
credit image:
https://graphic.in.th/graphics/แกงป่าปลาไหล-1779781185526
แกงป่าปลาไหลเป็นเมนูที่สายอาหารรสจัดมักคุ้นกันดี เพราะแค่ยกหม้อขึ้นจากเตา กลิ่นพริกแกงกับสมุนไพรก็ลอยมาก่อนแล้ว จุดเด่นของเมนูนี้คือความเผ็ดร้อนที่ไม่ได้มาจากพริกอย่างเดียว แต่มีทั้งพริกไทยอ่อน กระชาย และสมุนไพรหลายอย่างช่วยกันดันรสชาติขึ้นมา
ส่วนปลาไหลนาจะมีเนื้อแน่นและมีความมันในตัวเล็กน้อย พอเอาไปต้มกับน้ำแกงป่า รสชาติจะซึมเข้าเนื้อได้ดี ยิ่งใส่มะเขือขื่นลงไปด้วย จะได้รสขมนิด ๆ แทรกเข้ามา ทำให้น้ำแกงมีมิติมากขึ้น
หลายคนทำครั้งแรกมักเจอปัญหากลิ่นคาวปลาไหลแรงเกินไป วิธีที่หลายบ้านใช้คือขยำกับเกลือหรือมะนาวก่อนล้างหลายรอบ จะช่วยลดเมือกและกลิ่นได้เยอะ
อีกอย่างคือแกงป่าไม่ใช่แกงกะทิ ถ้าต้มนานเกินไป เนื้อปลาไหลอาจเริ่มแข็งได้เหมือนกัน
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
ปลาไหลนาหั่นแว่น 500 กรัม
มะเขือขื่นผ่าครึ่ง 100 กรัม
พริกไทยอ่อน 4–5 ช่อ
กระชายซอย 100 กรัม
ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 2 เม็ด
ใบกะเพรา 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 1 ลิตร
ส่วนเครื่องแกง
พริกแห้ง 10–15 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม 8 กลีบ
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
ข่า 4–5 แว่น
กะปิ 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
ส่วนปรุงรส
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมปลาไหล
ล้างปลาไหลให้สะอาด
ขยำเกลือเพื่อลดเมือก
ล้างน้ำหลายรอบ
หั่นเป็นแว่นพอดีคำ
ขั้นตอนที่ 2 : ทำเครื่องแกง
โขลกพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า กะปิ และเกลือเข้าด้วยกัน
ไม่จำเป็นต้องละเอียดมาก
เครื่องที่โขลกสดจะให้กลิ่นหอมชัดกว่า
ขั้นตอนที่ 3 : ต้มแกง
ตั้งหม้อใส่น้ำ
ใส่เครื่องแกงลงไป
ต้มจนเดือดและเริ่มมีกลิ่นหอม
ใส่ปลาไหลลงไป
ต้มประมาณ 5–7 นาที
ขั้นตอนที่ 4 : ใส่สมุนไพร
ใส่มะเขือขื่น กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และใบกะเพรา
ปรุงรส
ต้มต่อเล็กน้อยแล้วปิดไฟ
ตอนเปิดฝาหม้อใหม่ ๆ กลิ่นพริกไทยอ่อนกับกระชายจะขึ้นมาก่อน ตามด้วยความหอมของเครื่องแกงป่า น้ำแกงเผ็ดร้อนชัด เนื้อปลาไหลนุ่มแต่ยังแน่นอยู่ กินคู่ข้าวสวยร้อน ๆ จะยิ่งเข้ากันมาก
แกงป่าปลาไหล รสเผ็ดร้อนถึงเครื่อง หอมพริกไทยอ่อนแบบอาหารป่าแท้
credit image: https://graphic.in.th/graphics/แกงป่าปลาไหล-1779781185526
แกงป่าปลาไหลเป็นเมนูที่สายอาหารรสจัดมักคุ้นกันดี เพราะแค่ยกหม้อขึ้นจากเตา กลิ่นพริกแกงกับสมุนไพรก็ลอยมาก่อนแล้ว จุดเด่นของเมนูนี้คือความเผ็ดร้อนที่ไม่ได้มาจากพริกอย่างเดียว แต่มีทั้งพริกไทยอ่อน กระชาย และสมุนไพรหลายอย่างช่วยกันดันรสชาติขึ้นมา
ส่วนปลาไหลนาจะมีเนื้อแน่นและมีความมันในตัวเล็กน้อย พอเอาไปต้มกับน้ำแกงป่า รสชาติจะซึมเข้าเนื้อได้ดี ยิ่งใส่มะเขือขื่นลงไปด้วย จะได้รสขมนิด ๆ แทรกเข้ามา ทำให้น้ำแกงมีมิติมากขึ้น
หลายคนทำครั้งแรกมักเจอปัญหากลิ่นคาวปลาไหลแรงเกินไป วิธีที่หลายบ้านใช้คือขยำกับเกลือหรือมะนาวก่อนล้างหลายรอบ จะช่วยลดเมือกและกลิ่นได้เยอะ
อีกอย่างคือแกงป่าไม่ใช่แกงกะทิ ถ้าต้มนานเกินไป เนื้อปลาไหลอาจเริ่มแข็งได้เหมือนกัน
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
ปลาไหลนาหั่นแว่น 500 กรัม
มะเขือขื่นผ่าครึ่ง 100 กรัม
พริกไทยอ่อน 4–5 ช่อ
กระชายซอย 100 กรัม
ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 2 เม็ด
ใบกะเพรา 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 1 ลิตร
ส่วนเครื่องแกง
พริกแห้ง 10–15 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม 8 กลีบ
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
ข่า 4–5 แว่น
กะปิ 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
ส่วนปรุงรส
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมปลาไหล
ล้างปลาไหลให้สะอาด
ขยำเกลือเพื่อลดเมือก
ล้างน้ำหลายรอบ
หั่นเป็นแว่นพอดีคำ
ขั้นตอนที่ 2 : ทำเครื่องแกง
โขลกพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า กะปิ และเกลือเข้าด้วยกัน
ไม่จำเป็นต้องละเอียดมาก
เครื่องที่โขลกสดจะให้กลิ่นหอมชัดกว่า
ขั้นตอนที่ 3 : ต้มแกง
ตั้งหม้อใส่น้ำ
ใส่เครื่องแกงลงไป
ต้มจนเดือดและเริ่มมีกลิ่นหอม
ใส่ปลาไหลลงไป
ต้มประมาณ 5–7 นาที
ขั้นตอนที่ 4 : ใส่สมุนไพร
ใส่มะเขือขื่น กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และใบกะเพรา
ปรุงรส
ต้มต่อเล็กน้อยแล้วปิดไฟ
ตอนเปิดฝาหม้อใหม่ ๆ กลิ่นพริกไทยอ่อนกับกระชายจะขึ้นมาก่อน ตามด้วยความหอมของเครื่องแกงป่า น้ำแกงเผ็ดร้อนชัด เนื้อปลาไหลนุ่มแต่ยังแน่นอยู่ กินคู่ข้าวสวยร้อน ๆ จะยิ่งเข้ากันมาก