Ford ปรับบริการหลังการขายลดเวลารถค้างศูนย์เหลือ 4 วันพร้อมเซอร์วิสถึงบ้าน

เวลาคนซื้อรถสักคัน สิ่งที่ต้องคิดไม่ได้มีแค่เรื่องดีไซน์ เครื่องยนต์ หรือโปรโมชั่น แต่รวมถึงคำถามสำคัญหลังจากวันรับรถด้วยว่าถ้ารถมีปัญหา แล้วศูนย์บริการจะดูแลเรายังไง เพราะต่อให้รถขับดีแค่ไหน ถ้าต้องเอาเข้าศูนย์แล้วรอนาน ติดต่อใครไม่ได้ หรือซ่อมหลายรอบไม่จบ ประสบการณ์หลังการขายก็อาจกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากกลับไปใช้อีก
.
อย่างเคสของ Ford เองก็น่าสนใจ เพราะในอดีตแบรนด์ก็ยอมรับตรงๆ ว่า ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยอยู่ในจุดนั้นจริง แต่ตอนนี้แบรนด์ได้ติดขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้านบริการในตลาดรถยนต์ไทย
.
TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘สุรวัฒน์ จึงสมประสงค์’ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย แล้วจะมาเล่าเรื่องการพัฒนาเซอร์วิสหลังการขายของแบรนด์ให้ฟัง
.
[ ในอดีตรถค้างศูนย์นานเฉลี่ย 30 วัน ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 4 วัน หลังพัฒนาเทคมาใช้ ]
.
‘สุรวัฒน์’ เล่าว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ฟอร์ดแทบไม่เคยติด 1 ใน 5 ของผลสำรวจความพึงพอใจด้านบริการ บางปีถึงขั้นอยู่อันดับท้ายๆ ของตลาด ในช่วงเวลานั้น ลูกค้าที่เจอปัญหาหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรติดต่อใคร เพราะช่องทางสื่อสารยังไม่ชัดเจน จนสุดท้ายหลายคนเลือกไปโพสต์ระบายลง Facebook เพราะรู้สึกว่านั่นเป็นที่เดียวที่มีคนเห็น
.
"ในอดีตลูกค้าชอบฟ้องมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กใน Facebook เพราะไม่รู้จะติดต่อใคร เราจึงทำทีม ขึ้นมาเพื่อเข้าถึงโลกโซเชียลและคอยมอนิเตอร์ว่าลูกค้าคนไหนต้องการความช่วยเหลือ" สุรวัฒน์ กล่าว
.
ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาได้ชัดที่สุด คือระยะเวลาที่รถค้างอยู่ในศูนย์บริการ ซึ่งในอดีตเคยเฉลี่ยเกือบ 30 วัน กว่าลูกค้าจะได้รถกลับไปใช้งาน แต่วันนี้ ตัวเลขเดียวกันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4 วัน และกำลังไล่ระดับใกล้เคียงเวียดนามที่ทำได้ 3.9 วัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประสิทธิภาพด้านบริการดีที่สุดของฟอร์ดในระดับโลก
.
[ ลงทุน 500 ล้านบาทต่อปี พัฒนาเทคโนโลยีและบุคคลากร ]
.
‘สุรวัฒน์’ บอกว่าเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่ง มาจากการลงทุนทั้งในเรื่องบุคลากร ระบบบริการ และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งฟอร์ดระบุว่าใช้งบราว 500 ล้านบาทต่อปี
.
หนึ่งในเรื่องที่บริษัทพยายามแก้ก่อน คือ “การติดต่อกับลูกค้า” เพราะฟอร์ดมองว่าพฤติกรรมคนใช้รถวันนี้ ไม่ได้สะดวกโทรเข้าศูนย์เฉพาะเวลางานเหมือนในอดีตอีกแล้ว ลูกค้าหลายคนอยากนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลช่วงหลังเลิกงาน บางคนสะดวกคุยตอน 2-4 ทุ่มมากกว่า ฟอร์ดจึงเริ่มพัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าติดต่อกับศูนย์บริการได้ง่ายขึ้น
.
ปัจจุบัน ลูกค้าสามารถนัดหมาย พูดคุย หรือจัดการเรื่องบริการผ่าน LINE และแอป FordPass ได้โดยตรง ซึ่งแอป FordPass ถูกเปิดตัวพร้อมกับ Ford Ranger รุ่นใหม่ ในช่วงแรกอาจถูกมองเป็นแอปเสริมที่มีลูกเล่นหรือเกมให้ใช้งาน แต่ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมการใช้งานรถและบริการหลังการขายของฟอร์ดไปแล้ว
.
ผู้ใช้สามารถสั่งงานตัวรถ ดูข้อมูลฟีเจอร์ต่างๆ ตรวจสอบสถานะรถ หรือนัดหมายเข้าศูนย์บริการได้ผ่านแอปเดียว ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่ถูกใช้งานมากที่สุด คือการดูตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ เพราะลูกค้าจำนวนไม่น้อยอยากรู้ว่ารถของตัวเองอยู่ที่ไหน หรือถูกใช้งานอยู่บริเวณใด
.
ขณะเดียวกัน ฟอร์ดยังพยายามลดเวลาที่ลูกค้าต้องเสียไปจากการเข้าศูนย์บริการ ปัจจุบัน มีบริการตรวจเช็กระยะเร่งด่วนที่ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 60 นาที เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลารอทั้งวันเหมือนในอดีต
.
[ มีรถเซอร์วิสถึงบ้านทำสามารถรองรับบริการได้ทั้ง 75% ที่ศูนย์ทำ และมีแว่นตา See What I See ให้ช่างมองเห็นปัญหารถได้ไว ]
.
