บทที่ ๐๑
‘เพื่อนรักสายมู’
อุทยานแห่งชาติเขตตะวันออกเฉียงเหนือ
“แน่ใจนะว่าทางนี้”
ใบหน้าหวานดูเคร่งเครียด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบว์ กรอบหน้าเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ สองขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินขึ้นภูเขาตามทางเนินหินสูงชัน ทว่าเดินไกลเท่าไหร่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมายสักที
นลินลิดา สาวน้อยวัย ๒๔ ปี เจ้าของผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ตอนนี้เจ้าตัวเลือกที่จะขมวดขึ้นเป็นทรงโดนัทแทนการปล่อยอิสระอย่างที่ชอบทำในทุกวัน
ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายยามได้ทานของอร่อย บัดนี้ฉายแววเหนื่อยล้าและสับสน คิ้วเรียวสวยกระตุกเข้าหากันน้อยๆ ใบหน้าหวานละมุนผิวอมชมพูเริ่มขึ้นสีแดงจัดตามสภาพอากาศที่ร้อนราวกับอยู่ในเตาอบ
ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ ข้างนั้นนิ่งสนิท บ่งบอกว่าวันนี้สายลมธรรมชาติไม่ได้มาทำหน้าที่ของมัน
เธอตัดสินใจถอดเสื้อแจ็คเก็ตสียีนส์ที่สวมอยู่ออกมามัดไว้ที่เอวอย่างลวกๆ เหลือไว้เพียงเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงผ้าขายาวสีชมพูหวานแหววเท่านั้น
อากาศร้อนทำเอานลินลิดาแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว เธอจะเป็นลมอยู่แล้ว แถมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่พึ่งซื้อมาใส่ครั้งแรกก็ดันทรยศกัดส้นเท้ากันซะได้
นี่มันวันอะไรกันเนี่ย
สวรรค์ช่างไม่เป็นใจกับการเดินขึ้นเขาครั้งแรกของเธอเอาเสียเลย
ข้าวของสัมภาระจำเป็นมากมายที่หอบหิ้วสะพายหลังขึ้นมาเริ่มหนักอึ้งจนอยากจะโยนทิ้งไปมันตรงนี้
ถ้าไม่ติดว่าของพวกนี้ราคาเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดือนทั้งเดือน หญิงสาวจะไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งไป
สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะชะงักปลายเท้าและหยุดก้าวเดินต่อ นัยน์ตาคู่สวยหันมองบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ทุกทิศทางดูคล้ายคลึงกันไปหมด จนแทบแยกไม่ออกว่าเมื่อครู่พวกเธอเดินมาจากทางทิศไหนกันแน่
“ไม่ใช่ว่าเราหลงทางกันจริงๆ แล้วหรออ้าย” นลินลิดาเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่หันมามองสบตากันพอดีโดยไม่ได้นัดหมาย
“ป้ายทางขึ้นถ้ำก็ชี้มาทางนี้นี่นา อีฟแกอย่างที่เราเดินมาก็ไม่มีทางแยกเลยสักทาง”
เดือนอ้ายยกมือขึ้นปาดเหงื่อ สาวหมวยตาสระอิออกเดินทางมาด้วยความตื่นเต้นในตอนแรก ตอนนี้เริ่มหน้างอ นึกสนุกไม่ออกแล้ว
พวกเธอเดินเท้ามาเกือบชั่วโมง แถมยังเป็นทางชันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ทางราบแบบสนามฟุตบอลที่เคยไปวิ่งออกกำลังกาย
“ไหนเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าระยะทางไปกลับไม่ถึง ๒ กิโลเลยไงล่ะ นี่ไม่ใช่ว่าเราเดินมาเกินสามกิโลแล้วหรอ”
นลินลิดาตัดสินใจทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินขนาดใหญ่
หญิงสาวเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว
หลังจากที่ตรากตรำทำงานกันมาทั้งปี เธอกับเพื่อนสนิทก็ชวนกันมาเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อผ่อนคลายตัวเองและให้กำไรชีวิตแลกกับความเหนื่อยล้าที่อดทนทำงาน
ชีวิตประจำวันในเมืองหลวงนั้นแสนแออัด เมื่อมีโอกาส นลินลิดาจึงไม่ลังเลเลยที่จะหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติมาบำบัดจิตใจ
โปรแกรมปีนภูเขาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจและควรค่าแก่การพาตัวเองมา
