ประสบการณ์ในประเทศนิวซีแลนด์ของฉันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
วันที่ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้ไปซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์ ฉันรู้สึกกลัวมากและไม่อยากไปเลย เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษที่ยังไม่มั่นใจ แถมยังต้องไปอยู่กับโฮสต์ที่ไม่รู้จัก ช่วงนั้นฉันพยายามอ้อนวอนขอแม่ไม่ให้ส่งฉันไป แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ แม่ให้เหตุผลว่ามันจะทำให้ฉันเก่งและแกร่งขึ้น โชคดีที่มีเพื่อนสนิทไปด้วยอีกสองคน ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
ก่อนวันเดินทาง ฉันขอใช้เวลาช่วงปิดเทอมไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่โรงเรียนอย่างเต็มที่ จนกระทั่งวันเดินทางที่ฉันไม่อยากให้มาถึงก็มาถึง การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกโดยไม่มีพ่อกับแม่ไปด้วย พ่อแม่และน้องมาส่งฉันที่สนามบินพร้อมคณะที่เดินทางไปด้วยกันทั้งหมด 16 คน ฉันนั่งเครื่องบินไปลงที่สิงคโปร์ ก่อนจะต่อไปยังเมือง Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ และนั่งเครื่องบินลำเล็กต่อไปยังเมือง Napier เมืองที่ฉันต้องไปใช้ชีวิตอยู่ถึงสองเดือน การเดินทางรวมเป็นเวลาทั้งสิ้นเกือบหนึ่งวันเต็มๆ
Napier เป็นเมืองที่อยู่ติดริมทะเล ทำให้อากาศช่วงที่ไปถึงไม่ได้หนาวมาก มีประชากรไม่มาก เพราะเป็นเมืองเล็กๆ
เมื่อเครื่องบินลำเล็กลงจอดที่สนามบินเมือง Napier ฉันทั้งกลัวและตื่นเต้น เพราะโฮสต์แฟมิลีจะมารับฉัน คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างประเทศเข้ามาทักทายฉันและเพื่อนๆอีก 8 คนที่ต้องแยกไปเรียนที่ 2 โรงเรียน คือ Napier Girl's High School และ Napier Boy's High School ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดของที่นี่ (เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องราวในโรงเรียนให้ฟัง) หลังจากบอกลาเพื่อน ๆ ที่สนามบิน ฉันก็ขึ้นรถกลับบ้านกับ host mom ลูกของโฮสต์ และนักเรียนแลกเปลี่ยนอีกสองคนที่มาจากประเทศญี่ปุ่นและบราซิล ฉันรู้สึกโชคดีที่มีพี่น้องโฮสต์คนหนึ่งเป็นคนเอเชีย ทำให้รู้สึกคุ้นเคยและสนิทกันเร็วมาก
บ้านของโฮสต์เป็นบ้านสองชั้น ตั้งอยู่ชานเมือง อยู่หัวมุมถนนเส้นหนึ่ง เป็นบ้านรูปทรงสามเหลี่ยมุมฉาก โฮสต์จัดห้องให้ฉันอยู่ที่ชั้นสอง มองลงมาเห็นสนามหญ้าที่เขาปลูกผักสวนครัวไว้ทานกันเอง เมื่อถึงบ้าน ฉันได้พบกับ host dad ซึ่งเป็นผู้จัดการไร่ไวน์แห่งหนึ่งในเมืองนี้ และหมาพันธุ์ Dalmatian อีก 2 ตัว หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ฉันก็ขึ้นไปจัดของในห้องพัก ห้องของฉันอยู่ใต้หลังคาพอดี มีขนาดค่อนข้างเล็ก ในห้องมีเตียงนอน โต๊ะเล็กๆและตู้เสื้อผ้า ฉันต้องแชร์ห้องน้ำกับเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย ซึ่งหลังจากจัดของเสร็จ พี่โฮสต์คนญี่ปุ่นก็ขึ้นมาคุยเป็นเพื่อน ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก เพราะเหมือนได้เพื่อนคนแรกที่นี่ เราสองคนเอาขนมจากประเทศของตัวเองออกมากองกลางห้อง แล้วก็แบ่งกันกิน สนุกมากเลย การอยู่กับโฮสต์ มีกฎระเบียบของบ้านที่ไม่เหมือนบ้านที่เมืองไทย โฮสต์บอกว่าที่บ้านของเขาไม่มีกฎใดๆ มีอะไรขอให้บอกได้เลย
