🎬 🎬 ซีรีส์เกาหลี กับ ซีรีส์จีน มูลค่าทางเศรษฐกิจมีผลต่อจำนวนตอนสั้นยาว 🎬 🎬


🎬 เมื่อก่อนสายซีรีส์เกาหลี คงจะชินกับการดูซีรีส์เรื่องหนึ่งยาว ๆ 20-24 ตอน และบางเรื่องที่เป็นแนวประวัติศาสตร์หรือครอบครัว ก็อาจลากยาวถึง 50-60 ตอน แต่ปัจจุบัน หากซีรีส์เกาหลีมีความยาวถึง 12 อีพี ก็เริ่มนับเป็นความยาวแบบ New Normal แล้ว เพราะหลายเรื่องในยุคนี้ ถูกย่อเหลือเพียง 10-12 ตอนเท่านั้น และบางเรื่องอาจมีแค่ 8 ตอนด้วยซ้ำ ต่างกับซีรีส์จีนที่ฮิตตีคู่กันมา แม้จำนวนตอนจะไม่ได้เยอะเท่ายุคก่อน แต่หากเทียบกับซีรีส์เกาหลีตอนนี้ ก็ยังนับว่าเยอะกว่ามากอยู่ดี

🎬 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อก่อน โมเดลธุรกิจของซีรีส์เกาหลีผูกอยู่กับสถานีโทรทัศน์ มีตารางออกอากาศตามเวลา หากซีรีส์เรื่องไหนได้รับความนิยม ผู้จัดและช่องก็มักอยากให้ออกอากาศนาน ๆ เพื่อรักษาเรตติ้ง ยิ่งเรตติ้งสูง ช่องโทรทัศน์ก็ยิ่งกอบโกยรายได้จากโฆษณาระหว่างพักได้มากขึ้น ซีรีส์เกาหลีเมื่อก่อนเลยมีถึง 24 ตอน ก่อนจะลดเหลือ 20 ตอน จนสุดท้ายก็มาลงตัวที่จำนวน 16 ตอน เป็นรูปแบบที่ใช้กันยาวนานหลายปี เพราะยาวพอจะสร้างกระแส แต่ไม่ยาวจนต้นทุนสูงเกินไป แต่พอเข้ายุคนี้ พฤติกรรมของคนดูเปลี่ยนไป คนหันมาชอบเรื่องราวที่เดินเรื่องเร็ว กระชับ และตรงเข้าประเด็นเร็ว ๆ เหมือนกับละครแนวตั้ง
ยิ่งพอมีแพลตฟอร์มสตรีมมิง อย่าง Netflix และ Disney+ ก็ทำให้คนเริ่มคุ้นกับการดูแบบยิงยาวรวดเดียวจบได้ ซึ่งมันก็มักจะมีไม่กี่ตอน ย่อยง่าย และน่าติดตามกว่า  ซีรีส์เกาหลียุคนี้ ไม่ได้พึ่งพาแค่ค่าโฆษณาในประเทศ แต่ยังมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิง หรือการผลิตคอนเทนต์ออริจินัลร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงให้ความสำคัญมาก คือ Engagement ของผู้ชม เช่น คนกดดูหรือไม่ คนดูต่อเนื่องไหม และคนดูจนจบหรือเปล่า เพราะหากเรื่องไหนคนดูจบไม่ถึง 50% ก็จะไม่ได้สร้างภาคต่อ ดังนั้น การทำซีรีส์ให้จำนวนตอนสั้นลง หรือแบ่งออกเป็น 2 Part จะช่วยให้การเล่าเรื่องกระชับขึ้น ไม่ยืดเยื้อเกินจำเป็น และเพิ่มโอกาสที่ผู้ชมดูรวดเดียวจบได้ง่ายกว่า

🎬 แล้วทำไมซีรีส์จีน ที่อยู่ในยุคสตรีมมิงเหมือนกัน ยังมีจำนวนตอนยาว ๆ อยู่ ?
ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว ซีรีส์จีนก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกัน แต่ที่หลายปีมานี้ซีรีส์จีนยังมีจำนวนตอนที่ยาวมากถึงขนาด 40-50 ตอนขึ้นไป เป็นเพราะโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง  ในอดีต แพลตฟอร์มจีนจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทผู้ผลิตตามจำนวนตอน ยิ่งซีรีส์มีตอนเยอะ ผู้ผลิตก็ยิ่งได้กำไรมาก แถมยังใส่โฆษณาระหว่างตอนได้มากขึ้นอีก ก็เลยพยายามยืดเรื่องให้ยาว ๆ  จนสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (NRTA) ต้องออกกฎระเบียบ จำกัดให้ซีรีส์โทรทัศน์มีความยาวสูงสุดไม่เกิน 40 ตอน และหากมีภาคต่อ แต่ละซีซันต้องเว้นระยะห่างกัน 1 ปี แต่เมื่อปัจจุบันที่คนจีนจำนวนมากหันไปดูละครแนวตั้ง หรือ Mini-Series กันหมด เพราะยาวแค่ตอนละ 1 นาที แถมเนื้อเรื่องยังแซ่บ เร้าร้อน ดรามาสะใจ และจบไว ปี 2025 ทางการจีนจึงยอมประกาศผ่อนปรนให้ทำยาวกว่านั้นได้ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยอุตสาหกรรมซีรีส์ขนาดยาวที่ซบเซาลง และส่งเสริมให้ค่ายหนัง ผลิตคอนเทนต์ให้หลากหลาย

🎬 อีกเรื่องที่ต่าง คือซีรีส์เกาหลีที่ดังมาก ส่วนใหญ่มักเป็นแนวชีวิตยุคปัจจุบัน แต่ซีรีส์จีนที่ดังที่สุดมักเป็นแนวเทพเซียน ประวัติศาสตร์ ชิงไหวชิงพริบในวัง ซึ่งเนื้อหามักจะสร้างมาจากนิยายที่มีความยาวหลายเล่มจบ การจะเล่าเรื่องราวความรักสามภพสามชาติ หรือการแก้แค้นที่ซับซ้อนภายใน 12 ตอนแบบซีรีส์เกาหลีนั้นจึงทำได้ยาก เพราะมันจะเสียอรรถรสในการปูเรื่องไป

เครดิตภาพ และ เนื้อหา : ลงทุนเกิร์ล  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ วิเคราะห์ ทำไมซีรีส์เกาหลี ลดตอนเหลือ 8-12 อีพี แต่ซีรีส์จีนยังยาว 40-50 อีพี

ปัจจุบันนะ ซีรีส์เกาหลี 10+ ตอน สั้นจะเท่าญี่ปุ่นละ แต่ซีรีส์จีนจะกลับมาผลิตตอนยาว 40+ ตอนแล้ว เรียกได้ว่าการตลาดมาคนละแนวจริง เม่าแพนด้า



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่