ที่แมวคาบหนูมาให้เพราะมองว่า เราเป็น "ลูกแมวตัวยักษ์ไร้ขน" ที่ล่าสัตว์ไม่เป็น แมวเลย "สอน" ให้เราดูเป็นตัวอย่าง



ที่แมวคาบหนูมาให้เพราะมองว่า เราเป็น "ลูกแมวตัวยักษ์ไร้ขน" ที่ล่าสัตว์ไม่เป็น แมวเลย "สอน" ให้เราดูเป็นตัวอย่าง
ว่าการหาอาหารเขาทำกันยังไง !... ทาสแมวหลายคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์แปลกๆที่
เมื่อจู่ๆ น้องแมวได้คาบหนู นก หรือสัตว์ตัวเล็กๆ มาวางแหมะไว้บนเตียงหรือตรงหน้าเราเลย
บางครั้งเราก็มักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าน้องกำลังเอา "ของขวัญ" มามอบให้ด้วยความรักความห่วงใย…
.

แต่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมสัตว์ เรื่องนี้มีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ตามธรรมชาติแล้วแมวเป็นนักล่าที่ชอบฉายเดี่ยว และมีสัญชาตญาณความเป็นแม่ (Maternal instinct) สูง ที่ต้องคอยสอนลูกๆ ให้รู้จักการเอาชีวิตรอด
.

ทีนี้พอเป็นแมวเลี้ยงที่ส่วนใหญ่ถูกทำหมันและไม่มีลูกของตัวเอง พวกมันจึงมองมนุษย์อย่างเราเป็นเสมือน "ลูกแมวตัวยักษ์ไร้ขน"
ที่ดูไม่น่าจะมีน้ำยาในการล่าสัตว์เอาซะเลย
.

สัญชาตญาณนี้เลยกระตุ้นให้พวกมันคาบเหยื่อที่ตายหรือบาดเจ็บกลับมา เพื่อ "สอน"
ให้เราดูเป็นตัวอย่างว่าการหาอาหารเขาทำกันยังไง ซึ่ง พอล เลย์เฮาเซน (Paul Leyhausen)
นักพฤติกรรมสัตว์ได้อธิบายไว้ตั้งแต่ปี 1979 ว่านี่คือพฤติกรรมการล่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแมวเลย
.

นอกจากนี้ ยังมีอีกทฤษฎีที่น่าสนใจจาก จอห์น แบรดชอว์ (John Bradshaw) นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ ที่ระบุไว้ในปี 2013
ว่า จริงๆ แล้วแมวอาจจะแค่คาบเหยื่อกลับมายัง อาณาเขตหลัก (Core territory) อยู่ก็ได้
ซึ่งก็คือบ้านที่มันรู้สึกปลอดภัยที่สุดเพื่อเตรียมนั่งกินอย่างสบายใจ
แต่พอมาถึงบ้านดันเหลือบไปเห็นอาหารเม็ดแสนอร่อยที่เราเทไว้ให้ เลยเปลี่ยนใจไปกินอาหารเม็ดที่ทั้งอร่อยและไม่ต้องออกแรงเคี้ยวแทน ปล่อยให้ซากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกทิ้งไว้ และเราก็ต้องมารับบทเป็นคนเก็บกวาดไปโดยปริยาย
.

แถมยังมีงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Animals เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2023
ซึ่งตามเก็บข้อมูลและสังเกตพฤติกรรมแมวบ้านกว่า 5,000 ตัวในฝรั่งเศส
ผลการศึกษาพบว่า แมวที่ชอบคาบเหยื่อกลับบ้านมักจะเป็นแมวที่มีนิสัยกล้าหาญ และได้รับอิสระให้ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านได้
.

ดังนั้น ถ้าคืนไหนคุณตื่นมาเจอหนูนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะน้องไม่ได้แกล้ง
แต่มันคือการผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณความหวังดีแบบดิบๆ ของสัตว์ป่า และความรู้สึกว่าบ้านที่มีคุณอยู่คือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกมันนั่นเอง
.

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Leyhausen, P. "Cat Behavior: The Predatory and Social Behavior of Domestic and Wild Cats." Garland STPM Press, 1979.
[2] Bradshaw, J. W. S. "Cat Sense: How the New Feline Science Can Make You a Better Friend to Your Pet." Basic Books, 2013.
[3] Castañeda, et al. "Spatiotemporal and Individual Patterns of Domestic Cat (Felis catus) Hunting Behaviour in France." Animals, 2023. DOI: 10.3390/ani13223507

SCIWAYS
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่