ชาย 34 ปี จากโปรแกรมเมอร์ นิสัยเปลี่ยน ไม่อาบน้ำ จนผิวเขลอะหนารุนแรง เก็บขยะทุกชิ้นไว้ในห้องจนกองโต ขับเคลื่อนมาจากวงจรสมองที่ผิดปกติไป
.
ใครๆ ก็เปลี่ยนได้ นิสัยเปลี่ยนได้ พฤติกรรมยังเปลี่ยนได้เลย
แต่ถ้านิสัยเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย
แปลกจน ไม่ใช่ระดับคนทั่วไป
แต่แปลกในระดับไม่มีใครทำกัน อันนี้ไม่ธรรมดาแล้วค่ะ
.
ชาย 34 ปี จบมหาวิทยาลัย เป็นโปรแกรมเมอร์
ทำงานปกติมาโดยตลอด
ซึ่งก็สภาพเหมือนกับโปรแกรมเมอร์ทั่วไป
ตื่นเช้า นั่งหน้าคอม แก้โค้ด
กินข้าว กลับบ้าน แล้ววนใหม่อีกวัน
ซึ่งปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็ปกติมาโดยตลอด
ไม่มีใครคิดว่า อีกไม่กี่ปีต่อมา
เขาจะกลายเป็นคนที่แม้แต่เพื่อนบ้านยังไม่กล้าเข้าใกล้
.
ช่วงแรกๆ แค่ “ไม่ค่อยออกจากบ้าน”
หลังๆ บ้านเริ่มเงียบผิดปกติ
ม่านปิดทั้งวัน ประตูไม่เปิด
ไม่มีเสียงคุยกับใคร
บางครั้งเพื่อนบ้านเห็นเขาเดินผ่านหน้าต่างแว่บเดียว
แล้วก็หายไปอีกเป็นอาทิตย์
.
ที่หนักที่สุดคือ พฤติกรรมที่เก็บทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้จะเป็นขยะแล้ว ก็ยัดๆๆๆ เข้าไปในห้อง
กองหนังสือ กล่องเก่า
เศษกระดาษ ถุงพลาสติก ของใช้พังๆ
เก็บหมด
เริ่มกองทับกันสูงขึ้นเรื่อยๆ
สูงจนแทบไม่มีทางเดินแล้ว
(ซึ่งเค้าก็ยังคงอยู่ได้)
ไม่มีใครเข้าไปได้ค่ะ
กลิ่นแรงมาก
สภาพข้างในหนักมาก
.
ส่วนตัวเขาเอง
แทบไม่คุยกับใครอีก
จนเพื่อนบ้านรายงานว่า
แทบไม่เห็นหน้าอีกเลย
แต่สิ่งที่หนักสุด
คือเขาไม่ได้อาบน้ำมาเกิน 2 ปีค่ะ
ฟังไม่ผิดจ้า สองปีเต็ม
ลองนึกสภาพผิวหนังมนุษย์
ที่ไม่เคยถูกล้างเลยค่ะ
.
สุดท้ายเพื่อนบ้านเป็นห่วง
(เพราะก่อนหน้านี้คงอัธยาศัยดีมากๆ)
ช่วยกันพามา รพ. ในที่สุด
ที่ รพ. แพทย์ตรวจโดยละเอียดเลย
ผิวหนังเขามีทั้งตุ่ม แผล
สะเก็ดหนา คราบแข็งทั้งตัวเลย
โดยเฉพาะแขนกับลำตัว
เป็นชั้นๆ ซ้อนกันเลย
บางจุดคล้ายสิวอักเสบ
บางจุดเป็นฝี
.
จริงๆ ผิวหนังคนเรา ผลัดเซลล์ทุกวันนะคะ
เซลล์ชั้นบนที่ตๅยแล้วจะหลุดออก
มีเหงื่อ มีไขมัน มีเศษฝุ่นเกาะ
ปกติเราอาบน้ำ ถูออก มันก็ไป
แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเป็นปีๆ
โปรตีนเคราติน (Keratin)
จะเริ่มจับตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ
รวมกับไขมัน เหงื่อ คราบสกปรก
สุดท้ายกลายเป็น เปลือกแข็งหนาๆ
เกาะทั้งตัว เรียกว่า keratinous crust ค่ะ
.
