(29 พ.ค. 69) ที่พรรคประชาธิปัตย์ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการ Blue House ในครั้งนี้ว่า การดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนถือเป็นหัวใจและหน้าที่สำคัญของพรรคการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการถูกละเมิดสิทธิ หรือความไม่สะดวกจากการบริการของภาครัฐ ถือเป็นคุณค่าหลักและหน้าที่อันเป็นหัวใจสำคัญของพรรคการเมืองและผู้แทนราษฎรมาโดยตลอด การกลับมาของ Blue House ในเวอร์ชันที่พัฒนาขึ้นนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มาพร้อมกับ 2 ไฮไลต์หลักที่จะพลิกโฉมการทำงานเชิงรุก ได้แก่
.
ประการที่ 1 การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
.
อภิสิทธิ์เน้นย้ำว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาในช่วงของการเฉลองครบรอบ 80 ปี พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงหมุดหมายที่ชัดเจนว่าพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในปีที่ 81 และปีต่อๆ ไปอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด การยกระดับ Blue House ในครั้งนี้ให้พี่น้องประชาชนสามารถส่งเรื่องราวและเข้าถึงความช่วยเหลือจากพรรคได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วที่สุด
.
ประการที่ 2 เชื่อมโยงทนายอาสา สู่แพลตฟอร์มติดตามนโยบายรัฐ
.
ศูนย์ Blue House จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงกับโครงการทนายอาสา ที่พรรคเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยระดมบุคลากรและอดีตผู้สมัครของพรรคที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาร่วมเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งได้เริ่มที่พื้นที่ฝั่งอันดามันเป็นแห่งแรก และกำลังเร่งขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด
.
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงเข้ากับนวัตกรรมตรวจสอบภาคประชาชนอย่าง ‘ส่องรัฐ’ และ ‘จับตา’ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนเสียงและรายงานภาพรวมชีวิตความเป็นอยู่ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในมิติของค่าครองชีพ สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับนโยบายที่ภาครัฐได้สื่อสารไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าการขับเคลื่อนนโยบายเหล่านั้นสามารถตอบโจทย์และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่ชีวิตของประชาชนได้จริง ยืนยันถึงบทบาทของพรรคการเมืองยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่รับฟัง แต่พร้อมเดินหน้าเคียงข้างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
.
“รอบนี้ก็ถือว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการ Blue House ไปอีกขั้นหนึ่ง และจะเป็นส่วนสำคัญในองค์ประกอบทั้งหมดของพรรคประชาธิปัตย์ ในปีที่ 81 เป็นต้นไป ซึ่งจะนำเอาเครื่องมือเครื่องไม้ใหม่ ๆ ที่จะทำให้เราทำหน้าที่พรรคการเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
.
ด้าน นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ Blue House อธิบายเพิ่มเติมถึงความตั้งใจในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digitalize) ว่า ศูนย์นี้จะเข้ามาอุดรอยรั่วของระบบราชการเดิมที่ประชาชนมักพบปัญหา ‘ร้องเรียนยาก ติดตามไม่ได้ และเรื่องสูญหาย’ โดย Blue House จะทำหน้าที่คัดกรองปัญหาอย่างเป็นระบบใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ปัญหาข้อกฎหมาย การทุจริตคอร์รัปชัน และความเดือดร้อนทั่วไป
.
“สิ่งสำคัญที่สุดในมุมของพรรคการเมืองคือ เราต้องการแก้ปัญหาให้ขาด โดยการนำเอาความทุกข์ร้อนของประชาชนในภาพรวม มาถอดรหัสและพัฒนาไปสู่การแก้ไขในเชิงนโยบายอย่างแท้จริง” นายจิรวัฒน์ระบุ
.
สำหรับแพลตฟอร์ม Blue House ยังออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะมีฟังก์ชัน ‘Whistleblower’ สำหรับให้ผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตสามารถปกปิดตัวตนได้ โดยจะใช้ Case Number ในการสื่อสารแทนการระบุชื่อ-นามสกุล เพื่อปกป้องผู้ให้ข้อมูลอีกด้วย
.
นอกจากนี้ทีมบริหาร Blue House ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จก้าวแรกที่เกิดขึ้นจริง จากกรณีทายาทข้าราชการในพื้นที่ภาคใต้กว่า 60 ราย ที่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากปัญหาสหกรณ์ออมทรัพย์ขาดทุนจากการทุจริต จนเงินสะสมทั้งชีวิตกลายเป็นศูนย์และยังถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งทางศูนย์ได้ส่งทีม ‘เอเจนต์’ และทนายอาสาในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือในการสู้คดี พร้อมเตรียมประสานกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขเชิงนโยบายในระยะยาว
“ประชาธิปัตย์” เปิดตัว “Blue House” แพลตฟอร์มร้องทุกข์ดิจิทัล ชูระบบปกปิดตัวตน-ทนายอาสา มุ่งแก้ปัญหาถึงระดับนโยบาย