
: รีวิว DDLJ ฉบับคนอินเดียจ๋า (ที่ไม่ได้ไปอินเดีย) - ดูแล้วอยากจะไปสเปน!
สวัสดีครับชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมจะมารีวิวหนังที่เรียกได้ว่าตำนานอมตะของบอลลีวูดจริงๆ ครับ "Dilwale Dulhania Le Jayenge" หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า DDLJ นั่นแหละครับ ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง หรืออาจจะเคยดูกันไปแล้ว แต่สำหรับผมเอง เพิ่งมีโอกาสได้ดูแบบเต็มๆ จังๆ ครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้เองครับ แล้วบอกเลยว่า... อื้อหือ! มันดีงามจนต้องมาเล่าสู่กันฟัง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ผมไม่ใช่สายอินเดียจ๋าขนาดนั้นนะครับ ไม่ได้ดูหนังอินเดียทุกเรื่อง คือเคยดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดตามแบบจริงจังอะไร แต่เรื่อง DDLJ เนี่ย มันเป็นเหมือน "ปรากฏการณ์" ที่ใครๆ ก็พูดถึงมาตลอด ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ผมจนถึงรุ่นผมเอง ผมก็เลยรู้สึกว่า เออ! ต้องดูสักครั้งในชีวิตละวะ
หนังมันเริ่มเรื่องที่พระเอก Raj (Shah Rukh Khan) กับนางเอก Simran (Kajol) เจอกันครั้งแรกที่ยุโรปครับ เป็นฉากที่แบบ... นางเอกกำลังจะไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิง แล้วพระเอกก็มาเจอกันโดยบังเอิญในรถไฟที่กำลังจะไปสเปน บรรยากาศมันดูอบอุ่น โรแมนติกแบบยุโรปๆ เลยครับ คือดูแล้วรู้สึกว่า เออ โลกมันสวยงามดีจัง
พระเอกของเราก็เป็นหนุ่มอินเดียที่ไปโตที่อังกฤษครับ มีความทันสมัยหน่อยๆ แต่ก็ยังคงความเป็นหนุ่มอินเดียที่มีเสน่ห์มากๆ ส่วนนางเอกก็เป็นสาวอินเดียที่ต้องไปแต่งงานตามกรุ๊ปเลือด (อันนี้ผมพูดเล่นนะครับ 555) คือพ่อแม่วางแผนไว้หมดแล้วว่าโตขึ้นต้องแต่งงานกับใคร
จุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่มันก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากครับ เป็นแบบค่อยๆ คุยกัน ค่อยๆ รู้จักกันไปเรื่อยๆ บนรถไฟนั่นแหละครับ มีฉากที่แบบ... นางเอกเล่นกีตาร์ แล้วพระเอกก็ร้องเพลงตาม คือบรรยากาศมันดีมากๆ เลยครับ ดูแล้วแบบ... เออ จีบกันแบบนี้ก็ดีนะ ไม่ต้องรีบร้อน
แต่พอถึงจุดที่ต้องแยกย้ายกัน พระเอกก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าชอบนางเอกเข้าแล้วครับ ก็เลยต้องตามไปเจอที่บ้านนางเอกที่ลอนดอน ซึ่งบ้านนางเอกเนี่ย มีความเคร่งครัดเรื่องวัฒนธรรมอินเดียมากๆ ครับ พ่อ (Anupam Kher) นี่อย่างเข้มเลย แต่ก็เป็นพ่อที่รักลูกนะครับ
ทีนี้แหละครับ ปัญหาเริ่มมา เมื่อพ่อของนางเอกรู้ว่าลูกสาวแอบไปชอบหนุ่มอินเดียที่ไม่ได้อยู่ในแผนการแต่งงานของเขา พระเอกของเราก็เลยต้องพิสูจน์ตัวเองครับว่าเขาดีพอที่จะได้หัวใจของลูกสาวพ่อไป พ่อเลยบอกว่า "ถ้าอยากได้ลูกสาวฉันไปจริงๆ ก็ต้องไปตามที่อินเดียนะ"
คือฟังแล้วก็แบบ... เอาจริงดิ! 555 แล้วพระเอกก็บ้าพอที่จะทำจริงๆ ครับ บินไปอินเดียคนเดียวเลย เพื่อไปตามจีบให้นางเอกยอมใจ
ฉากที่พระเอกไปอินเดียเนี่ย โอ้โห! มันเป็นอีกโลกหนึ่งเลยครับ จากยุโรปที่ดูสวยงาม หรูหรา มาเป็นอินเดียที่เต็มไปด้วยสีสัน ผู้คน วัฒนธรรม เพลง การเต้น คือดูแล้วมันคึกคักมากๆ ครับ ผมชอบตรงนี้แหละที่หนังมันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสองวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน
พระเอกของเราก็ไม่ได้ยอมแพ้นะครับ พยายามเข้าไปในชีวิตของนางเอกให้ได้ พยายามแสดงความดี ความจริงใจ ให้พ่อของนางเอกเห็น คือมีหลายฉากที่แบบ... พระเอกแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้จักนางเอก หรือแกล้งทำเป็นว่าไม่สนใจ เพื่อให้พ่อของนางเอกตายใจ แล้วค่อยๆ เข้าไปพิสูจน์ตัวเอง
ผมชอบฉากที่พระเอกกับเพื่อนๆ ไปช่วยนางเอกเต้นในงานแต่งงานของญาติครับ คือดูแล้วมันสนุกมากๆ เพลงมันติดหูจริงๆ ครับ แล้วพระเอกก็แสดงออกถึงความรักที่มีต่อนางเอกอย่างชัดเจนมากๆ คือไม่กลัวที่จะแสดงออก
แต่ที่ผมชอบมากๆ เลย คือฉากที่พระเอกไปขอแต่งงานกับนางเอก แล้วนางเอกก็ลังเล เพราะกลัวพ่อ กลัวแม่ คือฉากนี้มันแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของครอบครัวครับ
และแล้ว... จุดพีคของเรื่องก็มาถึงครับ เมื่อถึงเวลาที่นางเอกต้องแต่งงานจริงๆ ฉากที่พระเอกไปขัดขวางการแต่งงานที่อินเดียเนี่ย โอ้โห! มันพีคจริงๆ ครับ คือดูแล้วลุ้นตามมากๆ แล้วเพลงประกอบฉากนี้ก็แบบ... ฟังแล้วขนลุกเลยครับ
ฉากจบเป็นฉากที่พระเอกกับนางเอกได้อยู่ด้วยกันในที่สุดครับ คือดูแล้วรู้สึกดีใจไปด้วยจริงๆ คือมันเป็นความสุขแบบเรียบง่าย แต่มันอบอุ่นหัวใจมากๆ ครับ
โดยรวมแล้ว DDLJ เป็นหนังที่ครบเครื่องจริงๆ ครับ มีทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แล้วก็การแสดงที่เข้าถึงอารมณ์มากๆ ครับ Shah Rukh Khan นี่คือหล่อเท่ มีเสน่ห์มากๆ ครับ ส่วน Kajol ก็สวยหวาน แสดงเก่งมากๆ ครับ
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือ การนำเสนอวัฒนธรรมอินเดียที่มันงดงามมากๆ ครับ ทั้งเพลง การเต้น การแต่งกาย แล้วก็ความผูกพันในครอบครัว ถึงแม้ว่าบางครั้งมันอาจจะดูเข้มงวดไปหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว ความรักของพ่อแม่ก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แล้วก็อีกอย่างที่ผมประทับใจคือ การที่หนังมันสามารถเชื่อมโยงความรักของคนสองคนเข้ากับวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายได้อย่างลงตัวครับ คือไม่ได้มองว่าวัฒนธรรมเป็นอุปสรรค แต่มองว่ามันคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้ความรักมันสมบูรณ์
ถึงแม้ว่าหนังจะเก่าแล้ว แต่ผมว่ามันยังมีความคลาสสิกอยู่ครับ ดูแล้วไม่รู้สึกเบื่อเลยครับ เพลงก็เพราะ ภาพก็สวย คือมันเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ ครับ
ใครที่ยังไม่เคยดู DDLJ ผมแนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ อาจจะไม่ได้อินกับเพลงอินเดีย หรือการเต้น แต่รับรองว่าคุณจะได้เห็นความรักที่บริสุทธิ์ ความอบอุ่นของครอบครัว แล้วก็ความสุขที่แท้จริงครับ
สำหรับผมเอง หลังจากดู DDLJ จบ ผมรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวอินเดียเลยครับ (ทั้งที่ยังไม่เคยไป 555) คือมันเต็มไปด้วยสีสัน ความสุข แล้วก็ความสนุกสนานจริงๆ ครับ
และที่สำคัญ... ดูจบแล้ว ผมอยากจะไปสเปนมากๆ เลยครับ 555 คือฉากที่ถ่ายทำที่สเปนมันสวยงามมากๆ เลยครับ ดูแล้วอยากจะแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวเลย
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสำหรับพื้นที่นะครับ หวังว่ารีวิวของผมจะทำให้ใครหลายๆ คนอยากไปลองดูกันนะครับ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าครับผม!