การอยู่กับโฮสต์ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยในช่วงแรก เพราะฉันต้องทำทุกอย่างที่ไม่เคยต้องทำเองที่บ้านที่ประเทศไทยเลย เช่น ตื่นนอนไปรร.ให้ทันรถรร.ทุกเช้า ทำอาหารกลางวันแพคไปโรงเรียน ล้างจานโดยการใช้เครื่องล้างจาน ซักเสื้อผ้าของตัวเอง เช่น ชุดนักเรียน และชุดนอนของตัวเอง รวมถึงการเดินทางเข้าเมืองวันเสาร์อาทิตย์ที่ต้องนั่งรถบัสสาธารณะไปกลับด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน ฉันคิดถึงบ้านมาก แต่ถือว่าเทคโนโลยีช่วยให้ฉันได้คุยกับครอบครัวที่ไทยได้ทุกวัน ช่วงแรกโฮสต์ไม่รู้ว่าฉันคิดถึงบ้าน เพราะฉันไม่ได้บอกหรือพูดอะไร แต่หลังจากที่โฮสต์รู้ เขาก็เข้ามาดูแลฉันมากขึ้น เช่น พาฉันไปเที่ยวน้ำตกใกล้บ้าน ไปนั่งทาน hot chocolate with marshmallow และนั่งคุยกันถึงประเทศของฉันและเพื่อนๆต่างๆชาติที่อยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ฉันก็เริ่มปรับตัวได้และไม่คิดถึงบ้านแล้ว ของฝากจะประเทศไทยที่ฉันนำมาฝากโฮสต์และเพื่อนต่างชาติคือกางเกงช้าง ทุกคนชอบมาก
ข้อดีของการมีเพื่อนนักเรียนต่างชาติคือการขึ้นรถโรงเรียนด้วยกันตอนเช้าไปโรงเรียน โชคดีที่ป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ฉันเคยตื่นสายวันนึงจนโฮสต์ต้องมาปลุกถึงห้อง เกือบไม่ทันแหน่ะ ฉันอายมาก ทุกวันฉันค่อนข้างเหนื่อย เพราะต้องตื่นเช้า กินข้าว และนั่งรถบัสไปโรงเรียน จากบ้านโฮสต์ไปถึงโรงเรียนเป็นระยะทางประมาณ 9 กม. คือถ้าตกรถโรงเรียน ทางเดียวที่จะไปรร.ได้คือต้องขอให้โฮสต์ไปส่ง ซึ่งฉันคิดว่ามันจะทำให้เขาเห็นว่าฉันไม่มีความรับผิดชอบ ฉันจึงต้องเริ่มตื่นให้ทันเวลา และจัดเวลาใหม่ โรงเรียน Napier Girl's High School ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อถึงจุดที่รถบัสจอด นักเรียนทุกคนจะต้องเดินขึ้นทางลาดยาวไปถึงโรงเรียน กว่าจะถึงห้องเรียนทำเอาฉันเหนื่อยไปเลย วันแรกที่ไปรร. คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างชาติแนะนำฉันให้รู้จักกับบัดดี้สองคน ฉันยังเขินอยู่ และยังไม่กล้าพูดกับเขามาก และแอบฟังสำเนียงไม่ค่อยออก
โรงเรียน Napier Girl's High School เป็นโรงเรียนที่ใหญ่มาก คุณครูจัดให้ฉันและเพื่อนให้อยู่ Year 9 เพราะจะได้ไม่เครียดกับเนื้อหาการเรียนมากนัก บัดดี้พาเดินชมรร.และแจกตารางสอน พาเดินดูห้องนร.ต่างชาติ และส่วนต่างๆของโรงเรียน ลืมบอกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนหญิงล้วน และถึงแม้ฉันจะเป็นนร.ต่างชาติที่มาเรียนแค่ 9 สัปดาห์ แต่เพื่อนๆและคุณครูก็ให้การต้อนรับอย่างดี ทุกคนยิ้มแย้มและทักทายฉันและเพื่อนๆที่มาจากไทย การเรียนที่นี่จะไม่ fix ห้องเรียน แต่จะเป็นการเดินเรียนตามคาบที่รร.