ลองมาอ่านนิยายชีวิตความรักเล่นๆกันดูค่ะ

กระทู้คำถาม
รู้สึกกังวลว่าชีวิตนี้ตัวเองจะเจอคู่แท้ไหม
เคยมีแฟนคนแรกตอนอายุ 21  คุยมาตั้งแต่ 18 สุดท้ายก็เลิกกันไปคบกับคนใหม่ ในตอนที่ 21

เจอกันในช่วงเวลาคาบเกี่ยวก่อนคบกับแฟนคนแรก  เราก็เลิกคุยกันไปเลยตัดสินใจคบกับแฟนคนแรกเพราะแฟนคนแรกมาขอคบพอดี   พอคบกันสักพักอยู่ๆไอ้คนนี้ก็กลับมา  แต่ด้วยความที่ตอนแรกคุยกันในรูปแบบเพื่อน เวลาเรามีอะไรก็มักจะคุยกับเขาปรึกษาระบายกับเขา สุดท้ายอยู่ๆเขาก็มาบอกว่าชอบเรา แต่เราก็บอกเขาไปแล้วว่าเรามีแฟนแล้วให้เขาไปหาคนอื่น ที่เขากล้าพูดน่าจะเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าเราอยู่กับแฟนคนนี้แล้วไม่มีความสุขตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งเราเองอยากเลิกตั้งแต่ผ่านไปไม่กี่วัน

อาจจะเป็นเพราะเราไม่เคยคบใครมาก่อนด้วยเลยรักความอิสระและความโสดและรู้สึกว่าถ้าใครสักคนจะต้องคบกับเราเราก็อยากให้เขาเป็นคนที่คู่ควรพอจะคบใส่ใจเราเทคแคร์เรา ไม่ใช่เอาแต่หึงหวงเรา และห้ามแม้กระทั่งสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราชอบ

สุดท้ายเราก็เลิกกับแฟนคนแรกหลังจากเราศึกษาในใจเขามาระยะหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเราไม่รักเขาจริงๆ ก็เลยบอกเขาไปตรงๆ  จากนั้นพอเลิกกันเราก็ยังไม่ได้เอาสถานะออกไม่ได้บอกใครว่าเลิก  กับแฟนคนที่ 2 เราก็ยังไม่ได้บอกพอถึงช่วงเวลานึงเราก็ค่อยบอก แล้วก็เริ่มศึกษาดูใจกับเขา  ทุกอย่างมันดูเข้ากันได้ดีมาก เรามีความสุขมากตอนอยู่กับเขาสุขจนออกทางหน้าตาสุขมากจนมีคนทักว่าเราดูดีขึ้น  เขาอยากคบแต่ด้วยความที่เรายังรู้สึกไม่สบายใจกับแฟนคนแรกอยู่ก็อยากให้เขามีคนอื่นไปก่อนแล้วเราค่อยมี เรากลัวเขาจะเสียการเรียนเพราะเรา

สุดท้ายผ่านมาเป็นปีเราถึงได้คบกัน แต่ถึงจะผ่านไปนานขนาดนั้นเราก็ยังโดนโกรธโดนเกลียดอยู่ดีเพราะเรานั้นคบกันก่อนที่เราจะเรียนจบในขณะที่เราเคยพูดกับเขาว่าเราคงไม่คบกับใครหรอกจนกว่าจะเรียนจบ  ซึ่งประเด็นคือเราแค่ไม่อยากให้เขาเสียการเรียนแต่เราเห็นว่าเขามีคนคุยใหม่แล้วเราเลยเริ่มต้นใหม่บ้างแค่นั้นเอง

สุดท้ายเหมือนเวรกรรมทั้งที่ก็ยังไม่รู้ว่ากรรมตรงไหน ตอนบอกเลิกคนแรกเราก็บอกตรงๆแล้วค่อยมาศึกษากับคนที่ 2 แต่สิ่งที่เราเจอตอนอยู่กับคนที่สองแต่มีแต่ความทุกข์รักก็รักสุดสุขก็สุขมากแต่ทุกข์ก็โคตรจะทุกข์  เหมือนเป็นคู่กรรมมากกว่าคู่บุญ   สุดท้ายจบที่เขามีผู้หญิงคนอื่น โดยที่เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ชอบเขาเองเขาไม่ได้คิดอะไรด้วยแล้วผู้หญิงคนนั้นก็มีสามีและมีลูกอยู่แล้ว

โดยที่ตอนที่เราจับได้เราก็ให้เขาเลือกเราคุยกับเขาตรงๆว่าเขาไม่ได้รักเราแล้วใช่ไหมอยากไปอยู่กับคนนั้นหรือเปล่าหรืออะไร แต่เขาก็บอกว่าไม่อยากอยู่กับเรา  เขาบอกว่าเขาคิดกับคนนั้นเป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์ไม่ได้มีอะไรเกินเลยเหมือนพี่น้องเหมือนเพื่อน   เราก็โอเคเปิดใจกับเขาต่ออยู่กับเขาต่อในรูปแบบคนรักทำทุกสิ่งทุกอย่างแบบคนรัก เหมือนที่ผ่านมา