แพทย์คือต้องไล่ตรวจหมดเลย
✔️ เชื้อรา?
✔️ แบคทีเรีย?
✔️ โรคผิวหนัง?
✔️ ภูมิคุ้มกัน?
แต่ผลตรวจแทบไม่เจออะไรเลย
ชิ้นเนื้อมีแค่
✔️ ผิวหนังหนาตัวมาก (Hyperkeratosis)
✔️ อักเสบผิวชั้นบน
คือหลักๆ มันเป็น “คราบสะสมมหาศาล”
จากการละเลยตัวเองนานเกินไป
.
สุดท้ายอาการทั้งหมด
เข้ากับภาวะที่เรียกว่า
Diogenes syndrome
กลุ่มอาการที่คนไข้จะ
✔️ ไม่สนเรือนร่างตัวเองเลย โดยเฉพาะเรื่องอาบน้ำ
✔️ แยกตัวจากสังคม
✔️ สะสมของสารพัดของ โดยเฉพาะเศษขยะ
ซึ่งจริงๆ ภาวะนี้มักเจอในโรคจิตเภทค่ะ
(แต่ในทางกลับกัน คนที่เป็นจิตเภทไม่ได้มีอาการนี้ทุกคนนะ
อาการหลากหลายมาก)
.
ประเด็นคือ
เขาไม่ได้มีอาการจิตเภทด้านหลงผิดหรือประสาทหลอนเลย
ซึ่งเป็นอาการเด่นๆ เลย
ไม่มีเสียงแว่ว ไม่มี paranoia ชัดๆ
แต่มีอาการที่เรียกว่า negative symptoms
ของจิตเภทหนักมาก
คือ หมดแรงจูงใจ ไม่อยากทำอะไร
ไม่อยากเข้าสังคม ปล่อยชีวิตพังไปเรื่อยๆ
ภาวะแบบนี้เกิดจากวงจร mesocortical pathway
ในสมองที่ทำงานลดลงมากๆ ซึ่งเป็นวงจรที่ช่วยทำให้
เกิดแรงขับเคลื่อนในการสังคม สร้างปฏิสัมพันธ์ต่างๆ
.
แพทย์เลยลองรักษาด้วยยาต้านโรคจิต (Antipsychotic drug)
แล้วค่อยๆ ดูแลหลายด้านพร้อมกัน
✔️ ทำความสะอาดผิวหนัง
✔️ รักษาแผล
✔️ ฟื้นฟูการใช้ชีวิต
✔️ ค่อยๆ ดึงเขากลับเข้าสังคม
.
และแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจริงๆ
เขาเริ่มกลับมาอาบน้ำ รักษาแผลตามหมอบอก
สะเก็ดหนาเริ่มลอก ผิวหนังเลยกลับมาเป็นปกติ
เริ่มหยุดสะสมขยะ ขยะค่อยๆ หายไป
บ้านเริ่มกลับมาเหมือนเดิม
เขาเริ่มคุยกับคนอื่น
เริ่มยอมให้คนช่วย
เริ่มกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง
เหมือนคนเดิมที่เคยหายไป
ค่อยๆ เดินกลับออกมาจากที่มืดๆ ในสมองตัวเอง
.
.
บางครั้ง “ตัวตน” ของคนเรา
อาจไม่ได้หายไปไหนเลย
แต่ถูกความผิดปกติของสมอง
กดทับเอาไว้เฉยๆ
.
โรคจิตเวชหลายโรคก็เป็นแบบนี้ค่ะ
ทั้งซึมเศร้า วิตกกังวล ก็เช่นกัน
คนไม่รู้อาจมองว่า
“ทำไมไม่ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต”
“ทำไมไม่อาบน้ำ”
“ทำไมไม่ตอบข้อความ”
แต่บางครั้ง สมองที่กำลังป่วยอยู่
นี่แหละขังตัวตนเดิมของเราไว้อยู่ในกรง
รอวันรักษา รอวันปรับตัว ที่จะคืนร่างทองเดิมค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/17iBXKfigh/
🧠 จากโปรแกรมเมอร์สู่คนสะสมขยะและไม่อาบน้ำ เพราะวงจรสมองผิดปกติไป
.
