ถ้าถามว่าตลอด 3 อาทิตย์ในนิวซีแลนด์ ผมได้อะไรกลับมาบ้าง
ผมคงตอบว่า “มากกว่าการท่องเที่ยว”
ก่อนเดินทาง ผมเป็นคนที่ค่อนข้างกังวลเรื่องการใช้ชีวิตต่างประเทศ ทั้งภาษา การเข้ากับคนอื่น และการอยู่ไกลบ้านนาน ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายอาทิตย์ แต่พอได้มาจริง ๆ ผมกลับได้ประสบการณ์ที่มีค่ามากกว่าที่คิดไว้เยอะ
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นิวซีแลนด์ ผมได้ศึกษาอยู่ที่ Massey High School เป็นเวลา 3 อาทิตย์ ตอนแรกผมกลัวว่าจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เพราะภาษาอังกฤษของผมยังไม่ได้เก่งมาก แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือเพื่อน ๆ ทุกคนใจดีและ friendly มาก หลายคนพยายามชวนคุย ชวนเล่นกีฬา และช่วยอธิบายเวลาผมฟังไม่ทัน ทำให้ผมเริ่มมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือบรรยากาศในโรงเรียน ทุกคนดูเคารพกัน แล้วก็ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเอง ผมรู้สึกว่าโรงเรียนที่นั่นไม่ได้สอนแค่เรื่องวิชาเรียน แต่ยังสอนเรื่องการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วย
นอกจากการเรียน ผมยังมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายที่ ซึ่งหนึ่งในเมืองที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ Rotorua เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม และสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
สิ่งแรกที่รู้สึกเมื่อไปถึง Rotorua คือ “กลิ่น”
กลิ่นคล้ายแก๊สหรือไข่เน่าที่ลอยอยู่ในอากาศ ตอนแรกผมตกใจมาก แต่หลังจากนั้นจึงรู้ว่ากลิ่นนี้เกิดจากก๊าซซัลเฟอร์ที่ออกมาจากพื้นที่ภูเขาไฟใต้ดินของเมืองนี้ เพราะ Rotorua เป็นเมืองที่มีพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่จำนวนมาก

ระหว่างที่อยู่ที่นั่น ผมได้เห็นบ่อโคลนเดือดจริง ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต โคลนเดือดปุด ๆ ตลอดเวลาเหมือนน้ำกำลังต้มอยู่ ซึ่งตอนเห็นครั้งแรกผมรู้สึกทั้งตื่นเต้นและแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นธรรมชาติแบบนี้ด้วยตาตัวเอง
อีกสถานที่ที่ผมประทับใจมากคือพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ หรือชาว Māori
ที่นั่นมีการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมของชาว Māori ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ว่านิวซีแลนด์ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวยงาม แต่ยังมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก
ภายในพิพิธภัณฑ์มีงานแกะสลักไม้จำนวนมาก ทั้งหน้ากาก เสาไม้ และลวดลายต่าง ๆ ที่ถูกแกะอย่างละเอียด ผมรู้สึกทึ่งมาก เพราะแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่ง แต่มีความหมายเกี่ยวกับความเชื่อ ครอบครัว และบรรพบุรุษของชาว Māori
การได้เห็นงานศิลปะเหล่านี้ใกล้ ๆ ทำให้ผมรู้สึกถึงความตั้งใจและความภูมิใจในวัฒนธรรมของพวกเขา และทำให้ผมเริ่มคิดถึงวัฒนธรรมไทยของตัวเองมากขึ้นเหมือนกัน
อีกกิจกรรมที่ผมสนุกมากคือการเล่นรถที่ไหลลงจากเขาแข่งกับเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นมาก ทุกคนพยายามแซงกันเต็มที่ เสียงหัวเราะดังตลอดทาง เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขมากที่สุดช่วงหนึ่งของทริปเลย
อีกสถานที่หนึ่งที่ผมประทับใจมากในทริปนี้คือ Hobbiton 🏡🌿

ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of the Rings
ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นสถานที่นี้แค่ในรูปหรือในอินเทอร์เน็ต แต่พอได้ไปจริง ๆ บรรยากาศมันเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกเลย ทุกอย่างดูเขียว สงบ แล้วก็เหมือนอยู่ในหนังจริง ๆ