จัดให้ ฉันและเพื่อนคนไทยที่มาด้วยกันถูกจับแยกกันหมดเลย ฉันตกใจและแอบกังวลมาก เพราะกลัวว่าจะฟังและพูดกับใครไม่รู้เรื่อง แต่ไม่นานฉันก็ปรับตัวได้ บางครั้งบัดดี้ก็ชวนฉันไปกินขนมกับเพื่อนๆ ของเขาช่วงพัก ทุกคนใจดีและน่ารักมาก เปิดใจที่จะรับฉันเป็นเพื่อนของพวกเขา อยากรู้เรื่องราวของฉันและประเทศของฉัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกเกร็งอยู่ช่วงกลางวันคือเวลาเดียวที่ฉันจะได้ไปกินข้าวกับเพื่อนคนไทยที่ห้องพักเด็กต่างชาติ อาหารของฉันมักจะเป็นแซนด์วิชใส่ชีสกับแอปเปิล เพราะโฮสต์ไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันให้ ฉันต้องทำเอง เหมือนกับเพื่อนนร.ต่างชาติของฉันที่ต้องเตรียมอาหารไปรร.เอง โฮสต์จะเป็นคนไปซื้อขนมปังหรืออาหารอื่นๆมาเตรียมในตู้เย็นไว้ให้
ทุกวันหลังเลิกเรียนประมาณ 15.30 น. พี่โฮสต์ญี่ปุ่นจะมารอรับที่หน้ารถบัสเพื่อกลับบ้านด้วยกัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้าน ถ้าตกรถโฮสต์ต้องขับรถมารับ ไม่มีรถบัสสำรองที่จะตามไปส่งอีกรอบ เพราะฉะนั้นจะเถลไถลไม่ได้ เมื่อถึงบ้าน ฉันมักจะรีบขึ้นห้องเลยเพราะเหนื่อยมาก และคิดถึงบ้านมากๆ ในช่วงวันแรกๆ ฉันพยายามกลั้นน้ำตาเพราะรู้สึกอาย แต่สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา ฮือออออ
ทุกเย็น โฮสต์จะทำอาหารให้พวกเราทาน ซึ่งมีอาหารทั่วๆไป เช่น ไก่ทอด มักกะโรนีชีส สปาเก็ตตี้ หรืออาจจะเป็นอาหารบางอย่างที่ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร บางอย่างฉันก็ไม่ทาน ซึ่งทำให้หลังอาหารเย็นแล้ว ฉันจะหิวมาก บางทีก็ต้องมีขนมในห้องนอนเก็บไว้บ้าง เรื่องนี้สอนฉันให้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเรื่องการทานอาหารให้หลากหลายขึ้น มีการคุยกันหลังอาหารเย็น บางวันก็จะมีไอศครีม หรือโยเกิร์ตปั่น ซึ่งฉันชอบมากกกกกกกกกกก
การไปโรงเรียนทำให้ฉันเริ่มมีเพื่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉ้นมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อออโรร่า เพื่อนๆคนอื่นที่เป็นชาวนิวซีแลนด์ก็น่ารักมาก ในห้องเรียนของฉันมีนักเรียนต่างชาติไม่มากนัก เช่น จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน บราซิล อาจเป็นเพราะเมืองนี้ค่อนข้างเล็ก และอยู่ไกลจาก Auckland ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาเรียนที่นี่ วิชาที่ฉันได้เรียนตอนอยู่ที่คือคือ เลข ภาษาอังกฤษ พละ สังคม ศิลปะ ซึ่งฉันคิดว่าวิชาเลขในช่วงสองเดือนนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย การเรียนการสอนที่แปลกไปจากที่ไทย การได้พบเจอเพื่อนในห้องเรียนไม่ซ้ำหน้ากันตลอดทั้งวัน คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างชาติมันหากิจกรรมมาให้พวกเราทำ เช่น การไปตลาดเช้าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ การเล่น surf board การยิงธนู และการไปเที่ยวเมือง Rotorua กับเพื่อนนักเรียนคนไทยที่มาด้วยกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ
ทุกๆวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ฉันและเพื่อนคนไทยจะนัดกันไปเดินเล่นในเมือง อย่างที่บอกเมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ฉันกับเพื่อนเดินเข้าออก Supermarket กันบ่อยๆ หานู่นหานี่ทำกัน บางวันก็ไปหาอาหารไทยทาน ซึ่งเมื่อเทียบราคาแล้ว ถือว่าแพงมากกก พวกเราจึงไปจบกันที่ชานมไข่มุกกัน อร่อย!!!! บางครั้งก็ได้ไปนอนบ้านเพื่อนด้วย ได้เล่นเกมส์กัน นอนดึกกันบ้าง สนุกดี
เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่กำลังเริ่มจะปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้านแล้ว ฉันบอกลาโฮสต์และเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ยังต้องอยู่ที่บ้านโฮสต์ต่ออีกหลายเดือนด้วยน้ำตา รวมถึงขอบคุณโฮสต์ที่ช่วยดูแลฉันในเรื่องต่างๆเป็นอย่างดี ทำให้ฉันได้พัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน ได้เข้าใจถึงการเติบโตด้วยตัวเอง และดูแลตัวเองในต่างประเทศด้วย ซึ่งฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากๆ เลย
เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีวินัยมากขึ้น น้ำหนักลดลง และที่สำคัญคือมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ขอบคุณนิวซีแลนด์ที่ช่วยทำให้ฉันพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน สอนให้ฉันรู้ว่าการอยู่ต่างที่ทำให้เราต้องปรับตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมหลากหลาย และเปิดรับประสบการณ์ดีๆที่บางครั้งอาจไม่ได้มาได้ง่ายๆ หากมีโอกาสไปนิวซีแลนด์อีกครั้ง ฉันก็อยากจะไปอีกแน่นอน
I love NZ
My Unforgettable New Zealand Story
วันที่ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้ไปซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์ ฉันรู้สึกกลัวมากและไม่อยากไปเลย เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษที่ยังไม่มั่นใจ แถมยังต้องไปอยู่กับโฮสต์ที่ไม่รู้จัก ช่วงนั้นฉันพยายามอ้อนวอนขอแม่ไม่ให้ส่งฉันไป แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ แม่ให้เหตุผลว่ามันจะทำให้ฉันเก่งและแกร่งขึ้น โชคดีที่มีเพื่อนสนิทไปด้วยอีกสองคน ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
ก่อนวันเดินทาง ฉันขอใช้เวลาช่วงปิดเทอมไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่โรงเรียนอย่างเต็มที่ จนกระทั่งวันเดินทางที่ฉันไม่อยากให้มาถึงก็มาถึง การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกโดยไม่มีพ่อกับแม่ไปด้วย พ่อแม่และน้องมาส่งฉันที่สนามบินพร้อมคณะที่เดินทางไปด้วยกันทั้งหมด 16 คน ฉันนั่งเครื่องบินไปลงที่สิงคโปร์ ก่อนจะต่อไปยังเมือง Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ และนั่งเครื่องบินลำเล็กต่อไปยังเมือง Napier เมืองที่ฉันต้องไปใช้ชีวิตอยู่ถึงสองเดือน การเดินทางรวมเป็นเวลาทั้งสิ้นเกือบหนึ่งวันเต็มๆ
Napier เป็นเมืองที่อยู่ติดริมทะเล ทำให้อากาศช่วงที่ไปถึงไม่ได้หนาวมาก มีประชากรไม่มาก เพราะเป็นเมืองเล็กๆ
