ถ้าจำกันได้ หลายปีก่อน มีข่าววินฟาสต์ จะไปเปิดโรงงานที่เมกา ซึ่งก็สร้างกระแสฮือฮาในเพจข่าวมากมาย และแน่นอนเอามาเปรีบเทียบกับบ้านเรากันใหญ่
และทุกวันนี้ โรงงานที่ว่า ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยสักนิด โดยอัยการท้องถิ่นรัฐนอร์ทแคโรไรนาเตรียมยื่นฟ้อง 14,600 ล้านบาท เพราะตามสัญญาคือ จะต้องเปิดไลน์ผลิต เดือน กรกฎาคมนี้ และสามารถมีตำแหน่งงาน กว่าพันตำแหน่งภายในปีนี้ แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีวี่แววจะลงมือแต่อย่างใด ทั้งเลื่อน ทั้งแจ้งว่าจะลดขนาดโรงงาน ซึ่งทาง อัยการมองว่า ไม่น่าจะทันตามสัญญา โดยค่าเสียหายที่ยื่นฟองนั้น อิงจากค่าใช้จ่ายที่ทางท้องถิ่นเตรียมการให้สำหรับโรงงาน และจะนำพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ไปหาผู้ลงทุนรายอื่นแทน
และด้วยยอดหนี้ที่มหาศาล วินฟาสต์จึงแจ้งทางตลาดหุ้นเมกาว่า จะขายกิจการในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ เพื่อนำเงินมาโปะในบัญชี ที่จะทำให้ตัวเลขทางบัญชีดีขึ้น โดยจะใช้วิธีจ้างผลิตแทน ซึ่งถ้าขายได้สำเร็จ ตัวเลขที่ติดลบก็อาจจะกลับมาเป็นบวกได้
ดูแล้ว ก็เหมือนโยกเงินเพื่อตบแต่งตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น
สถานะของวินฟาสต์ตอนนี้ แม้ยอดขาย กับรายได้จะเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดหนี้กลับเพิ่มขึ้นมากมายเช่นกัน เหมือนยิ่งทำยิ่งขาดทุน
แต่ด้วย วินฟาสต์คือความภูมิใจของเวียดนาม วินฟาสต์คือความกล้าที่ได้ลองทำแม้จะยากลำบาก(เพื่อความกล้าตอนนี้ติดหนี้ไปแล้ว 3.59แสนล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ สถานะของวินฟาสต์คือ ล้มไม่ได้
เชื่อว่า อีกสักพัก วินฟาสต์จะเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่าง วงการรถยนตร์แน่นอน
Vinfast อ่วม หน่วยงานท้องถิ่นเมกา จ้องปรับค่าผิดสัญญา ที่ไม่สามารถตั้งโรงงานเปิดไลน์ผลิตได้
และทุกวันนี้ โรงงานที่ว่า ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยสักนิด โดยอัยการท้องถิ่นรัฐนอร์ทแคโรไรนาเตรียมยื่นฟ้อง 14,600 ล้านบาท เพราะตามสัญญาคือ จะต้องเปิดไลน์ผลิต เดือน กรกฎาคมนี้ และสามารถมีตำแหน่งงาน กว่าพันตำแหน่งภายในปีนี้ แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีวี่แววจะลงมือแต่อย่างใด ทั้งเลื่อน ทั้งแจ้งว่าจะลดขนาดโรงงาน ซึ่งทาง อัยการมองว่า ไม่น่าจะทันตามสัญญา โดยค่าเสียหายที่ยื่นฟองนั้น อิงจากค่าใช้จ่ายที่ทางท้องถิ่นเตรียมการให้สำหรับโรงงาน และจะนำพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ไปหาผู้ลงทุนรายอื่นแทน
และด้วยยอดหนี้ที่มหาศาล วินฟาสต์จึงแจ้งทางตลาดหุ้นเมกาว่า จะขายกิจการในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ เพื่อนำเงินมาโปะในบัญชี ที่จะทำให้ตัวเลขทางบัญชีดีขึ้น โดยจะใช้วิธีจ้างผลิตแทน ซึ่งถ้าขายได้สำเร็จ ตัวเลขที่ติดลบก็อาจจะกลับมาเป็นบวกได้
ดูแล้ว ก็เหมือนโยกเงินเพื่อตบแต่งตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น
สถานะของวินฟาสต์ตอนนี้ แม้ยอดขาย กับรายได้จะเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดหนี้กลับเพิ่มขึ้นมากมายเช่นกัน เหมือนยิ่งทำยิ่งขาดทุน
แต่ด้วย วินฟาสต์คือความภูมิใจของเวียดนาม วินฟาสต์คือความกล้าที่ได้ลองทำแม้จะยากลำบาก(เพื่อความกล้าตอนนี้ติดหนี้ไปแล้ว 3.59แสนล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ สถานะของวินฟาสต์คือ ล้มไม่ได้
เชื่อว่า อีกสักพัก วินฟาสต์จะเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่าง วงการรถยนตร์แน่นอน