ใครๆ ก็เปลี่ยนได้ นิสัยเปลี่ยนได้ พฤติกรรมยังเปลี่ยนได้เลย
แต่ถ้านิสัยเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย
แปลกจน ไม่ใช่ระดับคนทั่วไป
แต่แปลกในระดับไม่มีใครทำกัน อันนี้ไม่ธรรมดาแล้วค่ะ
.
ชาย 34 ปี จบมหาวิทยาลัย เป็นโปรแกรมเมอร์
ทำงานปกติมาโดยตลอด
ซึ่งก็สภาพเหมือนกับโปรแกรมเมอร์ทั่วไป
ตื่นเช้า นั่งหน้าคอม แก้โค้ด
กินข้าว กลับบ้าน แล้ววนใหม่อีกวัน
ซึ่งปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็ปกติมาโดยตลอด
ไม่มีใครคิดว่า อีกไม่กี่ปีต่อมา
เขาจะกลายเป็นคนที่แม้แต่เพื่อนบ้านยังไม่กล้าเข้าใกล้
.
ช่วงแรกๆ แค่ “ไม่ค่อยออกจากบ้าน”
หลังๆ บ้านเริ่มเงียบผิดปกติ
ม่านปิดทั้งวัน ประตูไม่เปิด
ไม่มีเสียงคุยกับใคร
บางครั้งเพื่อนบ้านเห็นเขาเดินผ่านหน้าต่างแว่บเดียว
แล้วก็หายไปอีกเป็นอาทิตย์
.
ที่หนักที่สุดคือ พฤติกรรมที่เก็บทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้จะเป็นขยะแล้ว ก็ยัดๆๆๆ เข้าไปในห้อง
กองหนังสือ กล่องเก่า
เศษกระดาษ ถุงพลาสติก ของใช้พังๆ
เก็บหมด
เริ่มกองทับกันสูงขึ้นเรื่อยๆ
สูงจนแทบไม่มีทางเดินแล้ว
(ซึ่งเค้าก็ยังคงอยู่ได้)
ไม่มีใครเข้าไปได้ค่ะ
กลิ่นแรงมาก
สภาพข้างในหนักมาก
.
ส่วนตัวเขาเอง
แทบไม่คุยกับใครอีก
จนเพื่อนบ้านรายงานว่า
แทบไม่เห็นหน้าอีกเลย
แต่สิ่งที่หนักสุด
คือเขาไม่ได้อาบน้ำมาเกิน 2 ปีค่ะ
ฟังไม่ผิดจ้า สองปีเต็ม
ลองนึกสภาพผิวหนังมนุษย์
ที่ไม่เคยถูกล้างเลยค่ะ
.
สุดท้ายเพื่อนบ้านเป็นห่วง
(เพราะก่อนหน้านี้คงอัธยาศัยดีมากๆ)
ช่วยกันพามา รพ. ในที่สุด
ที่ รพ. แพทย์ตรวจโดยละเอียดเลย
ผิวหนังเขามีทั้งตุ่ม แผล
สะเก็ดหนา คราบแข็งทั้งตัวเลย
โดยเฉพาะแขนกับลำตัว
เป็นชั้นๆ ซ้อนกันเลย
บางจุดคล้ายสิวอักเสบ
บางจุดเป็นฝี
.
จริงๆ ผิวหนังคนเรา ผลัดเซลล์ทุกวันนะคะ
เซลล์ชั้นบนที่ตๅยแล้วจะหลุดออก
มีเหงื่อ มีไขมัน มีเศษฝุ่นเกาะ
ปกติเราอาบน้ำ ถูออก มันก็ไป
แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเป็นปีๆ
โปรตีนเคราติน (Keratin)
จะเริ่มจับตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ
รวมกับไขมัน เหงื่อ คราบสกปรก
สุดท้ายกลายเป็น เปลือกแข็งหนาๆ
เกาะทั้งตัว เรียกว่า keratinous crust ค่ะ
.