เมื่อเครื่องบินลำเล็กลงจอดที่สนามบินเมือง Napier ฉันทั้งกลัวและตื่นเต้น เพราะโฮสต์แฟมิลีจะมารับฉัน คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างประเทศเข้ามาทักทายฉันและเพื่อนๆอีก 8 คนที่ต้องแยกไปเรียนที่ 2 โรงเรียน คือ Napier Girl's High School และ Napier Boy's High School ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดของที่นี่ (เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องราวในโรงเรียนให้ฟัง) หลังจากบอกลาเพื่อน ๆ ที่สนามบิน ฉันก็ขึ้นรถกลับบ้านกับ host mom ลูกของโฮสต์ และนักเรียนแลกเปลี่ยนอีกสองคนที่มาจากประเทศญี่ปุ่นและบราซิล ฉันรู้สึกโชคดีที่มีพี่น้องโฮสต์คนหนึ่งเป็นคนเอเชีย ทำให้รู้สึกคุ้นเคยและสนิทกันเร็วมาก
บ้านของโฮสต์เป็นบ้านสองชั้น ตั้งอยู่ชานเมือง อยู่หัวมุมถนนเส้นหนึ่ง เป็นบ้านรูปทรงสามเหลี่ยมุมฉาก โฮสต์จัดห้องให้ฉันอยู่ที่ชั้นสอง มองลงมาเห็นสนามหญ้าที่เขาปลูกผักสวนครัวไว้ทานกันเอง เมื่อถึงบ้าน ฉันได้พบกับ host dad ซึ่งเป็นผู้จัดการไร่ไวน์แห่งหนึ่งในเมืองนี้ และหมาพันธุ์ Dalmatian อีก 2 ตัว หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ฉันก็ขึ้นไปจัดของในห้องพัก ห้องของฉันอยู่ใต้หลังคาพอดี มีขนาดค่อนข้างเล็ก ในห้องมีเตียงนอน โต๊ะเล็กๆและตู้เสื้อผ้า ฉันต้องแชร์ห้องน้ำกับเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย ซึ่งหลังจากจัดของเสร็จ พี่โฮสต์คนญี่ปุ่นก็ขึ้นมาคุยเป็นเพื่อน ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก เพราะเหมือนได้เพื่อนคนแรกที่นี่ เราสองคนเอาขนมจากประเทศของตัวเองออกมากองกลางห้อง แล้วก็แบ่งกันกิน สนุกมากเลย การอยู่กับโฮสต์ มีกฎระเบียบของบ้านที่ไม่เหมือนบ้านที่เมืองไทย โฮสต์บอกว่าที่บ้านของเขาไม่มีกฎใดๆ มีอะไรขอให้บอกได้เลย
การอยู่กับโฮสต์ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยในช่วงแรก เพราะฉันต้องทำทุกอย่างที่ไม่เคยต้องทำเองที่บ้านที่ประเทศไทยเลย เช่น ตื่นนอนไปรร.ให้ทันรถรร.ทุกเช้า ทำอาหารกลางวันแพคไปโรงเรียน ล้างจานโดยการใช้เครื่องล้างจาน ซักเสื้อผ้าของตัวเอง เช่น ชุดนักเรียน และชุดนอนของตัวเอง รวมถึงการเดินทางเข้าเมืองวันเสาร์อาทิตย์ที่ต้องนั่งรถบัสสาธารณะไปกลับด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน ฉันคิดถึงบ้านมาก แต่ถือว่าเทคโนโลยีช่วยให้ฉันได้คุยกับครอบครัวที่ไทยได้ทุกวัน ช่วงแรกโฮสต์ไม่รู้ว่าฉันคิดถึงบ้าน เพราะฉันไม่ได้บอกหรือพูดอะไร แต่หลังจากที่โฮสต์รู้ เขาก็เข้ามาดูแลฉันมากขึ้น เช่น พาฉันไปเที่ยวน้ำตกใกล้บ้าน ไปนั่งทาน hot chocolate with marshmallow และนั่งคุยกันถึงประเทศของฉันและเพื่อนๆต่างๆชาติที่อยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ฉันก็เริ่มปรับตัวได้และไม่คิดถึงบ้านแล้ว ของฝากจะประเทศไทยที่ฉันนำมาฝากโฮสต์และเพื่อนต่างชาติคือกางเกงช้าง ทุกคนชอบมาก
