'เอกนิติ' ปลื้มไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันแรกกว่า 24 ล้านสิทธิ์ ชวนร้านค้าเข้าโครงการเพิ่ม
.
วันนี้ (25 พ.ค.) ที่ประเทศฝรั่งเศส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังกล่าวถึงผลการตอบรับของโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ในวันแรกมีการลงทะเบียนของประชาชนเข้ามาจำนวนมากว่าขอขอบคุณคนไทยที่ให้การตอบรับดีและจนถึงเวลานี้มีคนลงทะเบียนไปแล้วกว่า 24 ล้านสิทธิ์ ยังเหลืออีก 6 ล้านสิทธิ์ ส่วนในฝั่งของร้านค้าหรือฝ่ายของผู้ขายที่มีการลงทะเบียนมาแล้วประมาณ 9.7 ร้านค้า
.
โดยโครงการนี้รัฐบาลต้องการให้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนที่ราคาน้ำมันแพง บรรเทาในส่วนของผู้ซื้อที่ประชาชนออกค่าใช้จ่าย 40% และรัฐบาลออก 60% ขณะเดียวกันต้องการประคองกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ เราจึงต้องการให้ร้านค้าเล็กๆรายย่อยนั้นมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเพื่อให้คนไทยที่จะลงทะเบียนกว่า 30 ล้านคนสามารถใช้สิทธิ์ได้ ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการประคับประคองสถานการณ์นี้ให้พ้นจากวิกฤติ
.
“ผมคิดว่าสิ่งที่สะท้อนอย่างหนึ่งก็คือ โครงการนี้ออกแบบมาอย่างดี เราใช้ระบบดิจิทัลมาช่วย หลายคนบอกว่าการลงทะเบียนง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะคนที่เคยใช้คนละครึ่งพลัสมาแล้ว คลิกไม่กี่ปุ่มก็สามารถเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ เราก็มั่นใจว่าการออกแบบนโยบายที่ดี เอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เงินจะถึงประชาชนแน่นอนทุกบาททุกสตางค์ และประชาชนก็ไปใช้จ่ายช่วยร้านค้าเพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตพลังงานนี้ไปด้วยกัน” นายเอกนิติกล่าว
.
นอกจากนี้ยังต้องขอขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังโครงการทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ที่ทำให้ระบบวันนี้ไม่ล่มเลยถือเป็นระบบดิจิทัลที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถให้คนเข้าถึงได้ 7 แสนคนต่อวินาที ระบบนี้ถือเป็นระบบที่เสถียรมากและจะเป็นต้นแบบต่อไป
.
ขณะที่เมื่อมีการใช้งานแล้วร้านค้าต่างๆจะได้ใช้งานระบบ AI ที่เรียกว่า “นกกระซิบ” ร้านค้าจะบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น จะคุ้นเคยกับ AI ที่จะมาเอามาใช้เพื่อสร้างระบบที่ทำให้ร้านค้าขายสินค้าได้มากขึ้น
.
ซึ่งตอนที่ทำโครงการคนละครึ่งพลัสก็มีการพิสูจน์มาแล้วว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น สามารถขยายยอดขายได้กว่า 100-200% จึงอยากชวนให้ร้านค้ามาเข้าโครงการนี้มากขึ้น
.
https://www.facebook.com/share/p/18DWMsuX1a/
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
“ไทยช่วยไทยพลัส” เดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อ 4 เดือน รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% จับตาค้าปลีก ร้านชุมชน ตลาดสด และธุรกิจดีลิเวอรี รับอานิสงส์เต็ม คาดช่วยดัน GDP ไทยโตเพิ่มสูงสุด 0.5%
.
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถูกจับตาในฐานะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยรัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ช่วยเพิ่มอำนาจซื้อให้ประชาชนในช่วงเศรษฐกิจยังเปราะบาง พร้อมสร้างความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ
.
ภาคธุรกิจที่คาดว่าจะได้แรงหนุนชัดเจนจากมาตรการนี้ คือร้านค้าชุมชน ร้านค้ารายย่อย และตลาดสด เพราะเม็ดเงินสามารถกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากได้รวดเร็ว ขณะเดียวกัน ธุรกิจดีลิเวอรีและแพลตฟอร์มออนไลน์ก็มีแนวโน้มเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมสั่งซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น
.
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส อาจช่วยผลักดัน GDP ไทยเติบโตเพิ่ม 0.2-0.3% และมีโอกาสขยับได้ถึง 0.5% หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภคท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ
.
แม้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยจุดประกายการใช้จ่ายในประเทศ แต่ภาคเศรษฐกิจหลักยังต้องเดินหน้าควบคู่ ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การยกระดับอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม และการฟื้นฟูท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์คุณภาพ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป
จับตา‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ปลุกกำลังซื้อ 4 เดือน ค้าปลีก-ดีลิเวอรีโตแรง
https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/659911
https://www.facebook.com/share/p/1EYvVoJFjL/
'เอกนิติ' ปลื้มไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันแรกกว่า 24 ล้านสิทธิ์ ชวนร้านค้าเข้าโครงการเพิ่ม
.
