เมื่อคอนเทนต์ไรเดอร์สู้ชีวิตมีสคริปต์อยู่เบื้องหลัง
กรณี 'อินฟลูเอนเซอร์' ครอบครัวไรเดอร์ลูกหนึ่งที่ทำคอนเทนต์เผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่สุดแสนจะสู้ชีวิต กระตุ้นอารมณ์เห็นใจและสงสารของคนไทย ออกมาเปิดเผยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วว่าเรื่องราวในหลายคลิปวิดีโอที่พวกเขาได้เผยแพร่ลงแอปพลิเคชันติ๊กตอก มีการกำหนด "สคริปต์" โดยบริษัทที่มีผู้บริหารชาวจีน
บัญชีที่ใช้ชื่อว่า "ครอบครัวบิ๊กบอส" ซึ่งเคยมีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน ถูกปิดการเข้าถึงภายหลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่ายังมีกรณีอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่เรื่องราวชีวิตดราม่าในโลกออนไลน์ ที่จริงแล้วอาจมีการกำหนดสคริปต์
บีบีซีไทยชวนผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อร่วมมองและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสข่าว พร้อมกับตั้งคำถามว่าสิ่งต่าง ๆ
ที่เราเห็นบนโลกออนไลน์ เชื่อถือได้แค่ไหน และมีปัจจัยอะไรทำให้คอนเทนต์โด่งดังที่เผยแพร่ "ข้อมูลปลอม" หรือ "ข้อมูลบอกไม่หมด" มีคนเชื่อ
จุดเริ่มต้น
"ช่อง 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ปลิวไปแล้วนะคะ เพราะว่ามีบริษัทอยู่เบื้องหลัง" หญิงผู้แนะนำตัวเองว่า 'สา' บอกเล่าในคลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์ลงบนแอปพลิเคชันติ๊กตอกของบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อว่า
'ช่องใหม่ขอแฉ' เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในคลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นี้ เธอเล่าว่าเธอและสามีซึ่งประกอบอาชีพ 'ไรเดอร์' คือขับรถรับส่งอาหารด้วยกันทั้งคู่เพื่อเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็กนั้น เคยโพสต์คลิปวิดีโอเผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันของตนเองจนมีคลิปหนึ่งกลายเป็นไวรัล จากนั้นก็มีบริษัทหนึ่งติดต่อเข้ามา ขอให้ผลิตคลิปตามแนวทางที่บริษัทต้องการ แลกกับค่าจ้างคลิปละ 1,000 บาท และต่อมาก็มีการเสนอให้เซ็นสัญญาตกลงจะให้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งเธอยังไม่ได้รับค่าตอบแทนรายเดือนส่วนที่ว่ามานี้
ในคลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์โดยบัญชี 'ช่องใหม่ขอแฉ' คู่สามีภรรยายังเผยแพร่ภาพแผ่นกระดาษที่มีข้อความอยู่ด้านบนสุดว่า "สคริปต์คอนเทนต์ ครอบครัวบิ๊กบอส" ซึ่งมีลักษณะการวางแผนเนื้อหาแบ่งเป็นตอน ๆ ระบุเส้นเรื่อง (story line), รายการฟุตเทจที่ต้องถ่าย
ไปจนถึงกำหนดสคริปต์เสียงพากย์มาแล้ว
แล้ว SpectreC หรือ การยกมือให้อนุทิน ของพรรคส้ม คือการละครหรือเปล่า
ที่มาจาก BBC Thai
เราเชื่ออะไรในโลกออนไลน์ได้บ้าง
เราเชื่ออะไรในโลกออนไลน์ได้บ้าง
กรณี 'อินฟลูเอนเซอร์' ครอบครัวไรเดอร์ลูกหนึ่งที่ทำคอนเทนต์เผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่สุดแสนจะสู้ชีวิต กระตุ้นอารมณ์เห็นใจและสงสารของคนไทย ออกมาเปิดเผยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วว่าเรื่องราวในหลายคลิปวิดีโอที่พวกเขาได้เผยแพร่ลงแอปพลิเคชันติ๊กตอก มีการกำหนด "สคริปต์" โดยบริษัทที่มีผู้บริหารชาวจีน
บัญชีที่ใช้ชื่อว่า "ครอบครัวบิ๊กบอส" ซึ่งเคยมีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน ถูกปิดการเข้าถึงภายหลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่ายังมีกรณีอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่เรื่องราวชีวิตดราม่าในโลกออนไลน์ ที่จริงแล้วอาจมีการกำหนดสคริปต์
บีบีซีไทยชวนผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อร่วมมองและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสข่าว พร้อมกับตั้งคำถามว่าสิ่งต่าง ๆ
ที่เราเห็นบนโลกออนไลน์ เชื่อถือได้แค่ไหน และมีปัจจัยอะไรทำให้คอนเทนต์โด่งดังที่เผยแพร่ "ข้อมูลปลอม" หรือ "ข้อมูลบอกไม่หมด" มีคนเชื่อ
จุดเริ่มต้น
"ช่อง 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ปลิวไปแล้วนะคะ เพราะว่ามีบริษัทอยู่เบื้องหลัง" หญิงผู้แนะนำตัวเองว่า 'สา' บอกเล่าในคลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์ลงบนแอปพลิเคชันติ๊กตอกของบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อว่า 'ช่องใหม่ขอแฉ' เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในคลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นี้ เธอเล่าว่าเธอและสามีซึ่งประกอบอาชีพ 'ไรเดอร์' คือขับรถรับส่งอาหารด้วยกันทั้งคู่เพื่อเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็กนั้น เคยโพสต์คลิปวิดีโอเผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันของตนเองจนมีคลิปหนึ่งกลายเป็นไวรัล จากนั้นก็มีบริษัทหนึ่งติดต่อเข้ามา ขอให้ผลิตคลิปตามแนวทางที่บริษัทต้องการ แลกกับค่าจ้างคลิปละ 1,000 บาท และต่อมาก็มีการเสนอให้เซ็นสัญญาตกลงจะให้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งเธอยังไม่ได้รับค่าตอบแทนรายเดือนส่วนที่ว่ามานี้
ในคลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์โดยบัญชี 'ช่องใหม่ขอแฉ' คู่สามีภรรยายังเผยแพร่ภาพแผ่นกระดาษที่มีข้อความอยู่ด้านบนสุดว่า "สคริปต์คอนเทนต์ ครอบครัวบิ๊กบอส" ซึ่งมีลักษณะการวางแผนเนื้อหาแบ่งเป็นตอน ๆ ระบุเส้นเรื่อง (story line), รายการฟุตเทจที่ต้องถ่าย
ไปจนถึงกำหนดสคริปต์เสียงพากย์มาแล้ว
แล้ว SpectreC หรือ การยกมือให้อนุทิน ของพรรคส้ม คือการละครหรือเปล่า
ที่มาจาก BBC Thai
เราเชื่ออะไรในโลกออนไลน์ได้บ้าง