ข้อดีของการมีเพื่อนนักเรียนต่างชาติคือการขึ้นรถโรงเรียนด้วยกันตอนเช้าไปโรงเรียน โชคดีที่ป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ฉันเคยตื่นสายวันนึงจนโฮสต์ต้องมาปลุกถึงห้อง เกือบไม่ทันแหน่ะ ฉันอายมาก ทุกวันฉันค่อนข้างเหนื่อย เพราะต้องตื่นเช้า กินข้าว และนั่งรถบัสไปโรงเรียน จากบ้านโฮสต์ไปถึงโรงเรียนเป็นระยะทางประมาณ 9 กม. คือถ้าตกรถโรงเรียน ทางเดียวที่จะไปรร.ได้คือต้องขอให้โฮสต์ไปส่ง ซึ่งฉันคิดว่ามันจะทำให้เขาเห็นว่าฉันไม่มีความรับผิดชอบ ฉันจึงต้องเริ่มตื่นให้ทันเวลา และจัดเวลาใหม่ โรงเรียน Napier Girl's High School ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อถึงจุดที่รถบัสจอด นักเรียนทุกคนจะต้องเดินขึ้นทางลาดยาวไปถึงโรงเรียน กว่าจะถึงห้องเรียนทำเอาฉันเหนื่อยไปเลย วันแรกที่ไปรร. คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างชาติแนะนำฉันให้รู้จักกับบัดดี้สองคน ฉันยังเขินอยู่ และยังไม่กล้าพูดกับเขามาก และแอบฟังสำเนียงไม่ค่อยออก
โรงเรียน Napier Girl's High School เป็นโรงเรียนที่ใหญ่มาก คุณครูจัดให้ฉันและเพื่อนให้อยู่ Year 9 เพราะจะได้ไม่เครียดกับเนื้อหาการเรียนมากนัก บัดดี้พาเดินชมรร.และแจกตารางสอน พาเดินดูห้องนร.ต่างชาติ และส่วนต่างๆของโรงเรียน ลืมบอกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนหญิงล้วน และถึงแม้ฉันจะเป็นนร.ต่างชาติที่มาเรียนแค่ 9 สัปดาห์ แต่เพื่อนๆและคุณครูก็ให้การต้อนรับอย่างดี ทุกคนยิ้มแย้มและทักทายฉันและเพื่อนๆที่มาจากไทย การเรียนที่นี่จะไม่ fix ห้องเรียน แต่จะเป็นการเดินเรียนตามคาบที่รร.จัดให้ ฉันและเพื่อนคนไทยที่มาด้วยกันถูกจับแยกกันหมดเลย ฉันตกใจและแอบกังวลมาก เพราะกลัวว่าจะฟังและพูดกับใครไม่รู้เรื่อง แต่ไม่นานฉันก็ปรับตัวได้ บางครั้งบัดดี้ก็ชวนฉันไปกินขนมกับเพื่อนๆ ของเขาช่วงพัก ทุกคนใจดีและน่ารักมาก เปิดใจที่จะรับฉันเป็นเพื่อนของพวกเขา อยากรู้เรื่องราวของฉันและประเทศของฉัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกเกร็งอยู่ช่วงกลางวันคือเวลาเดียวที่ฉันจะได้ไปกินข้าวกับเพื่อนคนไทยที่ห้องพักเด็กต่างชาติ อาหารของฉันมักจะเป็นแซนด์วิชใส่ชีสกับแอปเปิล เพราะโฮสต์ไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันให้ ฉันต้องทำเอง เหมือนกับเพื่อนนร.ต่างชาติของฉันที่ต้องเตรียมอาหารไปรร.เอง โฮสต์จะเป็นคนไปซื้อขนมปังหรืออาหารอื่นๆมาเตรียมในตู้เย็นไว้ให้
ทุกวันหลังเลิกเรียนประมาณ 15.30 น. พี่โฮสต์ญี่ปุ่นจะมารอรับที่หน้ารถบัสเพื่อกลับบ้านด้วยกัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้าน ถ้าตกรถโฮสต์ต้องขับรถมารับ ไม่มีรถบัสสำรองที่จะตามไปส่งอีกรอบ เพราะฉะนั้นจะเถลไถลไม่ได้ เมื่อถึงบ้าน ฉันมักจะรีบขึ้นห้องเลยเพราะเหนื่อยมาก และคิดถึงบ้านมากๆ ในช่วงวันแรกๆ ฉันพยายามกลั้นน้ำตาเพราะรู้สึกอาย แต่สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมา ฮือออออ
