ในการจัดอันดับ
QS World University Rankings by Subject 2026 สาขา วิศวกรรมไฟฟ้า Electrical & Electronic Engineering พบว่า University of Wisconsin–Madison (#124), Rice University (#150) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อันดับ 151–200) อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมาก
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Wisconsin–Madison และ Rice จะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของสหรัฐฯ ที่มีทรัพยากรและชื่อเสียงสูง โดย Wisconsin–Madison ติดอันดับ #15 และ Rice ติดอันดับ #22 ด้าน Electrical Engineering ในระดับประเทศ (US News 2026) แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับตามหลังเพียงเล็กน้อยในเวทีโลก สะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าของจุฬาฯ มีศักยภาพการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาบทบาทนำของจุฬาฯ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และพลังงานของประเทศไทย
ในทางกลับกัน Boston University ซึ่งอยู่ในกลุ่มอันดับ 201–250 กลับตามหลังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้วในการจัดอันดับปี 2026 นี้
วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทิ้งห่างคู่แข่งในประเทศไทยอย่างขาดลอย ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและงานวิจัยมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังอยู่ในระดับเทียบเคียงได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียอีกด้วย
ในการจัดอันดับ
QS World University Rankings by Subject 2026 สาขา
วิศวกรรมโลหการ Metallurgical Engineering จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มอันดับ 51–100 ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Illinois Urbana-Champaign (UIUC) อันดับ #70 ของโลกและ Yonsei University ของเกาหลี อันดับ #50 ของโลก ซึ่งถือเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของจุฬาฯ ในสาขานี้บนเวทีระดับโลก
ในการจัดอันดับ
QS World University Rankings by Subject 2026 สาขา วัสดุศาสตร์ Materials Science จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มอันดับ 201–250 ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง King's College London (อันดับโลก #31), Brown University (#69) และ Nagoya University (#164) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจุฬาฯ สามารถแข่งขันได้ในระดับเดียวกับสถาบันชั้นนำจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา: ก้าวสู่เวทีโลกในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Wisconsin–Madison และ Rice จะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของสหรัฐฯ ที่มีทรัพยากรและชื่อเสียงสูง โดย Wisconsin–Madison ติดอันดับ #15 และ Rice ติดอันดับ #22 ด้าน Electrical Engineering ในระดับประเทศ (US News 2026) แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับตามหลังเพียงเล็กน้อยในเวทีโลก สะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าของจุฬาฯ มีศักยภาพการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาบทบาทนำของจุฬาฯ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และพลังงานของประเทศไทย
ในทางกลับกัน Boston University ซึ่งอยู่ในกลุ่มอันดับ 201–250 กลับตามหลังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้วในการจัดอันดับปี 2026 นี้
วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทิ้งห่างคู่แข่งในประเทศไทยอย่างขาดลอย ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและงานวิจัยมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังอยู่ในระดับเทียบเคียงได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียอีกด้วย
ในการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2026 สาขา วิศวกรรมโลหการ Metallurgical Engineering จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มอันดับ 51–100 ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Illinois Urbana-Champaign (UIUC) อันดับ #70 ของโลกและ Yonsei University ของเกาหลี อันดับ #50 ของโลก ซึ่งถือเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของจุฬาฯ ในสาขานี้บนเวทีระดับโลก
ในการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2026 สาขา วัสดุศาสตร์ Materials Science จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มอันดับ 201–250 ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง King's College London (อันดับโลก #31), Brown University (#69) และ Nagoya University (#164) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจุฬาฯ สามารถแข่งขันได้ในระดับเดียวกับสถาบันชั้นนำจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น