แพทย์คือต้องไล่ตรวจหมดเลย
✔️ เชื้อรา?
✔️ แบคทีเรีย?
✔️ โรคผิวหนัง?
✔️ ภูมิคุ้มกัน?
แต่ผลตรวจแทบไม่เจออะไรเลย
ชิ้นเนื้อมีแค่
✔️ ผิวหนังหนาตัวมาก (Hyperkeratosis)
✔️ อักเสบผิวชั้นบน
คือหลักๆ มันเป็น “คราบสะสมมหาศาล”
จากการละเลยตัวเองนานเกินไป
.
สุดท้ายอาการทั้งหมด
เข้ากับภาวะที่เรียกว่า
Diogenes syndrome
กลุ่มอาการที่คนไข้จะ
✔️ ไม่สนเรือนร่างตัวเองเลย โดยเฉพาะเรื่องอาบน้ำ
✔️ แยกตัวจากสังคม
✔️ สะสมของสารพัดของ โดยเฉพาะเศษขยะ
ซึ่งจริงๆ ภาวะนี้มักเจอในโรคจิตเภทค่ะ
(แต่ในทางกลับกัน คนที่เป็นจิตเภทไม่ได้มีอาการนี้ทุกคนนะ
อาการหลากหลายมาก)
.
ประเด็นคือ
เขาไม่ได้มีอาการจิตเภทด้านหลงผิดหรือประสาทหลอนเลย
ซึ่งเป็นอาการเด่นๆ เลย
ไม่มีเสียงแว่ว ไม่มี paranoia ชัดๆ
แต่มีอาการที่เรียกว่า negative symptoms
ของจิตเภทหนักมาก
คือ หมดแรงจูงใจ ไม่อยากทำอะไร
ไม่อยากเข้าสังคม ปล่อยชีวิตพังไปเรื่อยๆ
ภาวะแบบนี้เกิดจากวงจร mesocortical pathway
ในสมองที่ทำงานลดลงมากๆ ซึ่งเป็นวงจรที่ช่วยทำให้
เกิดแรงขับเคลื่อนในการสังคม สร้างปฏิสัมพันธ์ต่างๆ
.
แพทย์เลยลองรักษาด้วยยาต้านโรคจิต (Antipsychotic drug)
แล้วค่อยๆ ดูแลหลายด้านพร้อมกัน
✔️ ทำความสะอาดผิวหนัง
✔️ รักษาแผล
✔️ ฟื้นฟูการใช้ชีวิต
✔️ ค่อยๆ ดึงเขากลับเข้าสังคม
.
และแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจริงๆ
เขาเริ่มกลับมาอาบน้ำ รักษาแผลตามหมอบอก
สะเก็ดหนาเริ่มลอก ผิวหนังเลยกลับมาเป็นปกติ
เริ่มหยุดสะสมขยะ ขยะค่อยๆ หายไป
บ้านเริ่มกลับมาเหมือนเดิม
เขาเริ่มคุยกับคนอื่น
เริ่มยอมให้คนช่วย
เริ่มกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง
เหมือนคนเดิมที่เคยหายไป
ค่อยๆ เดินกลับออกมาจากที่มืดๆ ในสมองตัวเอง
.
.
บางครั้ง “ตัวตน” ของคนเรา
อาจไม่ได้หายไปไหนเลย
แต่ถูกความผิดปกติของสมอง
กดทับเอาไว้เฉยๆ
.
โรคจิตเวชหลายโรคก็เป็นแบบนี้ค่ะ
ทั้งซึมเศร้า วิตกกังวล ก็เช่นกัน
คนไม่รู้อาจมองว่า
“ทำไมไม่ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต”
“ทำไมไม่อาบน้ำ”
“ทำไมไม่ตอบข้อความ”
แต่บางครั้ง สมองที่กำลังป่วยอยู่
นี่แหละขังตัวตนเดิมของเราไว้อยู่ในกรง
รอวันรักษา รอวันปรับตัว ที่จะคืนร่างทองเดิมค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/17iBXKfigh/