เมื่อคนในสังคม นิยมเอาคำหยาบเป็นจุดขายมากขึ้น

คนในสังคมนิยมพูดคำหยาบกันมานานแล้ว แต่ยังอยู่ในวงจำกัด
เช่น คุยเป็นการส่วนตัวกับเพื่อน ครอบครัว  โรงน้ำชา ร้านกาแฟ ตลาดและในที่ชุมชน
​​ ในหนังภาพยนตร์ หรือละคร หรือมีศิลปินบางท่านที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง
ถือว่ายังเป็นส่วนน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
​​ แต่ปัจจุบั​น มีการเอาแบบอย่างในทางที่ไม่ดีมานำเสนอในวงกว้างมากขึ้น
เพราะคนทั่วไปมีศักยภาพในการขายและมีการนำเสนอตนเองโดยใช้สื่อโซเชียลได้ง่ายขึ้น
แต่เมื่อไม่เป็นที่สนใจเท่าไรนัก  ผู้นำเสนอบางคน จึงใช้คำหยาบในการเรียกความสนใจจากผู้ดู
มีผู้ดูผู้ติดตามมาก เป็นที่นิยม ขายของได้  ค่าโฆษณาก็ได้ หลายคนจึงทำตามกันเป็นกระแส
คำหยาบจึงถูกแพร่ออกไปในวงกว้าง
เช่นประโยคที่ ....รู้ไหมว่า... เฮ้ย!!....เชื่อไหมว่า...  กูจะบอก....ให้รู้...
และยังมีอีกหลายคำที่หลุดออกมา
หลายคลิปหรือหลายแพลตฟอร์ม มีการนำเสนอข้อมูลที่ดี
ก็เป็นประโยชน์กับคนในสังคมนะ แต่คำหยาบที่ปนเข้าไปนั้นเป็นพิษ
เพราะเด็กและเยาวชนก็กำลังดูอยู่ด้วย เมื่อเด็กซึมซับคำพูดหยาบไปทุกวัน
เขาเห็นการพูดหยาบเป็นเรื่องปกติ แต่เดิมพูดกันในที่จำกัด แต่ตอนหลังนี้พูดกันในวงกว้างมากขึ้น
และนำเสนอผ่านสื่อโซเชี่ยลในแบบที่ผู้ใหญ่ทำกันด้วย
จะไปตำหนิว่ากล่าวตักเตือนเด็กได้อย่างไรกัน ในเมื่อตนเองก็ทำไม่ได้
บางคนบอกว่า "ถ้ากูไม่ทำคนอื่นก็ทำ​อยู่ดี​ ถ้ามันผิดก็ต้องมีการปิดกั้นแล้วสิ
ในเมื่อคนอื่นทำได้แล้วได้ตังค์ กูก็อยากได้ตังค์ด้วย"
กลายเป็นว่าต่างคนก็ต่างมองในมุมของตนเอง เพื่อผลประโยชน์ตนเอง
การนำเสนอคำหยาบเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้ใหญ่แบบนี้  
เป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมวงกว้าง
แสดงถึงความไม่รับผิดชอบต่อสังคมโดยตรงและโดยอ้อมอย่างชัดเจน

เรามาช่วยกันสร้างสังคมที่ดีขึ้น
และส่งต่อไปให้ลูกหลานของเรากันดีกว่า
เริ่มจากการไม่ดูคลิปขยะเหล่านั้น ต่อให้ข้อมูลดีแค่ไหน
แต่เป็นพิษทางจิตใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เริ่มจากเรา ไม่ดู ไม่กดไลค์ไม่คอมเม้น ปัดผ่านไปเลย
หรือถ้าเราเป็นผู้เผยแผ่เราจะไม่ทำแบบนั้น
เพราะสื่อเหล่านั้นจะอยู่ในโลกโซเชียลไปอีกนาน
​​ ส่งต่อแบบอย่างที่ไม่ดีให้คนที่เข้ามาดูต่อไปอีกยาวนาน
แม้บุคคลนั้นตายไปแล้วยังประจานตัวตนบุคคลนั้นอยู่เลย
ถ้าเรายังไม่ช่วยกันตอนนี้ ต่อไปสังคมจะนิยมพูดคำหยาบถึงขั้นที่ถอยกลับไม่ได้อีก
เราต้องการให้สังคมเป็นแบบนั้นหรือเปล่า

ถึงตอนนี้อาจมีบางคนมองผมว่าดราม่าอีกแล้ว
ผมขอเป็นคนส่วนน้อยที่ต้านกระแสปัญหาสังคม​​นี้
แม้จะเป็นเสียงที่เบาแหบพร่า​ในท่ามกลางเสียง​ที่ดังกว่า​อย่างมากก็ตาม
อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ ที่ควรทำของตนเองแล้ว
ส่วนผลจะเป็นอย่างไรอยู่ที่คุณๆท่านๆแล้วล่ะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่