ทุกเย็น โฮสต์จะทำอาหารให้พวกเราทาน ซึ่งมีอาหารทั่วๆไป เช่น ไก่ทอด มักกะโรนีชีส สปาเก็ตตี้ หรืออาจจะเป็นอาหารบางอย่างที่ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร บางอย่างฉันก็ไม่ทาน ซึ่งทำให้หลังอาหารเย็นแล้ว ฉันจะหิวมาก บางทีก็ต้องมีขนมในห้องนอนเก็บไว้บ้าง เรื่องนี้สอนฉันให้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเรื่องการทานอาหารให้หลากหลายขึ้น มีการคุยกันหลังอาหารเย็น บางวันก็จะมีไอศครีม หรือโยเกิร์ตปั่น ซึ่งฉันชอบมากกกกกกกกกกก
การไปโรงเรียนทำให้ฉันเริ่มมีเพื่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉ้นมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อออโรร่า เพื่อนๆคนอื่นที่เป็นชาวนิวซีแลนด์ก็น่ารักมาก ในห้องเรียนของฉันมีนักเรียนต่างชาติไม่มากนัก เช่น จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน บราซิล อาจเป็นเพราะเมืองนี้ค่อนข้างเล็ก และอยู่ไกลจาก Auckland ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาเรียนที่นี่ วิชาที่ฉันได้เรียนตอนอยู่ที่คือคือ เลข ภาษาอังกฤษ พละ สังคม ศิลปะ ซึ่งฉันคิดว่าวิชาเลขในช่วงสองเดือนนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย การเรียนการสอนที่แปลกไปจากที่ไทย การได้พบเจอเพื่อนในห้องเรียนไม่ซ้ำหน้ากันตลอดทั้งวัน คุณครูฝ่ายนักเรียนต่างชาติมันหากิจกรรมมาให้พวกเราทำ เช่น การไปตลาดเช้าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ การเล่น surf board การยิงธนู และการไปเที่ยวเมือง Rotorua กับเพื่อนนักเรียนคนไทยที่มาด้วยกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ
ทุกๆวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ฉันและเพื่อนคนไทยจะนัดกันไปเดินเล่นในเมือง อย่างที่บอกเมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ฉันกับเพื่อนเดินเข้าออก Supermarket กันบ่อยๆ หานู่นหานี่ทำกัน บางวันก็ไปหาอาหารไทยทาน ซึ่งเมื่อเทียบราคาแล้ว ถือว่าแพงมากกก พวกเราจึงไปจบกันที่ชานมไข่มุกกัน อร่อย!!!! บางครั้งก็ได้ไปนอนบ้านเพื่อนด้วย ได้เล่นเกมส์กัน นอนดึกกันบ้าง สนุกดี
เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่กำลังเริ่มจะปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้านแล้ว ฉันบอกลาโฮสต์และเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ยังต้องอยู่ที่บ้านโฮสต์ต่ออีกหลายเดือนด้วยน้ำตา รวมถึงขอบคุณโฮสต์ที่ช่วยดูแลฉันในเรื่องต่างๆเป็นอย่างดี ทำให้ฉันได้พัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน ได้เข้าใจถึงการเติบโตด้วยตัวเอง และดูแลตัวเองในต่างประเทศด้วย ซึ่งฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากๆ เลย
เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีวินัยมากขึ้น น้ำหนักลดลง และที่สำคัญคือมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ขอบคุณนิวซีแลนด์ที่ช่วยทำให้ฉันพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน สอนให้ฉันรู้ว่าการอยู่ต่างที่ทำให้เราต้องปรับตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมหลากหลาย และเปิดรับประสบการณ์ดีๆที่บางครั้งอาจไม่ได้มาได้ง่ายๆ หากมีโอกาสไปนิวซีแลนด์อีกครั้ง ฉันก็อยากจะไปอีกแน่นอน
I love NZ