แต่สุดท้ายสิ่งที่เราได้กลับมา มันกลายเป็นการหักหลัง ในวันที่เรารู้สึกแปลกๆเราโทรไปคุยกับเขาแล้วเราก็ได้รู้ว่าเขาไปดูหนังกับเพื่อนเขาซึ่งในบรรดาเพื่อนเขาคือมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ ทั้งที่ก็เพิ่งทะเลาะกับเรามาไม่นานเราเพิ่งคืนดีกันได้ไม่นาน  ที่เจ็บแสบกว่านั้นคือเรามารู้ทีหลังว่าช่วงปีใหม่เขาขอวีดีโอกับผู้หญิงคนนั้นข้ามปีทั้งที่แชทมาหาเราว่ารักเรา ในตอนนั้นเราคิดอยากคอลวีดีโอกับเขาแต่เราไม่โทรหาเพราะเราคิดว่าเขาอาจจะยังอยู่กับเพื่อนไม่อยากรบกวน มีใครเข้ามาจีบเราเราก็ไม่ได้เล่นด้วยคนเก่าทักมาเราก็บอกว่าไม่ต้องทักกลับมาอีกเพราะเราไม่อยากให้เขาคิดมากแต่นี่ดันกลายเป็นสิ่งที่เราได้รับ

สุดท้ายเราเลยตัดสินใจบอกเลิกเขาไปรอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าเราจะไม่เอาผู้ชายคนนี้แล้วเราเลือกตัวเราเอง ไม่อยากอยู่กับคนที่ทำให้เราเสียใจอีก
เราเคยเห็นกับเขาจนเขายอมพูดออกมาว่าตอนที่ดูหนังกันก็มีน้องมาซบมาจับไหล่เรารู้สึกขยะแขยงมากทั้งไอ้น้องคนนั้นที่รู้อยู่แล้วว่ามันมีเราและทั้งผู้ชายคนนั้นที่ไม่รู้ไปพูดอีท่าไหนกับผู้หญิงแล้วทำอะไรโดยที่ไม่คิดถึงความรู้สึกเรา ไม่เว้นแม้แต่มีแชทที่คุยกันเชิงเรื่องอย่างว่า ซึ่งไม่ใช่บริบทที่คนไม่ได้คิดอะไรกันจะคุยกันเพราะมันทะลึ่งและทุเรศ

สุดท้ายเวลาก็ผ่านมาได้นานๆเราเลิกกับเขาไปช่วงแรกๆเราทำใจไม่ได้ทั้งที่เป็นคนบอกเลิกเขาก่อนเราเลยไปตามง้อเขายอมยกศักดิ์ศรีตัวเองไปเก็บไว้ทิ้งไว้ในลิ้นชัก แค่เพราะว่าเรารู้ตัวว่าเรารักเขาจริงๆเราไม่อยากเสียเขาไป  เรายอมที่จะไปขอโทษในสิ่งที่เราไม่ได้ผิดทั้งๆที่เราเป็นคนที่โดนนอกใจแต่ดันรับบทเป็นผู้กระทำซะงั้น ในช่วงเวลานั้นเรารู้สึกว่าเราทำผิดไปเองซะทุกอย่างทั้งที่ความจริงพอมาคิดด้วยหลักเหตุและผลแล้วเราไม่ได้ทำอะไรเลยที่มันเป็นเรื่องที่ผิดต่อเขาเราซื่อสัตย์มาตลอดเราไม่เคยให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเรา เราไม่เคยไปคุยในเชิงชู้สาวกับใคร  ต่อให้คนที่เคยรักมากมาคุยกับเราในช่วงที่เราเมาเหล้ายังไม่ได้สติพยายามยั่วยวนให้ไปคุยในเชิงชู้สาวกับมัน ภายในไม่กี่ชั่วโมงพอเราตั้งสติได้เราก็บอกเค้าทันที เราทำลับหลังแฟนไม่ลง
สุดท้ายหลังจากนั้นเราก็ได้เลิกคุยกับคนนั้นไปเพราะคนนั้นทักมาอีกแล้วก็บอกเขาว่าไม่ต้องทักมา

แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมา ดันกลายเป็นเขาเอาแชทเราที่เขียนให้เขาไปเม้าท์ฉ่ำกับผู้หญิงคนนั้นที่คุยกันตั้งแต่ยังเป็นคนรักกับเรายังไม่ได้เลิกขาดกับเราในช่วงที่ทะเลาะกับเรามีปัญหากับเราเพื่อเพิ่มลดสถานะกันเราแต่ก็ยังอยู่กันแบบคนรักมาตลอด  ไปเหมาไปทำลายศักดิ์ศรีของเราทำเหมือนเราเป็นคนที่อ้อนวอนเขาคอยตามตื๊อเขาทั้งที่ความจริงเนื้อเรื่อง ไม่ใช่เลย  เราต้องได้รับข้อความแย่ๆอย่างถ้าดีจริงผู้ชทั้งที่ความจริงเราเป็นคนที่ออกมาเองก่อนด้วยซ้ำกลายเป็นเราดับโดนยัดเยียดบทคนโดนทิ้งแล้วตามตื๊อเขาซะงั้น ทั้งๆที่มันก็แค่นอกใจคุยกับผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่ยังเป็นคนรักกับเราอยู่  

ช่วงหลายปีถัดมาเราได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นบอกว่าไม่รู้ว่าผู้ชายมีแฟนแต่ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่เขาไม่รู้ เพราะในช่วงเวลานั้นเราได้บอกให้แฟนเก่าเราไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ซึ่งก็คงคุยจริงๆเพราะสุดท้ายผู้หญิงคนนั้นถ่ายรูปหน้าตัวเองตอนร้องไห้ส่งมาให้แฟนเก่าเรา   เอาตามตรงคือดูอยากได้มากจนผู้หญิงด้วยกันยังดูออก  คนปกติถ้ารู้แล้วว่าเขามีแฟนควรจะหยุดยุ่งแล้วแต่นี้ยังจะถ่ายรูปน้ำตาตัวเองส่งมาให้ผู้ชายดูเจตนาอื่นไม่ได้เลยนอกจากต้องการจะอ่อย  ต่อให้จะเสียใจขนาดไหนก็ไม่ควรมาทำแบบนี้กับผู้ชายของคนอื่นทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนั้นมีผู้หญิงอีกคนอยู่ก่อนแล้ว เราเองรู้สึกแย่กับแฟนเราเหมือนกันที่ดันไปเห็นใจน้ำตาผู้หญิงคนนั้นแล้วก็มาพูดกับเราว่าเห็นไหมน้องเขาเสียใจจนร้องไห้เลยเราโคตรจะจุกรู้สึกว่าแล้วเราอ่ะเราเสียใจจนน้ำตามันไม่ไหลด้วยซ้ำเจ็บจนพูดไม่ออกแยกแยะไม่ได้ว่าการแบบนี้มันคืออะไรมันจุกไปหมด จนไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงด้วยซ้ำ

กับเราที่มีเขาเป็นคนรักคนแรกในชีวิตเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตก็ว่าได้  กับเราที่อยากจะมีครั้งแรกในวันแต่งงาน แต่ต้องเสียหลายๆอย่างให้เขาไปแล้วทั้งที่บางอย่างเราก็ไม่ได้เต็มใจด้วยซ้ำ รอที่เสียใจมาตลอดกับเขาที่เอาแต่บอกว่าทำไมเราถึงไม่ยอมเสียตัวให้เขาจริงๆสักทีกลัวอะไรยังไงเขาก็ไม่ทิ้งเราไปไหนหรอก  เราคิดว่าอย่างน้อยเรายังโชคดีที่เราไม่ได้ท้องกับเขาและในช่วงที่เราคิดว่าเราจะยอมมีอะไรกับเขาก่อนแต่งดีไหมก็ดันมารู้เรื่องพวกนี้พอดี ตอนแรกว่าคิดหนักเรื่องนี้อยู่เลยเพราะว่าเราก็คบกันมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วถ้านับจากคุยแรกๆก็ตรงตามจำนวนปีที่เราเคยบอกกับเขาไว้เราเลยสับสนอยู่ช่วงนึงแต่สุดท้ายก็ดันมีเรื่องนี้มาก่อน  