‘สุรวัฒน์’ ยังบอกอีกว่า ด้านที่บริษัทพยายามเปลี่ยน คือแนวคิดเรื่องศูนย์บริการที่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการที่ลูกค้าต้องขับรถเข้าไปหาเสมอไป ปัจจุบัน ฟอร์ดมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ หรือ Mobile Service Vehicle จำนวน 106 คัน กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ บนรถแต่ละคันมีอุปกรณ์ครบจนสามารถรองรับงานบริการได้ประมาณ 75% ของทั้งหมดที่ศูนย์บริการทำได้
.
ไม่ว่าจะเป็นการเช็กระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือแม้แต่งานที่ละเอียดขึ้นอย่างการถ่วงล้อ ก็สามารถทำผ่านรถบริการเคลื่อนที่ได้ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในอดีต Mobile Service ของฟอร์ดยังเป็นเพียงรถกระบะใส่แคป แล้วโยนเครื่องมือไปไม่กี่ชิ้น
.
แต่วันนี้ บริษัทพยายามทำให้รถบริการเคลื่อนที่กลายเป็นเหมือนศูนย์บริการขนาดย่อม เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางของลูกค้า เบื้องหลังของระบบบริการเหล่านี้ ยังมีเครือข่าย Hub สนับสนุนทั้งหมด 10 แห่งทั่วประเทศ พร้อมวิศวกรสแตนด์บาย
.
หากดีลเลอร์หรือศูนย์บริการใดเจอเคสที่ซับซ้อน ฟอร์ดตั้งเป้าว่าวิศวกรต้องสามารถเดินทางไปถึงภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยแก้ปัญหาหน้างาน
.
อีกเทคโนโลยีที่บริษัทใช้ คือ SWIS หรือ See What I See แว่นตาอัจฉริยะที่ช่างเทคนิคสวมระหว่างทำงาน เพื่อส่งภาพจากหน้างานให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศช่วยวิเคราะห์พร้อมกันแบบเรียลไทม์
.
นั่นหมายความว่า ถ้าศูนย์บริการในไทยเจอเคสซับซ้อน ช่างสามารถขอคำแนะนำจากวิศวกรในออสเตรเลีย ยุโรป หรืออเมริกาได้ทันที และปัจจุบัน มีเคสซับซ้อนถูกวิเคราะห์ผ่านระบบนี้มากกว่า 30 เคสต่อเดือน และอัตราการซ่อมจบในครั้งแรก หรือ Fix It Right First Time ของฟอร์ดไทยอยู่ที่ 96%
.
"เทคโนโลยี 'See What I See' ทำให้วิศวกรเห็นทุกอย่างที่ช่างหน้างานเห็น เราใช้เวลา Real-time ในการให้คำแนะนำ และสามารถเชิญวิศวกรจากออสเตรเลีย ยุโรป อเมริกา เข้ามาช่วยกันดูได้ทั่วโลก" สุรวัฒน์ กล่าว
.
อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์หลังการขาย คือเรื่องอะไหล่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้รถหลายคันต้องจอดค้างศูนย์นาน ซึ่งสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของคลังอะไหล่ฟอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร
.
ภายในคลังเก็บอะไหล่มากกว่า 4.3 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท และยังเป็นศูนย์กระจายอะไหล่สำหรับรถรุ่น Next-Gen ไปยังประเทศอื่นทั่วโลกด้วย ระบบปัจจุบันสามารถจัดส่งอะไหล่ถึงดีลเลอร์ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และหากอะไหล่ชิ้นนั้นไม่มีในประเทศไทย ระบบจะค้นหาจากคลังฟอร์ดทั่วโลก เพื่อหาแหล่งที่สามารถส่งได้เร็วที่สุดโดยอัตโนมัติ
.
"อะไหล่เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพร้อมให้บริการลูกค้า เพราะว่าต่อให้เรามีเน็ตเวิร์กที่ดี มีช่างเทคนิคที่ดี แต่เราไม่มีอะไหล่พร้อม ก็อาจจะไม่สามารถซ่อมรถให้หายได้ในครั้งแรกได้" สุรวัฒน์ กล่าว
.
ปัจจุบัน ฟอร์ดมีศูนย์บริการประมาณ 130 สาขาทั่วประเทศ และมีศูนย์ซ่อมสีและตัวถังกว่า 50 แห่ง
ในภาพรวม ธุรกิจบริการหลังการขายของฟอร์ดยังเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-10% ต่อปี แม้อัตราการเติบโตของแต่ละดีลเลอร์จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่และฐานลูกค้า
.
ขณะที่อัตราการกลับมาใช้บริการของลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 83% ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาว ปี 2025 ฟอร์ดมีคะแนน Net Promoter Score ด้านบริการหลังการขายอยู่ที่ 73.2 คะแนน ส่วนด้านการขายอยู่ที่ 93.1 คะแนน ขณะที่ผลสำรวจปี 2026 โดย Differential จัดให้ฟอร์ดอยู่อันดับ 2 ด้านบริการในตลาดรถยนต์ไทย
.
และรถที่อายุมากที่สุดที่ยังเข้าศูนย์ฟอร์ดอยู่จนถึงตอนนี้ คือ Ford Laser อายุ 23 ปี
.
"การสร้างประสบการณ์ลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะธุรกิจในปัจจุบัน การแข่งขันทางด้านโปรดักต์ เราสามารถ copy ได้ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน การแข่งขันทางด้านราคาก็ตัดสินใจกันบนกระดาษได้ภายใน 3 ชั่วโมง แต่การสร้างประสบการณ์ลูกค้าเนี้ย เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางรากในการทำงาน" สุรวัฒน์ กล่าว


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่