ตอนนี้นะ ผมพยายามบอกลูกหลาน ให้พยายาม " หนี " การเป็นพนักงานบริษัทเอกชนให้ได้
เพราะว่า
เงินเดือน เทียบ วันทำงาน เป็นอะไรที่
โคตรจะไม่คุ้มค่าเลย
เอกชนทั่วไป: เด็กจบใหม่จำนวนมากสตาร์ทเงินเดือนที่ 15,000 บาท แลกกับการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-เสาร์) เมื่อหารเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงแล้ว จะพบว่าได้ค่าแรงต่อชั่วโมงต่ำมาก แถมไม่มีเวลาไปใช้ชีวิตหรือพัฒนาตัวเอง
ข้าราชการ: ปัจจุบันปรับฐานปริญญาตรีแรกเข้าขึ้นสู่ 18,000 บาทแล้ว ทำงาน 5 วัน มีวันหยุดราชการตามปฏิทินที่แน่นอน แค่ตัวเลขเริ่มต้นและการได้วันหยุดวันเสาร์กลับคืนมา ฝั่งภาครัฐก็ชนะอย่างเห็นได้ชัด
โดนไล่ออกได้ ทุกเมื่อ ก่อนนี้คนโดนไล่ออก ต้องเงินเดือนเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่หล่ะ โดนไล่ออกได้หมด
เอกชนทั่วไป: พร้อมที่จะเลย์ออฟ (Layoff) พนักงาน ปิดตัว หรือบีบให้ออกได้ตลอดเวลาเมื่อบริษัทขาดทุน ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงยิ่งสูง เพราะบริษัทมักมองหาแรงงานเด็กจบใหม่ที่ค่าตัวถูกกว่า
ข้าราชการ: ตราบใดที่ไม่กระทำความผิดวินัยร้ายแรง จะไม่มีคำว่าตกงาน และรายได้มีแต่จะเติบโตขึ้นตามอายุงาน (Step การขึ้นเงินเดือนที่มั่นคง)
สวัสดิการที่โคตรห่วย เหมือนไม่มีค่ากับประเทศนี้เลย จริงนะ
ทำงาน 6 วัน หยุด วันเดียว ถามหน่อย จะไม่ให้พักเลยใช่มั้ย คนเหมือนๆกันน๊ะ
ค่ารักษาพยาบาล: พนักงานเอกชนทั่วไปพึ่งพาได้แค่สิทธิประกันสังคม ซึ่งมักมีข้อจำกัดเรื่องโรงพยาบาลและการรอคิว หากอยากได้บริการที่ดีต้องควักเงินซื้อประกันสุขภาพเองหลักหมื่นหลักแสนต่อปี ขณะที่ข้าราชการได้สิทธิ์รักษาพยาบาลฟรีครอบคลุมทั้งครอบครัว (สายตรง)
เงินยามเกษียณ: พนักงานเอกชนทั่วไปได้เงินก้อนจากประกันสังคมเฉลี่ยเพียงหลักพันบาทต่อเดือน ซึ่งไม่พอกินในยุคเงินเฟ้อ ต่างจากข้าราชการที่ได้บำนาญหลักหมื่นไปตลอดชีวิต พนังงานเอกชนต่างจังหวัด น้อยคนนัก จะมีเงินใช้หลักหมื่นตอนแก่
เพราะงั้นนะ ผมไม่สนับสนุบใครให้ทำงานเอกชนเลยจริงๆ ถ้าอยู่ต่างจังหวัดนะ
เครดิตภาพ-ตามภาพ
งานบริษัทเอกชนทั่วไป (ที่ไม่ใช่บริษัทใหญ่) หรือในต่างจังหวัด เป็นอะไรที่อยู่ยากมาก
เพราะว่า
เงินเดือน เทียบ วันทำงาน เป็นอะไรที่โคตรจะไม่คุ้มค่าเลย
เอกชนทั่วไป: เด็กจบใหม่จำนวนมากสตาร์ทเงินเดือนที่ 15,000 บาท แลกกับการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-เสาร์) เมื่อหารเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงแล้ว จะพบว่าได้ค่าแรงต่อชั่วโมงต่ำมาก แถมไม่มีเวลาไปใช้ชีวิตหรือพัฒนาตัวเอง
ข้าราชการ: ปัจจุบันปรับฐานปริญญาตรีแรกเข้าขึ้นสู่ 18,000 บาทแล้ว ทำงาน 5 วัน มีวันหยุดราชการตามปฏิทินที่แน่นอน แค่ตัวเลขเริ่มต้นและการได้วันหยุดวันเสาร์กลับคืนมา ฝั่งภาครัฐก็ชนะอย่างเห็นได้ชัด
โดนไล่ออกได้ ทุกเมื่อ ก่อนนี้คนโดนไล่ออก ต้องเงินเดือนเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่หล่ะ โดนไล่ออกได้หมด
เอกชนทั่วไป: พร้อมที่จะเลย์ออฟ (Layoff) พนักงาน ปิดตัว หรือบีบให้ออกได้ตลอดเวลาเมื่อบริษัทขาดทุน ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงยิ่งสูง เพราะบริษัทมักมองหาแรงงานเด็กจบใหม่ที่ค่าตัวถูกกว่า
ข้าราชการ: ตราบใดที่ไม่กระทำความผิดวินัยร้ายแรง จะไม่มีคำว่าตกงาน และรายได้มีแต่จะเติบโตขึ้นตามอายุงาน (Step การขึ้นเงินเดือนที่มั่นคง)
สวัสดิการที่โคตรห่วย เหมือนไม่มีค่ากับประเทศนี้เลย จริงนะ
ทำงาน 6 วัน หยุด วันเดียว ถามหน่อย จะไม่ให้พักเลยใช่มั้ย คนเหมือนๆกันน๊ะ
ค่ารักษาพยาบาล: พนักงานเอกชนทั่วไปพึ่งพาได้แค่สิทธิประกันสังคม ซึ่งมักมีข้อจำกัดเรื่องโรงพยาบาลและการรอคิว หากอยากได้บริการที่ดีต้องควักเงินซื้อประกันสุขภาพเองหลักหมื่นหลักแสนต่อปี ขณะที่ข้าราชการได้สิทธิ์รักษาพยาบาลฟรีครอบคลุมทั้งครอบครัว (สายตรง)
เงินยามเกษียณ: พนักงานเอกชนทั่วไปได้เงินก้อนจากประกันสังคมเฉลี่ยเพียงหลักพันบาทต่อเดือน ซึ่งไม่พอกินในยุคเงินเฟ้อ ต่างจากข้าราชการที่ได้บำนาญหลักหมื่นไปตลอดชีวิต พนังงานเอกชนต่างจังหวัด น้อยคนนัก จะมีเงินใช้หลักหมื่นตอนแก่
เพราะงั้นนะ ผมไม่สนับสนุบใครให้ทำงานเอกชนเลยจริงๆ ถ้าอยู่ต่างจังหวัดนะ
เครดิตภาพ-ตามภาพ