โปแลนด์ยืนกรานแบนลูกยางรัสเซีย-เบลารุส ชี้การคืนสิทธิ์เยาวชนคือบททดสอบของ FIVB
ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโปแลนด์ประกาศจุดยืนชัดเจน จะไม่อนุญาตให้ออกวีซ่าแก่นักกีฬาจากรัสเซียและเบลารุสเพื่อเข้าแข่งขันในประเทศอย่างเด็ดขาด แม้สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) จะมีท่าทีผ่อนปรนก็ตาม
เซบาสเตียน ชไวเดอร์สกี (Sebastian Świderski) ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโปแลนด์ ออกมาตอกย้ำจุดยืนที่เด็ดขาดของประเทศต่อกรณีข้อพิพาทด้านกีฬากับรัสเซียและเบลารุส โดยยืนยันว่าโปแลนด์จะไม่มีการประนีประนอมในเรื่องการอนุญาตให้นักกีฬาจากทั้งสองชาติเดินทางเข้าประเทศ
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่ FIVB มีท่าทีอนุญาตให้ทีมระดับเยาวชนของรัสเซียและเบลารุสสามารถกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันได้ ซึ่งชไวเดอร์สกีมองว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นเสมือนการโยนหินถามทาง เพื่อปูทางให้ทีมชาติชุดใหญ่กลับคืนสู่เวทีระดับนานาชาติในอนาคต
"ผมเชื่อว่านี่คือการทดสอบเพื่อดูปฏิกิริยาของประเทศและสหพันธ์ต่างๆ และเรื่องนี้มันมีนัยยะที่กว้างกว่าแค่วงการวอลเลย์บอลไปแล้ว" ชไวเดอร์สกี กล่าว
ย้ำชัดกฎหมายต้องมาก่อน
ประธานลูกยางโปแลนด์เน้นย้ำว่า จุดยืนของรัฐบาลและสหพันธ์ฯ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น
"สำหรับเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ FIVB จะไฟเขียว แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้มาแข่งขันที่นี่ เนื่องจากกฎระเบียบการเข้าเมืองและข้อจำกัดด้านวีซ่าของเราที่เข้มงวด พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในดินแดนของโปแลนด์อย่างแน่นอน"
แนวทางหากต้องแข่งขันในต่างประเทศ
เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงกรณีที่ทีมชาติโปแลนด์อาจต้องโคจรไปพบกับรัสเซียหรือเบลารุสในทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นนอกประเทศ ชไวเดอร์สกีระบุว่า ทางสหพันธ์ฯ จะไม่ดำเนินการใดๆ โดยพลการ
"หากเราต้องแข่งขันกับพวกเขาในต่างประเทศ เราจะตั้งโต๊ะหารือเรื่องนี้กับรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการกีฬาของเราก่อนเป็นอันดับแรก เราจะไม่ทำสิ่งใดที่ขัดต่อนโยบายและกฎหมายของประเทศอย่างเด็ดขาด"
ความเห็นใจต่อเยาวชน แต่ต้องยึดหลักการ
ในช่วงท้าย ชไวเดอร์สกียังได้กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาเยาวชน โดยยอมรับว่าเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เด็กๆ ต้องเผชิญ แต่ยังคงต้องยึดมั่นในหลักการของชาติ
"เรารู้ดีว่าการแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาของผู้เล่นเยาวชนมากเพียงใด หลายคนยังเป็นเพียงเด็กที่อาจจะไม่ได้เข้าใจถึงเรื่องราวทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่กฎก็คือกฎ และทุกคนจำเป็นต้องเคารพกฎนั้น"
อ้างอิงข้อมูลจาก: Interia Sports
โปแลนด์ยืนกรานแบนลูกยางรัสเซีย-เบลารุส
ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโปแลนด์ประกาศจุดยืนชัดเจน จะไม่อนุญาตให้ออกวีซ่าแก่นักกีฬาจากรัสเซียและเบลารุสเพื่อเข้าแข่งขันในประเทศอย่างเด็ดขาด แม้สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) จะมีท่าทีผ่อนปรนก็ตาม
เซบาสเตียน ชไวเดอร์สกี (Sebastian Świderski) ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโปแลนด์ ออกมาตอกย้ำจุดยืนที่เด็ดขาดของประเทศต่อกรณีข้อพิพาทด้านกีฬากับรัสเซียและเบลารุส โดยยืนยันว่าโปแลนด์จะไม่มีการประนีประนอมในเรื่องการอนุญาตให้นักกีฬาจากทั้งสองชาติเดินทางเข้าประเทศ
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่ FIVB มีท่าทีอนุญาตให้ทีมระดับเยาวชนของรัสเซียและเบลารุสสามารถกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันได้ ซึ่งชไวเดอร์สกีมองว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นเสมือนการโยนหินถามทาง เพื่อปูทางให้ทีมชาติชุดใหญ่กลับคืนสู่เวทีระดับนานาชาติในอนาคต
"ผมเชื่อว่านี่คือการทดสอบเพื่อดูปฏิกิริยาของประเทศและสหพันธ์ต่างๆ และเรื่องนี้มันมีนัยยะที่กว้างกว่าแค่วงการวอลเลย์บอลไปแล้ว" ชไวเดอร์สกี กล่าว
ย้ำชัดกฎหมายต้องมาก่อน
ประธานลูกยางโปแลนด์เน้นย้ำว่า จุดยืนของรัฐบาลและสหพันธ์ฯ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น
"สำหรับเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ FIVB จะไฟเขียว แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้มาแข่งขันที่นี่ เนื่องจากกฎระเบียบการเข้าเมืองและข้อจำกัดด้านวีซ่าของเราที่เข้มงวด พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในดินแดนของโปแลนด์อย่างแน่นอน"
แนวทางหากต้องแข่งขันในต่างประเทศ
เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงกรณีที่ทีมชาติโปแลนด์อาจต้องโคจรไปพบกับรัสเซียหรือเบลารุสในทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นนอกประเทศ ชไวเดอร์สกีระบุว่า ทางสหพันธ์ฯ จะไม่ดำเนินการใดๆ โดยพลการ
"หากเราต้องแข่งขันกับพวกเขาในต่างประเทศ เราจะตั้งโต๊ะหารือเรื่องนี้กับรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการกีฬาของเราก่อนเป็นอันดับแรก เราจะไม่ทำสิ่งใดที่ขัดต่อนโยบายและกฎหมายของประเทศอย่างเด็ดขาด"
ความเห็นใจต่อเยาวชน แต่ต้องยึดหลักการ
ในช่วงท้าย ชไวเดอร์สกียังได้กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาเยาวชน โดยยอมรับว่าเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เด็กๆ ต้องเผชิญ แต่ยังคงต้องยึดมั่นในหลักการของชาติ
"เรารู้ดีว่าการแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาของผู้เล่นเยาวชนมากเพียงใด หลายคนยังเป็นเพียงเด็กที่อาจจะไม่ได้เข้าใจถึงเรื่องราวทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่กฎก็คือกฎ และทุกคนจำเป็นต้องเคารพกฎนั้น"
อ้างอิงข้อมูลจาก: Interia Sports