PTT ปรับกำไรขึ้นต่อ ชูเป้าใหม่ 39.90 บาท

กระทู้ข่าว


หุ้นวิชั่น – บล.กสิกรไทย ระบุถึง PTT ว่า ผู้บริหาร PTT มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจต้นน้ำสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) ปิโตรเคมี และก๊าซฯ แต่มีมุมมองเป็นกลางต่อธุรกิจโรงกลั่นและค้าปลีกน้ำมัน โดย PTT มองว่าตลาดน้ำมันดิบและปิโตรเคมีที่ตึงตัวมากขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะหนุนราคาน้ำมัน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมัน และอัตราการใช้กำลังการผลิต

                ขณะที่สูตรราคาก๊าซฯ ภายในประเทศใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ (GSP) จากต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทยที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม มาตรการแทรกแซงราคาพลังงานของรัฐบาลและอุปสงค์น้ำมันในประเทศที่อ่อนตัวลง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อธุรกิจโรงกลั่นและค้าปลีก แม้ว่าค่าการกลั่น (GRM) จะปรับตัวดีขึ้นและการจัดหาน้ำมันดิบจะได้รับผลกระทบจำกัดจากสภาวะสงครามก็ตาม

                การแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดและดีลพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ใหม่ยังดำเนินต่อไป ผู้บริหารระบุว่าการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดและโครงการพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Genesis สำหรับธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมียังคงเดินหน้าต่อไป โดยการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดของ IRPC คาดว่าจะเป็นดีลถัดไป ขณะที่ PTTGC อาจต้องมีการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดเพิ่มเติมอีก 2 หมื่นลบ. ซึ่งสะท้อนถึง upside จากกำไรพิเศษเพิ่มเติม นอกจากนี้ โครงการ Genesis จะถูกประเมินใหม่และการสรุปโครงการคาดว่าจะล่าช้าออกไปเกินปี 2569 จากความเสี่ยงด้านอุตสาหกรรม ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป

                Upside ต่อเงินปันผลจำกัด ผู้บริหารเน้นถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระแสเงินสดส่วนเกินน่าจะถูกนำไปใช้เพื่อลดหนี้และลงทุนขยายธุรกิจก่อนการจ่ายเงินปันผล นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทกำลังเผชิญกับความต้องการสภาพคล่องเพิ่มเติมถึง 2.3 แสนลบ. สำหรับเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นและรักษาความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ดังนั้น เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2569 จะทรงตัวช่วง 2.1-2.3 บาท/หุ้น มากกว่าที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของกำไรในระยะสั้น

                ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-70 เราปรับประมาณการกำไรปี 2569-70 ขึ้น 17% และ 16% เป็น 1.01 แสนลบ. และ 9.85 หมื่นลบ. เพื่อสะท้อนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น GRM ที่กว้างขึ้น และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนจากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันราว 3 หมื่นลบ. ในปี 2569 เราเริ่มต้นประมาณการกำไรปี 2571 ที่ 1.008 แสนลบ. บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล GRM ที่ 7 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ส่วนต่างราคา PE/PP ที่ 400 ดอลลาร์ฯ/ตัน และราคาต้นทุนก๊าซที่ 300 บาท/mmbtu

                แนะ “ถือ” แต่ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เป็น 39.90 บาท คำแนะนำของเราอิงตาม upside ที่จำกัดต่อราคาเป้าหมายใหม่ของเรา อีกทั้ง บรรยากาศการซื้อขายหุ้นน่าจะยังถูกฉุดโดยหน้าที่ภาระการตรึงราคาพลังงานในประเทศให้ต่ำ ความเสี่ยงจากการกลับมาถกเถียงเรื่องโครงสร้างราคาก๊าซฯ และ downside risk จากการทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานของไทย ทั้งนี้ราคาเป้าหมายอิงด้วยวิธี SOTP ของเราถูกปรับขึ้นเป็น 39.90 บาท จาก 37.20 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่ของบริษัทย่อยหลัก

เพี้ยนแช๊ะเม่าเคาะซื้อเม่าออกรถ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่