ระหว่างทางเดินเข้าไป ผมเห็นบ้านฮอบบิตเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มเนินเขา แต่ละหลังมีประตูสีสันต่างกัน แล้วก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้สถานที่ดูเหมือนมีคนอาศัยอยู่จริง เช่น จักรยาน ต้นไม้ กองฟืน หรือสวนผักหน้าบ้าน
สิ่งที่ผมชอบมากคือธรรมชาติรอบ ๆ เพราะวิวสวยมาก อากาศเย็นสบาย แล้วก็เงียบจนรู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากชีวิตประจำวันมาก
ไกด์ยังเล่าเรื่องเบื้องหลังการถ่ายทำหลายอย่าง เช่น การสร้างฉาก การดูแลสถานที่ และวิธีที่ทีมงานพยายามรักษาบรรยากาศของ Hobbiton ให้เหมือนในภาพยนตร์มากที่สุด ทำให้ผมรู้สึกถึงความตั้งใจและรายละเอียดของคนสร้างหนังจริง ๆ
ตอนที่เดินอยู่ใน Hobbiton ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะทุกอย่างดูเหมือนโลกแฟนตาซีที่เคยเห็นในหนัง
สำหรับผม Hobbiton ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นว่านิวซีแลนด์มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถานที่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการอยู่ในประเทศเดียวกัน
ตลอด 3 อาทิตย์นี้ ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง การปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ การกล้าพูดภาษาอังกฤษ และการเปิดใจเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง
แน่นอนว่ามีบางวันที่ผมคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว และรู้สึกเหนื่อย แต่สุดท้ายแล้วประสบการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้ผมโตขึ้นมากจริง ๆ
ผมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมมีโอกาสได้ไปนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การเดินทางธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมได้เห็นโลกกว้าง ได้รู้จักผู้คนใหม่ ๆ และได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น
ถ้ามีโอกาส ผมอยากกลับไปนิวซีแลนด์อีกครั้ง เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้อีก 🇳🇿✨
[CR] 3 อาทิตย์ในนิวซีแลนด์ 🇳🇿 การเดินทางที่ทำให้ผมได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น
ผมคงตอบว่า “มากกว่าการท่องเที่ยว”
ก่อนเดินทาง ผมเป็นคนที่ค่อนข้างกังวลเรื่องการใช้ชีวิตต่างประเทศ ทั้งภาษา การเข้ากับคนอื่น และการอยู่ไกลบ้านนาน ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายอาทิตย์ แต่พอได้มาจริง ๆ ผมกลับได้ประสบการณ์ที่มีค่ามากกว่าที่คิดไว้เยอะ
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นิวซีแลนด์ ผมได้ศึกษาอยู่ที่ Massey High School เป็นเวลา 3 อาทิตย์ ตอนแรกผมกลัวว่าจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เพราะภาษาอังกฤษของผมยังไม่ได้เก่งมาก แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือเพื่อน ๆ ทุกคนใจดีและ friendly มาก หลายคนพยายามชวนคุย ชวนเล่นกีฬา และช่วยอธิบายเวลาผมฟังไม่ทัน ทำให้ผมเริ่มมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือบรรยากาศในโรงเรียน ทุกคนดูเคารพกัน แล้วก็ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเอง ผมรู้สึกว่าโรงเรียนที่นั่นไม่ได้สอนแค่เรื่องวิชาเรียน แต่ยังสอนเรื่องการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วย
นอกจากการเรียน ผมยังมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายที่ ซึ่งหนึ่งในเมืองที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ Rotorua เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม และสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
