หุ้นค้าปลีก คึกรับ ไทยช่วยไทยพลัส MOTHER-CBG พุ่ง 4.96% แนะหุ้นได้ประโยชน์



KEY POINTS
หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นขานรับการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ
หุ้น MOTHER ปรับตัวขึ้นนำกลุ่ม 4.96% ตามมาด้วย CBG ที่บวกขึ้น 3.80% ในการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 25 พ.ค. 2569

โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนผ่านวงเงินใช้จ่าย 4,000 บาท และอาจมีการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

หุ้น CPAXT (แม็คโคร) และ CPALL ถูกมองว่าเป็นหุ้นเด่น โดย CPAXT จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการที่ร้านค้าขนาดเล็กมาซื้อสินค้าไปจำหน่ายต่อ

หุ้น CBG ได้รับแรงหนุนจากโอกาสในการเพิ่มยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังผ่านร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ

นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์เลือกซื้อรายตัว (Selective Buy) โดยชี้ว่า CPALL มีความโดดเด่นที่สุดจากปัจจัยหนุนรอบด้าน

การเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก  โบรกเกอร์เผย  หุ้นค้าปลีก รับอานิสงส์ หุ้น MOTHER ปรับตัวขึ้นนำกลุ่ม 4.96% ตามมาด้วย หุ้น CBG ที่บวกขึ้น 3.80% 
แนะนำหุ้นได้รับประโยชน์ทางอ้อม CPALL และ CPAXT จากการที่ร้านค้าขนาดเล็กมาซื้อสินค้าไปจำหน่ายต่อ

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 25 พ.ค.2569 เวลา 10.20 น. ความเคลื่อนไหว หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย 
หุ้น MOTHER บวก 4.96% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.27 บาท 
หุ้น CBG บวก 3.80% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.00 บาท
หุ้น CRC บวก 2.46% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 20.80 บาท 
หุ้น HMPRO บวก 1.67% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.10 บาท 
หุ้น DOHOME บวก 1.67% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.66 บาท 
หุ้น CPALL บวก 1.61% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 47.25 บาท 
หุ้น CPAXT บวก 1.32% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 15.30 บาท 
หุ้น BJC บวก 1.40% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.50 บาท 
หุ้น GLOBAL บวก 0.67% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.50 บาท

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีก ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคักในการซื้อขายวันนี้ โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นวันแรก ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ฟื้นตัว

ทั้งนี้มองว่าสามารถส่งผลต่อกลุ่มค้าปลีกได้ใน 2 มิติ ดังนี้
1.การเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินในการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชน โดยรัฐบาลมีการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินสมทบของประชาชนแล้วจะมีวงเงินในการใช้จ่ายรวมถึง 4,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ภาพรวมการบริโภคในประเทศดีขึ้น

2.ร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่างเซเว่น อีเลฟเว่นอาจเสียประโยชน์ชั่วคราวจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สิทธิในร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น แต่ทว่าในอีกมุมหนึ่ง การมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นอาจทำให้ประชาชนกลับเข้ามาจับจ่ายสินค้าอื่นๆ ในร้านค้าปลีกรายใหญ่ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หุ้น CPALL และ CPAXT เป็น หุ้นเด่นเนื่องจากผลกำไรในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมาออกมาดีและจะได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจาก CPAXT หรือแม็คโคร เนื่องจากร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการรัฐ มักจะมาซื้อสินค้าสต็อกเพื่อไปจำหน่ายต่อจากแม็คโคร

ส่วนหุ้น CBG ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากโอกาสในการเพิ่มยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังผ่านช่องทางร้านค้าต่างๆ รวมถึงร้าน CJ Express ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวลดลงประมาณ 4-5% ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรง ดังนั้นแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ Selective Buy หรือเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานกำไรแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานของการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมองว่า CPALL มีความโดดเด่นที่สุดในกลุ่มจากปัจจัยหนุนรอบด้าน


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่