รีวิว "The Legend of 1900" เดอะ มิวสิคัลที่พาเราไปล่องเรือกับตำนานนักเปียโนผู้ไม่เคยแตะฝั่ง!


: รีวิว "The Legend of 1900" เดอะ มิวสิคัลที่พาเราไปล่องเรือกับตำนานนักเปียโนผู้ไม่เคยแตะฝั่ง!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีหนังดีๆ มาแนะนำครับ เป็นหนังที่ผมดูแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ จนอยากจะมาแชร์ให้ฟังกัน ชื่อเรื่อง "The Legend of 1900" หรือชื่อไทย "ตำนานรักเพลงรัก 1900" ครับ

เรื่องนี้เป็นหนังอิตาเลียนที่ออกฉายตั้งแต่ปี 1998 แต่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่นานมานี้เองครับ เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ แดนนี่ บูดแมน ที.ดี. หรือที่รู้จักกันในนาม "1900" นักเปียโนอัจฉริยะที่เกิดมาบนเรือสำราญขนาดใหญ่ชื่อ "ไวโอลิน" ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และใช้ชีวิตทั้งหมดบนเรือลำนั้น ไม่เคยเหยียบแผ่นดินเลยสักครั้งเดียวครับ

พล็อตเรื่องน่าสนใจมากครับ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักดนตรีธรรมดาๆ แต่มันคือการสำรวจชีวิตที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเล การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด และการค้นหาความหมายของชีวิตผ่านเสียงเพลงครับ 1900 เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้บนเรือตั้งแต่ยังแบเบาะ และถูกค้นพบโดยกะลาสีเรือที่ชื่อ แดนนี่ บูดแมน ซึ่งก็รับเลี้ยงเขาไว้ครับ ต่อมาเขาก็ได้ค้นพบพรสวรรค์ในการเล่นเปียโนอย่างน่าทึ่ง และกลายเป็นนักเปียโนประจำเรือที่โด่งดังไปทั่วโลก

สิ่งที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆ คือบรรยากาศครับ การถ่ายทำคือสวยงามมากครับ เห็นภาพเรือไวโอลินลำใหญ่ ลอยลำอยู่กลางทะเลกว้าง ภาพของคลื่น ภาพของแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้คน บรรยากาศมันดูคลาสสิก มีเสน่ห์มากๆ ครับ การแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม ของตัวละครก็สะท้อนยุคสมัยได้เป็นอย่างดีเลยครับ

และแน่นอนครับ หัวใจหลักของหนังเรื่องนี้คือ "เสียงเพลง" ครับ ดนตรีประกอบในเรื่องนี้คือสุดยอดมากๆ ครับ แต่งโดย Ennio Morricone นักประพันธ์เพลงระดับตำนานของอิตาลี เสียงเปียโนของ 1900 นั้นไพเราะ กินใจมากๆ ครับ มันสามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ได้ครบถ้วน ทั้งความสุข ความเศร้า ความเหงา ความหวัง และความหลงใหลในเสียงดนตรี มีฉากที่ 1900 ประชันเปียโนกับนักเปียโนอีกคนหนึ่ง ชื่อ จูเนียร์ ที่ดังมากๆ ครับ ฉากนี้คือสุดยอดจริงๆ ครับ มันไม่ใช่แค่การเล่นเปียโน แต่เป็นการต่อสู้ทางอารมณ์และฝีมือที่น่าทึ่งมากๆ ครับ

การแสดงของนักแสดงก็ยอดเยี่ยมครับ โดยเฉพาะ Tim Roth ที่รับบทเป็น 1900 เขาถ่ายทอดความเป็น 1900 ได้อย่างน่าเชื่อถือมากๆ ครับ ทั้งแววตา ท่าทาง บุคลิกที่ดูแปลกแยก แต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความสงสัยในโลกภายนอก เขาเล่นได้เหมือนกับว่าเขาคือ 1900 จริงๆ ครับ ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ก็แสดงได้ดีเช่นกันครับ

หนังเรื่องนี้มีประเด็นให้คิดตามเยอะครับ การที่ 1900 เลือกที่จะไม่ลงจากเรือตลอดชีวิต มันทำให้เราตั้งคำถามว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง? การได้เห็นโลกกว้างๆ การมีชีวิตที่หลากหลาย หรือการได้อยู่ในพื้นที่ที่เรารักและเข้าใจ? 1900 อาจจะมองว่าเรือไวโอลินคือโลกทั้งใบของเขา และเสียงเพลงคือภาษาสากลที่เชื่อมโยงเขากับผู้คนบนเรือ

บางคนอาจจะมองว่าชีวิตของ 1900 น่าเศร้า แต่นั่นคือการเลือกของเขาครับ เขาเลือกที่จะสร้างโลกของตัวเองบนเรือลำนั้น และเขาก็มีความสุขในแบบของเขาเองครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ตัดสินว่าการเลือกของเขาถูกหรือผิด แต่ให้เราได้คิดตามและเข้าใจถึงมุมมองของตัวละคร

ฉากที่ผมจำได้ไม่ลืมเลยคือฉากที่ 1900 ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างกับเปียโนคู่ใจของเขา มันเป็นฉากที่สะเทือนใจมากๆ ครับ เหมือนเป็นการอำลา เป็นการส่งต่อบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากๆ

ผมว่าหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบหนังที่เน้นอารมณ์ เน้นภาพสวยๆ และชอบดนตรีไพเราะๆ ครับ มันเป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ลึกซึ้ง และอาจจะทำให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัวที่เราอาจมองข้ามไป

โดยรวมแล้ว "The Legend of 1900" เป็นหนังที่ผมยกให้เป็นหนังคลาสสิกเรื่องหนึ่งเลยครับ เป็นเหมือนบทกวีที่เล่าผ่านเสียงเพลงและภาพที่สวยงาม การเดินทางของ 1900 อาจจะไม่ได้ไปไหนไกล แต่การเดินทางในหัวใจของเขานั้นยิ่งใหญ่และน่าจดจำมากๆ ครับ

ถ้าใครยังไม่เคยดู ผมแนะนำให้ลองหามาดูนะครับ แล้วคุณอาจจะตกหลุมรัก 1900 และเสียงเพลงของเขาเหมือนกับผมก็ได้ครับ ผมดูจบแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจมากๆ เลยครับ เป็นหนังที่ดูซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อแน่นอนครับ

ขอบคุณที่อ่านรีวิวจนจบนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจหาหนังดีๆ มาชมกันนะครับ สวัสดีครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่