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่เราอยากจะขอนำเสนอให้กับประชาชนคนกรุงเทพฯ ถ้าทีมบริหารผู้ว่าฯ ของพรรคประชาชนเข้าไปบริหาร เราก็จะได้กรุงเทพฯที่มีการพัฒนาไปอย่างไม่เหลื่อมล้ำ
.
จากนั้น นายชัยวัฒน์ได้พาผู้สมัคร ส.ก. เดินหาเสียงภายในตลาดธนบุรี โดยเดินแจกใบปลิวและแนะนำนโยบายที่จะดำเนินการหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลงคะแนนเลือกทั้งผู้ว่าฯ และส.ก. จากพรรคประชาชน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้ มีประชาชนบางส่วนระบุว่า ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่กทม. แต่จะส่งกำลังใจให้ ขณะที่ฃบางส่วนบอกว่า พรรคประชาชนอยู่ในใจจะเลือกทั้งผู้ว่าฯ และส.ก.อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีประชาชนชมว่า นายชัยวัฒน์หล่อและป้อนขนมไข่เต่าให้ และบางคนมอบพวงมาลัยดาวเรืองให้นายชัยวัฒน์และขอถ่ายรูป
.

.
"ดร.โจ" ไม่หวั่นกระแสโพล คนกรุงหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียงพรรคประชาชนแน่น
.
31 พ.ค. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่เปิดเผยว่าประชาชนชาว กทม. จะเลือกผู้สมัครอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง ว่า อาจจะตีความผลโพลได้หลายแบบ แบบหนึ่งก็คือเรื่องของการมองระบบ อีกแบบหนึ่งคือความเข้าใจในบทบาทระหว่าง สก. และผู้ว่าฯกทม. ตนคิดว่า ตนและผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชน กำลังรณรงค์สื่อสาร 2 ด้าน 2 มุม คือวาระเมืองและวาระเขต สก.ของเรา จะมีวาระเขตในแต่ละเขต ว่าอยากจะพัฒนาอะไรในพื้นที่นั้น และผู้ว่าฯกทม. ก็เป็นผู้รับผิดชอบต่อวาระเมือง ซึ่งการจะพัฒนาทั้งวาระเขตและวาระเมืองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ได้ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่าฯกทม. และ สก. มาจากพรรคเดียวกัน
.
ถ้าเราดูผลโพลหลายหลายๆอย่างประกอบกัน ยังมีคนสัก 38% ที่ต้องการเลือกผู้ว่าฯกทม. และ สก. จากพรรคเดียวกัน ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจเรื่องของการวาระเขตและวาระเมือง และเข้าใจกลไกการทำงานว่าการจะผ่านนโยบายต่างๆ ของฝ่ายบริหารคือผู้ว่าฯ กทม.ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมี สก.เข้ามา ช่วยสนับสนุนด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือเรื่องการออกข้อบัญญัติ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นนโยบายต่างๆไม่ได้ถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สก. นอกจากจะมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารหรือผลักดันงบประมาณของผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ยังมีหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายด้วย ถ้าผู้ว่าฯ กทม. และ สก.มีวิสัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะทำให้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าผลโพลออกมาในลักษณะนี้ทำให้เราเสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมองแบบนั้น เพราะผลการเลือกตั้ง สส.กทม. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ 33 เขต กวาดทั้งกรุงเทพมหานคร น่าจะเป็นเพราะประชาชนชาว กทม. เล็งเห็นถึงการทำงานของพรรคประชาชน เมื่อได้รับอำนาจจากประชาชนแล้วเข้าทำงานในสภา มีการทำงานที่คุ้มค่า ทำงานอย่างจริงจัง แข็งขัน ทุกคนมีวาระที่ตัวเองผลักดัน มีผลงานที่ตัวเองตรวจสอบ ตนคิดว่าน่าจะเป็นผลงานความเชื่อมั่นในตัว สส.ทุกคน ซึ่งในครั้งนี้ สก. หลายคนของเราก็ลงพื้นที่เป็นระยะเวลาพอสมควร บางคนลงพื้นที่มาเป็นปีแล้ว น่าได้รับความเชื่อมั่นในลักษณะเดียวกัน
.
เมื่อถามย้ำว่ายังเชื่อมั่นในฐานเสียงจากการเลือกตั้งระดับประเทศที่ผ่านมาใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรามีผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ทั้งในเรื่องอุดมการณ์และแนวการทำงาน ว่าต้องการให้ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ใช่บ้านใหญ่ ไม่ใช่ทุนการเมืองเข้ามา เป็นคนทำงานการเมืองระดับท้องถิ่น เป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อเข้าถึงประชาชนง่ายขึ้น รวมถึงดีเอ็นเอความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริตที่เราลงพื้นที่ และมีเจตจำนงแน่วแน่ในการตรวจสอบคอร์รัปชัน จะเป็นจุดขายที่ชาว กทม. ให้ความสำคัญ
.
เมื่อถามว่ามีข่าวดรามาเรื่องวันรับสมัคร ที่มีผู้สมัคร สก.ยื้อเรื่องการจับเบอร์ เพื่อให้ได้ตรงกับนายชัชชาติ จนคนมองว่าโหนนายชัชชาติ มองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ภาพที่ออกมาจะเป็นผลลบต่อผู้สมัครรายนั้นเอง เพราะประชาชนคน กทม.เป็นคนที่เข้าใจข่าวสาร ติดตามการเมืองอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้น ภาพที่ออกมา หากเห็นการกระทำในลักษณะแบบนั้นเป็นลักษณะจงใจ ตนคิดว่าประชาชนสามารถตัดสินได้ เรื่องของเบอร์เหมือนใครน่าจะไม่ใช่สาระสำคัญ ประชาชนคนกรุงเทพมีวิจารณญาณที่ดี
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่