รีวิว DDLJ ฉบับคนอินเดียจ๋า (ที่ไม่ได้ไปอินเดีย) - ดูแล้วอยากจะไปสเปน!
: รีวิว DDLJ ฉบับคนอินเดียจ๋า (ที่ไม่ได้ไปอินเดีย) - ดูแล้วอยากจะไปสเปน!
สวัสดีครับชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมจะมารีวิวหนังที่เรียกได้ว่าตำนานอมตะของบอลลีวูดจริงๆ ครับ "Dilwale Dulhania Le Jayenge" หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า DDLJ นั่นแหละครับ ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง หรืออาจจะเคยดูกันไปแล้ว แต่สำหรับผมเอง เพิ่งมีโอกาสได้ดูแบบเต็มๆ จังๆ ครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้เองครับ แล้วบอกเลยว่า... อื้อหือ! มันดีงามจนต้องมาเล่าสู่กันฟัง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ผมไม่ใช่สายอินเดียจ๋าขนาดนั้นนะครับ ไม่ได้ดูหนังอินเดียทุกเรื่อง คือเคยดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดตามแบบจริงจังอะไร แต่เรื่อง DDLJ เนี่ย มันเป็นเหมือน "ปรากฏการณ์" ที่ใครๆ ก็พูดถึงมาตลอด ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ผมจนถึงรุ่นผมเอง ผมก็เลยรู้สึกว่า เออ! ต้องดูสักครั้งในชีวิตละวะ
หนังมันเริ่มเรื่องที่พระเอก Raj (Shah Rukh Khan) กับนางเอก Simran (Kajol) เจอกันครั้งแรกที่ยุโรปครับ เป็นฉากที่แบบ... นางเอกกำลังจะไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิง แล้วพระเอกก็มาเจอกันโดยบังเอิญในรถไฟที่กำลังจะไปสเปน บรรยากาศมันดูอบอุ่น โรแมนติกแบบยุโรปๆ เลยครับ คือดูแล้วรู้สึกว่า เออ โลกมันสวยงามดีจัง
พระเอกของเราก็เป็นหนุ่มอินเดียที่ไปโตที่อังกฤษครับ มีความทันสมัยหน่อยๆ แต่ก็ยังคงความเป็นหนุ่มอินเดียที่มีเสน่ห์มากๆ ส่วนนางเอกก็เป็นสาวอินเดียที่ต้องไปแต่งงานตามกรุ๊ปเลือด (อันนี้ผมพูดเล่นนะครับ 555) คือพ่อแม่วางแผนไว้หมดแล้วว่าโตขึ้นต้องแต่งงานกับใคร
จุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่มันก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากครับ เป็นแบบค่อยๆ คุยกัน ค่อยๆ รู้จักกันไปเรื่อยๆ บนรถไฟนั่นแหละครับ มีฉากที่แบบ... นางเอกเล่นกีตาร์ แล้วพระเอกก็ร้องเพลงตาม คือบรรยากาศมันดีมากๆ เลยครับ ดูแล้วแบบ... เออ จีบกันแบบนี้ก็ดีนะ ไม่ต้องรีบร้อน
แต่พอถึงจุดที่ต้องแยกย้ายกัน พระเอกก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าชอบนางเอกเข้าแล้วครับ ก็เลยต้องตามไปเจอที่บ้านนางเอกที่ลอนดอน ซึ่งบ้านนางเอกเนี่ย มีความเคร่งครัดเรื่องวัฒนธรรมอินเดียมากๆ ครับ พ่อ (Anupam Kher) นี่อย่างเข้มเลย แต่ก็เป็นพ่อที่รักลูกนะครับ
ทีนี้แหละครับ ปัญหาเริ่มมา เมื่อพ่อของนางเอกรู้ว่าลูกสาวแอบไปชอบหนุ่มอินเดียที่ไม่ได้อยู่ในแผนการแต่งงานของเขา พระเอกของเราก็เลยต้องพิสูจน์ตัวเองครับว่าเขาดีพอที่จะได้หัวใจของลูกสาวพ่อไป พ่อเลยบอกว่า "ถ้าอยากได้ลูกสาวฉันไปจริงๆ ก็ต้องไปตามที่อินเดียนะ"
คือฟังแล้วก็แบบ... เอาจริงดิ! 555 แล้วพระเอกก็บ้าพอที่จะทำจริงๆ ครับ บินไปอินเดียคนเดียวเลย เพื่อไปตามจีบให้นางเอกยอมใจ
ฉากที่พระเอกไปอินเดียเนี่ย โอ้โห! มันเป็นอีกโลกหนึ่งเลยครับ จากยุโรปที่ดูสวยงาม หรูหรา มาเป็นอินเดียที่เต็มไปด้วยสีสัน ผู้คน วัฒนธรรม เพลง การเต้น คือดูแล้วมันคึกคักมากๆ ครับ ผมชอบตรงนี้แหละที่หนังมันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสองวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน
พระเอกของเราก็ไม่ได้ยอมแพ้นะครับ พยายามเข้าไปในชีวิตของนางเอกให้ได้ พยายามแสดงความดี ความจริงใจ ให้พ่อของนางเอกเห็น คือมีหลายฉากที่แบบ... พระเอกแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้จักนางเอก หรือแกล้งทำเป็นว่าไม่สนใจ เพื่อให้พ่อของนางเอกตายใจ แล้วค่อยๆ เข้าไปพิสูจน์ตัวเอง
ผมชอบฉากที่พระเอกกับเพื่อนๆ ไปช่วยนางเอกเต้นในงานแต่งงานของญาติครับ คือดูแล้วมันสนุกมากๆ เพลงมันติดหูจริงๆ ครับ แล้วพระเอกก็แสดงออกถึงความรักที่มีต่อนางเอกอย่างชัดเจนมากๆ คือไม่กลัวที่จะแสดงออก
แต่ที่ผมชอบมากๆ เลย คือฉากที่พระเอกไปขอแต่งงานกับนางเอก แล้วนางเอกก็ลังเล เพราะกลัวพ่อ กลัวแม่ คือฉากนี้มันแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของครอบครัวครับ
และแล้ว... จุดพีคของเรื่องก็มาถึงครับ เมื่อถึงเวลาที่นางเอกต้องแต่งงานจริงๆ ฉากที่พระเอกไปขัดขวางการแต่งงานที่อินเดียเนี่ย โอ้โห! มันพีคจริงๆ ครับ คือดูแล้วลุ้นตามมากๆ แล้วเพลงประกอบฉากนี้ก็แบบ... ฟังแล้วขนลุกเลยครับ
ฉากจบเป็นฉากที่พระเอกกับนางเอกได้อยู่ด้วยกันในที่สุดครับ คือดูแล้วรู้สึกดีใจไปด้วยจริงๆ คือมันเป็นความสุขแบบเรียบง่าย แต่มันอบอุ่นหัวใจมากๆ ครับ
โดยรวมแล้ว DDLJ เป็นหนังที่ครบเครื่องจริงๆ ครับ มีทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แล้วก็การแสดงที่เข้าถึงอารมณ์มากๆ ครับ Shah Rukh Khan นี่คือหล่อเท่ มีเสน่ห์มากๆ ครับ ส่วน Kajol ก็สวยหวาน แสดงเก่งมากๆ ครับ
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือ การนำเสนอวัฒนธรรมอินเดียที่มันงดงามมากๆ ครับ ทั้งเพลง การเต้น การแต่งกาย แล้วก็ความผูกพันในครอบครัว ถึงแม้ว่าบางครั้งมันอาจจะดูเข้มงวดไปหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว ความรักของพ่อแม่ก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แล้วก็อีกอย่างที่ผมประทับใจคือ การที่หนังมันสามารถเชื่อมโยงความรักของคนสองคนเข้ากับวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายได้อย่างลงตัวครับ คือไม่ได้มองว่าวัฒนธรรมเป็นอุปสรรค แต่มองว่ามันคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้ความรักมันสมบูรณ์
ถึงแม้ว่าหนังจะเก่าแล้ว แต่ผมว่ามันยังมีความคลาสสิกอยู่ครับ ดูแล้วไม่รู้สึกเบื่อเลยครับ เพลงก็เพราะ ภาพก็สวย คือมันเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ ครับ
ใครที่ยังไม่เคยดู DDLJ ผมแนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ อาจจะไม่ได้อินกับเพลงอินเดีย หรือการเต้น แต่รับรองว่าคุณจะได้เห็นความรักที่บริสุทธิ์ ความอบอุ่นของครอบครัว แล้วก็ความสุขที่แท้จริงครับ
สำหรับผมเอง หลังจากดู DDLJ จบ ผมรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวอินเดียเลยครับ (ทั้งที่ยังไม่เคยไป 555) คือมันเต็มไปด้วยสีสัน ความสุข แล้วก็ความสนุกสนานจริงๆ ครับ
และที่สำคัญ... ดูจบแล้ว ผมอยากจะไปสเปนมากๆ เลยครับ 555 คือฉากที่ถ่ายทำที่สเปนมันสวยงามมากๆ เลยครับ ดูแล้วอยากจะแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวเลย
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสำหรับพื้นที่นะครับ หวังว่ารีวิวของผมจะทำให้ใครหลายๆ คนอยากไปลองดูกันนะครับ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าครับผม!