วันนี้ (25 พ.ค.) ที่ประเทศฝรั่งเศส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังกล่าวถึงผลการตอบรับของโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ในวันแรกมีการลงทะเบียนของประชาชนเข้ามาจำนวนมากว่าขอขอบคุณคนไทยที่ให้การตอบรับดีและจนถึงเวลานี้มีคนลงทะเบียนไปแล้วกว่า 24 ล้านสิทธิ์ ยังเหลืออีก 6 ล้านสิทธิ์ ส่วนในฝั่งของร้านค้าหรือฝ่ายของผู้ขายที่มีการลงทะเบียนมาแล้วประมาณ 9.7 ร้านค้า
.
โดยโครงการนี้รัฐบาลต้องการให้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนที่ราคาน้ำมันแพง บรรเทาในส่วนของผู้ซื้อที่ประชาชนออกค่าใช้จ่าย 40% และรัฐบาลออก 60% ขณะเดียวกันต้องการประคองกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ เราจึงต้องการให้ร้านค้าเล็กๆรายย่อยนั้นมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเพื่อให้คนไทยที่จะลงทะเบียนกว่า 30 ล้านคนสามารถใช้สิทธิ์ได้ ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการประคับประคองสถานการณ์นี้ให้พ้นจากวิกฤติ
.
“ผมคิดว่าสิ่งที่สะท้อนอย่างหนึ่งก็คือ โครงการนี้ออกแบบมาอย่างดี เราใช้ระบบดิจิทัลมาช่วย หลายคนบอกว่าการลงทะเบียนง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะคนที่เคยใช้คนละครึ่งพลัสมาแล้ว คลิกไม่กี่ปุ่มก็สามารถเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ เราก็มั่นใจว่าการออกแบบนโยบายที่ดี เอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เงินจะถึงประชาชนแน่นอนทุกบาททุกสตางค์ และประชาชนก็ไปใช้จ่ายช่วยร้านค้าเพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตพลังงานนี้ไปด้วยกัน” นายเอกนิติกล่าว
.
นอกจากนี้ยังต้องขอขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังโครงการทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ที่ทำให้ระบบวันนี้ไม่ล่มเลยถือเป็นระบบดิจิทัลที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถให้คนเข้าถึงได้ 7 แสนคนต่อวินาที ระบบนี้ถือเป็นระบบที่เสถียรมากและจะเป็นต้นแบบต่อไป
.
ขณะที่เมื่อมีการใช้งานแล้วร้านค้าต่างๆจะได้ใช้งานระบบ AI ที่เรียกว่า “นกกระซิบ” ร้านค้าจะบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น จะคุ้นเคยกับ AI ที่จะมาเอามาใช้เพื่อสร้างระบบที่ทำให้ร้านค้าขายสินค้าได้มากขึ้น
.
ซึ่งตอนที่ทำโครงการคนละครึ่งพลัสก็มีการพิสูจน์มาแล้วว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น สามารถขยายยอดขายได้กว่า 100-200% จึงอยากชวนให้ร้านค้ามาเข้าโครงการนี้มากขึ้น
.https://www.facebook.com/share/p/18DWMsuX1a/
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
“ไทยช่วยไทยพลัส” เดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อ 4 เดือน รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% จับตาค้าปลีก ร้านชุมชน ตลาดสด และธุรกิจดีลิเวอรี รับอานิสงส์เต็ม คาดช่วยดัน GDP ไทยโตเพิ่มสูงสุด 0.5%
.
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถูกจับตาในฐานะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยรัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ช่วยเพิ่มอำนาจซื้อให้ประชาชนในช่วงเศรษฐกิจยังเปราะบาง พร้อมสร้างความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยตลอดระยะเวลา 4 เดือนของโครงการ
.
ภาคธุรกิจที่คาดว่าจะได้แรงหนุนชัดเจนจากมาตรการนี้ คือร้านค้าชุมชน ร้านค้ารายย่อย และตลาดสด เพราะเม็ดเงินสามารถกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากได้รวดเร็ว ขณะเดียวกัน ธุรกิจดีลิเวอรีและแพลตฟอร์มออนไลน์ก็มีแนวโน้มเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมสั่งซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น
.
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส อาจช่วยผลักดัน GDP ไทยเติบโตเพิ่ม 0.2-0.3% และมีโอกาสขยับได้ถึง 0.5% หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภคท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ
.
แม้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยจุดประกายการใช้จ่ายในประเทศ แต่ภาคเศรษฐกิจหลักยังต้องเดินหน้าควบคู่ ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การยกระดับอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม และการฟื้นฟูท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์คุณภาพ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป
จับตา‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ปลุกกำลังซื้อ 4 เดือน ค้าปลีก-ดีลิเวอรีโตแรง
https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/659911
https://www.facebook.com/share/p/1EYvVoJFjL/