10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด เหนือกว่าส้มเกือบ 10 เท่า!
อันดับ 1 มะขามป้อม — ราชาแห่งวิตามินซีตัวจริง
ปริมาณวิตามินซี: สูงถึง 276 - 470 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้มเกือบ 10 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: มะขามป้อมลูกเล็กๆ ที่คนโบราณนิยมใช้แก้ไอ มีสารแทนนิน (Tannins) ชนิดพิเศษที่ช่วยปกป้องไม่ให้วิตามินซีถูกทำลายด้วยความร้อนหรือออกซิเจน ทำให้มันคงสภาพอยู่ได้นาน รสฝาดเปรี้ยวช่วยขับน้ำลาย แก้เจ็บคอ และต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจได้อย่างยอดเยี่ยม
อันดับ 2 ฝรั่ง — ขุมทรัพย์ผิวใสราคาประหยัด
ปริมาณวิตามินซี: 160 - 187 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 3-4 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: ฝรั่งไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์กิมจูหรือแป้นสีทอง ถือเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีต่อราคาคุ้มค่าที่สุด การรับประทานฝรั่งเพียงครึ่งลูกต่อวัน ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการขั้นต่ำแล้ว นอกจากนี้ฝรั่งยังมีใยอาหารสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อฝรั่งยังช่วยชะลอวัยของเซลล์ผิวได้ดีเยี่ยม แต่มีข้อแนะนำว่าห้ามปอกเปลือกทิ้ง เพราะบริเวณเปลือกสีเขียวอ่อนคือจุดที่มีวิตามินซีหนาแน่นที่สุด
อันดับ 3 พุทราไทย — ลูกจิ๋วแต่พลังทำลายล้างอนุมูลอิสระสูง
ปริมาณวิตามินซี: 70 - 100 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (มากกว่าส้ม 2 เท่า)
เจาะลึกสรรพคุณ: พุทราไทยพื้นบ้านผลเล็กๆ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซีสูงกว่าพุทราจีนหลายเท่า สรรพคุณเด่นคือช่วยบำรุงประสาท แก้อาการนอนไม่หลับ และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด เป็นผลไม้เคี้ยวเพลินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างดี
อันดับ 4 มะละกอสุก — ตัวช่วยย่อยเนื้อนุ่ม สบายท้อง
ปริมาณวิตามินซี: 62 - 73 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: หลายคนคิดว่ามะละกอมีดีแค่ช่วยระบาย แต่ความจริงแล้วเนื้อสีส้มของมันอุดมไปด้วยวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ยิ่งไปกว่านั้น มะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้เบาลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ
อันดับ 5 ส้มโอ — ส้มยักษ์ไทย ดับกระหาย คลายร้อน
ปริมาณวิตามินซี: 61 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นตระกูลส้มเหมือนกัน แต่ส้มโอเนื้อแน่นๆ ของไทยเรามีวิตามินซีที่เสถียรและปริมาณสูงกว่าส้มสายน้ำผึ้งทั่วไป ส้มโอมีฤทธิ์เย็น ช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหาย และมีสารนารินจินที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
อันดับ 6 มะปรางหวาน / มะยงชิด — ผลไม้หน้าร้อน สวยฉ่ำระดับพรีเมียม
ปริมาณวิตามินซี: 50 - 65 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: สีเหลืองทองของมะยงชิดบ่งบอกถึงปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เข้มข้น เมื่อผสานพลังกับวิตามินซีสูง จึงช่วยกู้ผิวที่คล้ำเสียจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี รสชาติที่เปรี้ยวหวานลงตัวยังช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 7 ลิ้นจี่ — หอมหวาน ชื่นใจ บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต
ปริมาณวิตามินซี: 45 - 71 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: เนื้อลิ้นจี่ขาวฉ่ำน้ำมีวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง และยังมีสารโอลิโกนอล (Oligonol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระโมเลกุลเล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงหลอดเลือด และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
อันดับ 8 สับปะรด — เอนไซม์เด่น วิตามินดี ต้านการอักเสบ
ปริมาณวิตามินซี: 48 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: สับปะรดภูแลหรือปัตตาเวียรสหวานฉ่ำ มีวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เอนไซม์ โบรมีเลน (Bromelain) ที่ช่วยต้านการอักเสบของข้อต่อ ลดการบวมช้ำของร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัด คัดจมูก โดยการช่วยละลายเสมหะในลำคอ
อันดับ 9 เงาะ — ผลไม้บ้านๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นทันตาเห็น
ปริมาณวิตามินซี: 40 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
เจาะลึกสรรพคุณ: แม้จะเป็นผลไม้รสหวานนำ แต่เงาะโรงเรียนสดๆ มีปริมาณวิตามินซีที่เทียบเท่ากับส้มสด วิตามินซีในเงาะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดฝอย ควบคุมการดูดซึมเหล็ก และปริมาณน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อเงาะยังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายที่อ่อนล้าได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 10 มะม่วงดิบ — เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ กระตุ้นการเผาผลาญ
ปริมาณวิตามินซี: 35 - 50 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของสายพันธุ์)
เจาะลึกสรรพคุณ: มะม่วงดิบสายพันธุ์ที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น มะม่วงแก้วขมิ้นหรือมะม่วงเบา ยิ่งเปรี้ยวมากเท่าไหร่ ปริมาณกรดอินทรีย์และวิตามินซีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น วิตามินซีจากมะม่วงดิบช่วยขับน้ำลาย เจริญอาหาร และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคลับกินผลไม้สดให้ได้วิตามินซีเต็ม 100% ไม่โดนทำลาย
การเลือกซื้อผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาปอกใส่จานเพียงอย่างเดียว อาจไม่การันตีว่าร่างกายของคุณจะได้รับวิตามินครบถ้วนตามตัวเลขสถิติ เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติที่อ่อนแอและถูกทำลายได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิตามินทั้งหมด ต่อไปนี้คือข้อพากลทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
1. ห้ามหั่นทิ้งไว้ล่วงหน้านานเกินไป เมื่อเนื้อผลไม้สัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ วิตามินซีจะเริ่มสลายตัวทันที ดังนั้นควรปอกและหั่นแล้วรับประทานทันที หากจำเป็นต้องเก็บ ควรใส่กล่องสุญญากาศและแช่ตู้เย็นไว้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง
2.ทานสดดีที่สุด หลีกเลี่ยงการผ่านความร้อน วิตามินซีจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความร้อนที่อุณหภูมิตั้งแต่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป การนำฝรั่งหรือสับปะรดไปกวน อบแห้ง หรือผ่านกรรมวิธีแปรรูปแทบจะไม่หลงเหลือวิตามินซีอยู่เลย
3.กินพร้อมเปลือกในผลไม้ที่ทำได้ สำหรับฝรั่ง หรือพุทรา วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระจะสะสมอยู่บริเวณเนื้อเยื่อชั้นนอกและเปลือกมากที่สุด การปอกเปลือกสีเขียวออกจนเกลี้ยงเท่ากับการทิ้งสารอาหารหลักไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: การกินผลไม้สดเพื่อให้ได้วิตามินซีสูงสุด ควรเลือกรับประทานในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหลังมื้ออาหารหลัก โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะสารอาหารจากมื้อหลักจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้การดูดซึมวิตามินซีร่วมกับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ธาตุเหล็ก เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ที่มา
PPTVHD36
10 ผลไม้ไทยวิตามินซีสูงปรี๊ด ราคาประหยัด สรรพคุณล้นตัวเหนือกว่าส้มเกือบ 10 เท่า!
ที่มา PPTVHD36