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้สิ่งที่คิดเอาไว้มันจะแตกต่างกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
“เราเดินกลับลงไปข้างล่างกันเถอะหนูบัว”
เดือนอ้ายออกความคิดเห็น
เท่าที่เดินมาไม่มีนักท่องเที่ยวสวนทางกลับมาเลยสักคน ทั้งๆ ที่ทางขึ้นลงเขามีแค่ทางเดียว
คงไม่ใช่ว่าพวกเธอหลงทางกันจริงๆ แบบที่เพื่อนบอกหรอกนะ
“ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”
นลินลิดาแทบร่ำไห้ ใบหน้าหวานงอง้ำ
ชีวิตสาวธนาคารที่วันๆ อยู่แต่ในสำนักงานไม่เคยได้เจอแดด เธอหอบสังขารตัวเองขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายมากๆ แล้ว
“งั้นเราโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับแล้วกัน ขึ้นไปไม่ถึงถ้ำก็ไหว้ตรงนี้เอาก็ได้เนอะ”
แม้จะอยากขึ้นไปให้ถึงที่หมายแค่ไหน แต่เดือนอ้ายเองก็หมดปัญญา เธอเดินไม่ไหวแล้วเช่นเดียวกัน
ที่พวกเธอมุ่งมั่นตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะคำร่ำลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคีบนถ้ำหินเหนือภูเขาลูกนี้
ไม่ว่าใครจะขอเรื่องใด ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ได้สมดั่งปรารถนากันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ตำนานเล่าว่านางพญานาคีสาวผู้นั้นไร้โชควาสนาอาภัพรัก เธอถูกจองจำเอาไว้ที่ถ้ำหินลึกใต้บาดาลจนจิตวิญญาณแตกสลายไปในที่สุด
หลายพันปีให้หลัง ใต้น้ำลึกโผล่พ้นขึ้นสู่พื้นผิวโลกมนุษย์ ถ้ำมืดมิดถูกเคลื่อนให้อยู่สูงขึ้นสัมผัสแสงอาทิตย์เสียดฟ้ากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนได้กราบไหว้
เธอมักให้โชคเรื่องความรัก
ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่านางนาคินีนั้นไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บช้ำเพราะความรักเหมือนเช่นตนจึงพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่มาร้องขอด้วยความเมตตา
บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ทางกรมอุทยานแต่งขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว บ้างก็ว่าเป็นนิทานปรัมปรา บ้างก็ว่ามันคือเรื่องจริง
ไม่มีใครพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้ได้ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มาขอพรที่นี่แล้วสุขสมหวัง
นั่นเป็นสาเหตุให้สาวโสดทั้งสองปักหมุดที่นี่เอาไว้ทันทีโดยไม่คิดลังเล
“เอาแบบนั้นก็ได้ เธอโทรเลยอ้าย”
เดือนอ้ายพยักหน้ารับ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เพื่อนสนิท มือเล็กกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาเจ้าหน้าที่อุทยานไปด้วย
โชคดีที่ที่นี่ยังพอมีสัญญาณ แม้จะมีๆ หายๆ บ้างเป็นบางช่วงก็ยังดีกว่าติดต่อใครไม่ได้เลย
“กว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นมาคงอีกนานเลย”
นลินลิดาว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
ถึงจะติดต่อให้คนมาช่วยและแชร์โลเคชั่นให้เจ้าหน้าที่ได้ แต่พวกเขาก็ต้องเดินเท้ามาหาพวกเธออยู่ดี
“เราขึ้นไปไม่ถึงข้างบนแบบนี้ จะขอแฟนได้สำเร็จหรือเปล่าอ่ะหนูบัว”
“เธอยังมีแรงคิดเรื่องนี้อีกหรอ ตอนนี้ฉันขอแค่ให้ตัวเองกลับลงไปข้างล่างอย่างปลอดภัยก่อนเถอะ เรื่องเนื้อคู่ค่อยว่ากันทีหลัง”
เหลือจะเชื่อเลย สภาพพวกเราตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปลาตัวน้อยที่ขาดน้ำ อ่อนระโหยโรยแรง แม้แต่ลุกขึ้นยืนร่างกายยังทำแทบไม่ไหว
แล้วเดือนอ้ายยังมีกระจิตกระใจคิดถึงเรื่องขอพรอยู่อีกหรอเนี่ย!!!
