ไทยขาดดุลการค้าเดือนเมษายน 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่ากว่า 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 340,727 ล้านบาท หลังการนำเข้าพุ่งแรงถึง 45% แตะ 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกแม้ยังขยายตัวสูง 23.1% อยู่ที่ 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยแรงเร่งของสินค้านำเข้า
ตัวเลขนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยที่ซับซ้อนกว่าคำว่า “ส่งออกโต” เพราะเบื้องหลังการขยายตัวของการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แผงวงจรไฟฟ้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก กลับมาพร้อมกับการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าทุน เครื่องจักร และชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แรงกดดันที่น่าจับตามากที่สุดคือการนำเข้าเชื้อเพลิง ซึ่งขยายตัวถึง 128.6% โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 169% ทั้งจากปริมาณนำเข้าที่สูงขึ้นและราคาที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน ทำให้ต้นทุนพลังงานกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ดุลการค้าไทยติดลบหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางค่าเงินบาท เพราะเมื่อไทยต้องนำเข้าเชื้อเพลิงและสินค้าในมูลค่าสูงขึ้น ความต้องการใช้เงินดอลลาร์เพื่อชำระค่าสินค้านำเข้าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง
ไทยขาดดุลการค้าเดือนเมษายน 2569 ประมาณ 340,727 ล้านบาท