การเลื่อมใสในกฎสิบส่วนถือว่าผิดหรือเปล่าครับ?

จงแบ่งทรัพย์สมบัติของลูกส่วนหนึ่งไว้ทำทาน
อย่าเสียดายสิ่งที่ลูกให้เป็นทาน
อย่าเบือนหน้าจากคนยากจน
แล้วพระเจ้าจะไม่ทรงผินพระพักตร์ไปจากลูก
จงให้ทานตามสัดส่วนทรัพย์สมบัติที่ลูกมี
ถ้ามีมาก จงให้มาก ถ้ามีน้อย ก็อย่าลังเลจะให้ทานเพียงเล็กน้อย
การกระทำเช่นนี้เป็นการสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในยามขัดสน
เพราะการให้ทานปลดปล่อยให้พ้นความตาย
และป้องกันมิให้ลงไปสู่ความมืด
การให้ทานเป็นบรรณาการประเสริฐ เฉพาะพระพักตร์พระผู้สูงสุดสำหรับทุกคนที่ให้ทาน

...การอธิษฐานภาวนาจากใจจริง
และการให้ทานด้วยใจกว้าง
มีค่ามากกว่าความร่ำรวยที่ได้มาอย่างอยุติธรรม
การให้ทานดีกว่าการสะสมทองคำ
การให้ทานช่วยให้พ้นจากความตายและช่วยชำระบาปทุกชนิด
ผู้ที่ให้ทานจะมีชีวิตที่สมบูรณ์
ผู้ทำบาปและทำความอยุติธรรมเป็นศัตรูแก่ชีวิตของตน

.

ส่วนตัวนับถือพุทธ แต่ก็เลื่อมใสในคำสอนเรื่องส่วนสิบ หรือสิบลดตามคติของชาวคริสต์ ความหมายก็คือให้แบ่งรายได้หนึ่งในสิบเพื่อทำทาน หรือบำเพ็ญการกุศลอื่นๆ แต่พอผมลองศึกษาดูก็พบว่า กฎส่วนสิบนี้มีมายาวนานก่อนศาสนาคริสต์จะเกิด และใช้กันในหลากหลายเชื้อชาติ

อย่างชาวกรีกมีการกล่าวถึง ลิซิอุสถวายผลผลิตแรกแก่เทพีอธีนา ยูอาร์คิสถวายส่วนสิบแก่เทพีอธีนา
คำสั่งของมูลนิธิเบรีย "และทรัพย์สินของเขาจะถูกริบ และส่วนสิบจะมอบให้แก่เทพี (อธีนา)"
และมีการกล่าวถึง เพคอน ช่างปั้นหม้อ ได้ถวายสิ่งนี้เป็นส่วนสิบแด่เทพีอธีนาตามคำปฏิญาณ

อีกตัวอย่างคืออารยธรรมบาบิโลน มักจะกล่าวถึงการเก็บส่วนสิบในรูปแบบภาษีและการบูชาเทพเจ้า
"พระราชวังได้ยึดเครื่องนุ่งห่มแปดชิ้นเป็นภาษีส่วนสิบของท่าน (จากเครื่องนุ่งห่มทั้งหมด 85 ชิ้น)"
"...นอกจากจะจ่ายส่วนสิบสำหรับ[url=https://en.wikipedia.org/wiki/Ninurta]นินูร์ตา[/url]แล้ว เขายังได้จ่ายภาษีของคนสวนอีกด้วย"
"...ส่วนสิบของหัวหน้าพนักงานบัญชี เขาได้มอบให้แก่ [เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์] ชามาช"

อีกตัวอย่างคือชนชาติอิสรเอล ที่จ่ายส่วนสิบหรือที่เรียกกันว่าทศางค์ โดยจะจ่ายผลิตผลแรกให้แก่คนเลวี คนต่างด้าว คนกำพร้า แม่ม่าย มักจะจ่ายเป็นพืชผลทางการเกษตร ฝูงปศุสัตว์ตัวแรก ขนสัตว์ที่ตัดครั้งแรก นํ้ามันมะกอก เหล้าองุ่น

หลังจากศึกษาอย่างละเอียด ผมก็บังเกิดความเลื่อมใส จึงเอากฎส่วนสิบที่ว่ามาประยุกต์กับการทำทานของตน
โดยเอาหนึ่งในสิบของเงินเดือนมาถวายทาน(จำนวนหนึ่งพันบาท) แต่กรณีของผมต้องการทำบุญทำทานทุกวัน เลยเอาส่วนสิบมาแบ่งย่อย โดยทำทานเฉลี่ยวันละยี่สิบบาท(ซื้อของใส่บาตรพระ) พอครบหนึ่งเดือนจะเป็นหกร้อยบาท ทำสังฆทานเดือนละสามครั้ง ต้นเดือนสองครั้ง ท้ายเดือนหนึ่งครั้ง ประมานครั้งละสี่สิบบาท(หรืออาจมากกว่านั้นถ้ามีมาก) รวมเงินสังฆทานราวหนึ่งร้อยบาท รวมกับเงินที่ทำบุญประจำก็ตกราวเจ็ดร้อยบาทต่อเดือน นอกนั้นก็จ่ายให้คุณป้าเพื่อทำบุญสงเคราะห์ญาติอีกห้าร้อยบาท(จ่ายทุกเดือนตามที่แม่แนะนำ)

ทุกช่วงปีใหม่ผมจะจ่ายส่วนสิบ เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุอีกหนึ่งพันบาท(นำเหรียญสิบล้วนไปถวายบูชา)
และจ่ายส่วนสิบเพื่อบูชาพระธาตุในวันเกิดของตน(บูชาด้วยดอกไม้ของหอม)

ข้างต้นคือการจ่ายส่วนสิบที่ผมปฏิบัติเป็นประจำ

ถ้านึกไม่ออกว่าจะทำทานเท่าไหร่ การจ่ายด้วยส่วนสิบอาจเป็นทางเลือกหนึ่งของท่าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่