ถึงเราจะเสียกับเขาจนไม่ต่างกับคนที่มีอะไรกันไปแล้วแต่อย่างน้อยก็ยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นที่จะเสี่ยงท้องได้  (ในส่วนนี้เราอาจจะเป็นการพูดเพื่อปลอบใจตัวเอง) ก็อยากเก็บความบริสุทธิ์ไว้ยังแต่งงานจริงๆตัวเองไม่ได้เชื้อชาติไทยแต่กำเนิดด้วยเรามีเชื้อชาติอื่นอยู่ด้วยซึ่งเป็นเชื้อชาติที่เคร่งเรื่องนี้ระดับหนึ่ง แต่เราไม่ได้เคร่งขนาดนั้นหรอกเราแค่ต้องการเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้สามีหรือคนที่เหมาะสมพอจะเป็นพ่อของลูกด้วยตัวเราเอง  ต่อให้ไม่ได้ถึงขั้นแต่งงานกันถ้าคนนั้นเรามองเราว่าเหมาะสมเป็นพ่อของลูกเราคิดว่าเราก็พร้อมให้แต่แฟนเก่าเรามันยังไม่เหมาะสมเลยเรียนก็ยังไม่จบในตอนนั้นถ้ามีลูกขึ้นมาลูกก็คงลำบาก เราเชื่อได้ว่าต่อให้จะป้องกันสุดท้ายมันก็ต้องมีครั้งที่ไม่ป้องกันอยู่ดีคงไม่มีทางที่จะป้องกันกันได้ทุกครั้งมันต้องมีช่วงที่ตบะแตก สุดท้ายผลที่จะตามมาก็คือมีลูกเมื่อไม่พร้อมไม่สามารถที่จะให้การศึกษาลูกได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถที่จะมีวุฒิภาวะที่พร้อมพอในการจะดูแลลูกได้ อาจจะทำได้  แต่มันคงจะสะดวกกว่าถ้าจะมีลูกในช่วงที่พร้อมจริงๆ

สุดท้ายเราก็เลิกกับผู้ชายคนนั้นไปที่เป็นรักแรกและผู้ชายคนแรกในชีวิตเรา  หลังจากนั้นเขาก็มีทักมาขอโทษเราแต่ดันบอกว่าแชทนั้นขอรู้แค่เขากับเราเท่านั้นเราสับสนมากเพราะตอนแรกเราก็ยังวูบอนไม่ได้ 100% เพราะว่าเรารักเขาจริงๆแต่เราก็เจ็บปวดมากเหมือนกันกับการกระทำของเขาในขณะเดียวกันเราแอบเข้าไปส่องผู้หญิงคนนั้นก็เห็นผู้หญิงคนนั้นลงสตอรี่ร้องไห้เราเลยพอจะจับใจความได้ว่าคงจะทะเลาะกันเรื่องอะไรสักอย่างหรือไม่อาจจะเป็นเรื่องเรา ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นกันแบบผิดๆสุดท้ายผู้หญิงที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าเข้ามายุ่งกับของคนอื่นก็คงจะระแวงเป็นธรรมดา น่าสมเพช แต่ก็สมเพชตัวเองอยู่เหมือนกันที่ต้องมาเจออะไรพวกนี้
ความจริงในช่วงเวลานั้นที่เราทำใจกับเรื่องเขาไม่ได้อยู่อย่างทรมานแต่ก็พยายามจะเริ่มต้นใหม่พยายามmove on พอเราเริ่มจะดีขึ้นหลังจากการบล็อกเขาไปก็กลายเป็นว่าเขาเริ่มกลับมาตัดขาดช่องทางการติดต่อจากเรา กดออกกลุ่มทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นเลยเหมือนต้องการจะตัดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเราออกเพื่อเป็นการประชดหรือเพื่อเอาใจผู้หญิงคนใหม่ก็ไม่รู้ทั้งที่เราก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรด้วย  เรารู้สึกแย่มากเหมือนแผลที่ยังไม่หายดีโดนตอกตะปูซ้ำเข้าไปอีก   จนสุดท้ายเราก็ได้ตัดสินใจพลาดปกติใครชวนไปไหนเราก็ไม่ไปเที่ยวกลางคืนเราไม่เที่ยวแต่ในวันนั้นผู้ชายที่เราคุยจาก application หนึ่งได้ชวนเราไปกินเบียร์ที่ร้านนั่งชิว ในวันนั้นหลังจากที่เราเครียดมาสักพักเรื่องแฟนเก่าด้วยเรื่องเรียนด้วยหลายๆอย่างเราก็เลยตัดสินใจจะไป แต่ผลที่ได้กลับมานั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากและรู้สึกแย่กับตัวเองสับสนไปหมด  เพราะในวันนั้นเราโดนเขาข่มขืน เพราะเราเชื่อที่เขาบอกว่าจะแค่มาส่งเราที่ห้องไม่ทำอะไรนั่งคุยกันเฉยๆ เราซื้อเกินไปในช่วงเวลานั้นบวกกับความเสียใจ ในตอนนั้นเราดิ้นจนตกเตียงพยายามจะผลักเขาออกแต่เราก็สู้แรงเขาไม่ไหว  โชคดีจังหวะที่เขากำลังจะถอดกางเกงเราตั้งสติได้อยู่เราก็เลยถีบไปที่ตัวเขาแล้วรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ แล้วครูเขาว่าถ้าเกิดยังจะทำอะไรเราต่อเราจะกดเรียกตำรวจเราก็ชูมือถือเตรียมกดโทร  โชคดีที่เขาหยุด แต่เราก็รู้สึกแย่ไปแล้ว เราขยะแขยงในการตัดสินใจของตัวเองมาก รู้สึกสับสนไปหมด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่