....เมื่อเราให้คำ"นิยาม"ต่างกัน การเทรดย่อมต่างกันด้วย....

กระทู้สนทนา
ไม่มีอะไรมาก  แต่มาให้ความเห็นทบทวนความรู้น้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ครับ...
ขาขึ้น  ขาลง  เราใช้อะไรตัดสิน  นอกจากคำนิยามที่เราให้ไว้กับตัวเราเอง  รูปแบบการเทรดก็จะแตกต่างออกไป
ส่วนผม จะดูเส้น 5  10  25  50  75  200  และจะใช้เส้น 50 เป็นเกณฑ์
- สูงกว่าเส้น 50  ก็คือเป็นขาขึ้น
- ต่ำกว่าเส้น 50 เป็นขาลง
- ถ้าเส้นเรียงตามลำดับสวยงาม  ก็เป็นขาขึ้น  หรือลงเต็มตัว  (สลับด้านกัน)
- ในแต่ละไทม์เฟรม  จะถือเป็น ส่วนย่อยของกันและกัน
- เทรนไลน์  เราจะขีดหรือใช้สายตาวัดก็นได้  เมื่อมีเทรนไลน์เกิดขึ้น  ให้นับเทรนนั้นประกอบเข้าไปในรูปแบบการเทรดด้วย

ตัวอย่างครับ  เอาทองมาให้ดู...
ภาพการจบขาขึ้นของทอง  เราจะเห็นแท่งแดงใหญ่(เป็นแฮมเมอร์)  ขณะที่มีปริมาณซื้อขายสูงมาก  ผมอนุมาณว่ารายใหญ่"ออกของ"แล้ว  ตามด้วยแท่งฟอลโล่ว์เซลตามมา  สัญญาณแบบนี้ผมถือว่าจบรอบ ไม่ควรเข้าไปยุ่ง  แม้มันจะขัดความรู้สึกตัวเองว่า "มันยังน่าจะไปต่อได้"
จากนั้นมันก็สร้างแนวดาวน์เทรนไลน์ ขึ้นมา กดทิศทางขาขึ้นอีกชั้นหนึ่ง....

ภาพนี้  เป็นภาพที่บ่งชี้ว่า  เฟรมวัน  มันเป็นขาลงเต็มตัว  และเริ่มเรียงเส้นเอา เล็กอยู่ด้านบน  นั่นคือภาวะหมีเข้ามาเยือนเหลือเส้นสองร้อยรอรับอยู่  ซึ่งความเชื่อผมคือ  "หลุด)

ส่วนภาพ รายสัปดาห์  แสดงอาการไม่ต่างกันเทรดใต้เส้น และกำลังเรียงตัว  รูปแบบนี้ ชี้ให้เห็นว่า ไม่ควรเสี่ยง  โอกาสเฝ้าดอยมีสูง  ควรหลีกเลี่ยง  และเสี่ยงได้บริเวณ  4200  แต่ก็เล่นได้สั้น ๆ  ซึ่งผมเองคิดว่า  "หลุด" เช่นกัน   (คุณจะเห็นผมบอกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับทองมาร่วมสามเดือนแล้ว)

เวลาผมดูกราฟ  ผมจะไม่เอา แฟก  (เช่นภูมิรัฐศาสตร์   การเข้าซื้อของธนาคารกลาง ฯลฯ)  เข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่จะตีความจากภาพที่เห็น  
ข่าวที่เป็นเฉพาะเจาะจงที่มีผลทั้งบวกและลบ  สามารถทำให้ทิศทางเปลี่ยนได้  แต่การเปลี่ยนก็ต้องใช้เวลาเสมอ
....แค่เอามาแชร์แนวคิดแค่นั้น  ปราถนาดีครับ....
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่