“ก็เรามาที่นี่เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรอ เดินมาตั้งไกลฉันก็อยากได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิ”
“เช่นอะไรล่ะ”
“ผู้ชายดีๆ สักคน”
“ในป่าเนี่ยนะ”
“ฉันเห็นในรีวิวบางคนยังบอกว่าบังเอิญเจอกันตอนเดินเท้าขึ้นเขามาไหว้ พอกลับลงไปก็คุยกันต่อจนแต่งงานกันไปเลยก็มี”
สายเสพรีวิวอย่างเดือนอ้ายมีหรือจะพลาด ถึงไม่ได้หนุ่มบนนี้ก็ขอพรให้กลับลงไปได้ในอนาคตข้างหน้าแทนก็ยังดี
“องค์พญานาคินีขา ข้าน้อยนามว่าเดือนอ้าย…”
นลินลิดาถึงกับเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่อยู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางยอดเขา ทั้งยังยกสองมือขึ้นพนมตรงกลางอก
“วันนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจเดินทางมาไหว้ แม้จะหมดแรงก่อนที่จะขึ้นไปถึงก็ขอให้เดือนอ้ายคนนี้สมหวังเรื่องความรัก ขอให้ได้ขอให้โดนกับเขาสักทีเถิด สาธุ”
เดือนอ้ายหลับตาขอพรจริงจังจนนลินลิดาอดหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดูไม่ได้
“ขำอะไร เธอก็รีบขอซะสิ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ขึ้นมาขอไม่ได้แล้วนะ พวกเขาคงรีบหิ้วเรากลับลงไปแน่ๆ”
นลินลิดาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ล่ะ ฉันไม่มีอะไรจะขอ ก็บอกแล้วไงว่ามาเป็นเพื่อนเธอเฉยๆ แค่อยากสัมผัสธรรมชาติแค่นั้นเอง”
“แต่ไหนๆ ก็ได้มาแล้วไม่ใช่หรอ เธอจะมาเสียเที่ยวได้ยังไง”
นลินลิดายักไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงว่าเธอไม่ได้สันทัดในเรื่องเหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอแทนให้ก็แล้วกัน”
เดือนอ้ายยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง ก่อนจะร่ายยาวประหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้นพญานาคินีในถ้ำหินนั้นจริงๆ
“ขอท่านประทานพรให้หนูบัวของอ้ายมีแต่ความสุข ขอให้เพื่อนสนิทหนูเจอคู่ครองที่ดีและรักกันไปตลอดกาล”
“เกินไปมาก ตลอดกาลเลยนะ”
“อื้อ ก็ต้องตลอดกาลสิ หนูบัวจะได้มีแต่ความสุข ไม่ต้องเสียใจอีก”
นลินลิดายิ้มหวานให้กับความน่ารักของเพื่อนคนนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนที่พึ่งเจอและสนิทกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะจริงใจและเป็นเพื่อนแท้ของเราได้ขนาดนี้
คิดไม่ผิดเลยที่วันรับน้องเดินไปทักทายอีกฝ่ายก่อน
เดือนอ้ายเป็นเพื่อนที่ดีมากจริงๆ นั่นแหละ
นลินลิดานิ่งคิดกับตัวเองเรื่องชีวิตรักที่ผ่านมาของเธอ หากตำนานนาคินีตนนี้เป็นเรื่องจริง ชีวิตของเธอในชาตินี้ก็คงไม่ต่างกัน อาภัพรักซะยิ่งกว่าอะไรดี
ถ้าการมาเที่ยวขอพรที่ขึ้นไปก็ยังไม่ถึงครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้จริงๆ นลินลิดาก็ขอให้ตัวเองได้เจอกับความรักดีๆ อย่างคนอื่นเขาสักทีเช่นกัน
(ถึงวันที่31/5/2569)
ฝากติดตามด้วยนะคะ
ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 1