สิ่งแรกที่รู้สึกเมื่อไปถึง Rotorua คือ “กลิ่น”
กลิ่นคล้ายแก๊สหรือไข่เน่าที่ลอยอยู่ในอากาศ ตอนแรกผมตกใจมาก แต่หลังจากนั้นจึงรู้ว่ากลิ่นนี้เกิดจากก๊าซซัลเฟอร์ที่ออกมาจากพื้นที่ภูเขาไฟใต้ดินของเมืองนี้ เพราะ Rotorua เป็นเมืองที่มีพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่จำนวนมาก
ระหว่างที่อยู่ที่นั่น ผมได้เห็นบ่อโคลนเดือดจริง ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต โคลนเดือดปุด ๆ ตลอดเวลาเหมือนน้ำกำลังต้มอยู่ ซึ่งตอนเห็นครั้งแรกผมรู้สึกทั้งตื่นเต้นและแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นธรรมชาติแบบนี้ด้วยตาตัวเอง
อีกสถานที่ที่ผมประทับใจมากคือพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ หรือชาว Māori
ที่นั่นมีการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมของชาว Māori ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ว่านิวซีแลนด์ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวยงาม แต่ยังมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก
ภายในพิพิธภัณฑ์มีงานแกะสลักไม้จำนวนมาก ทั้งหน้ากาก เสาไม้ และลวดลายต่าง ๆ ที่ถูกแกะอย่างละเอียด ผมรู้สึกทึ่งมาก เพราะแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่ง แต่มีความหมายเกี่ยวกับความเชื่อ ครอบครัว และบรรพบุรุษของชาว Māori
การได้เห็นงานศิลปะเหล่านี้ใกล้ ๆ ทำให้ผมรู้สึกถึงความตั้งใจและความภูมิใจในวัฒนธรรมของพวกเขา และทำให้ผมเริ่มคิดถึงวัฒนธรรมไทยของตัวเองมากขึ้นเหมือนกัน
อีกกิจกรรมที่ผมสนุกมากคือการเล่นรถที่ไหลลงจากเขาแข่งกับเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นมาก ทุกคนพยายามแซงกันเต็มที่ เสียงหัวเราะดังตลอดทาง เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขมากที่สุดช่วงหนึ่งของทริปเลย
อีกสถานที่หนึ่งที่ผมประทับใจมากในทริปนี้คือ Hobbiton 🏡🌿
ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of the Rings
ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นสถานที่นี้แค่ในรูปหรือในอินเทอร์เน็ต แต่พอได้ไปจริง ๆ บรรยากาศมันเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกเลย ทุกอย่างดูเขียว สงบ แล้วก็เหมือนอยู่ในหนังจริง ๆ
ระหว่างทางเดินเข้าไป ผมเห็นบ้านฮอบบิตเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มเนินเขา แต่ละหลังมีประตูสีสันต่างกัน แล้วก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้สถานที่ดูเหมือนมีคนอาศัยอยู่จริง เช่น จักรยาน ต้นไม้ กองฟืน หรือสวนผักหน้าบ้าน
สิ่งที่ผมชอบมากคือธรรมชาติรอบ ๆ เพราะวิวสวยมาก อากาศเย็นสบาย แล้วก็เงียบจนรู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากชีวิตประจำวันมาก
ไกด์ยังเล่าเรื่องเบื้องหลังการถ่ายทำหลายอย่าง เช่น การสร้างฉาก การดูแลสถานที่ และวิธีที่ทีมงานพยายามรักษาบรรยากาศของ Hobbiton ให้เหมือนในภาพยนตร์มากที่สุด ทำให้ผมรู้สึกถึงความตั้งใจและรายละเอียดของคนสร้างหนังจริง ๆ
ตอนที่เดินอยู่ใน Hobbiton ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะทุกอย่างดูเหมือนโลกแฟนตาซีที่เคยเห็นในหนัง
สำหรับผม Hobbiton ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นว่านิวซีแลนด์มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถานที่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการอยู่ในประเทศเดียวกัน
ตลอด 3 อาทิตย์นี้ ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง การปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ การกล้าพูดภาษาอังกฤษ และการเปิดใจเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง
แน่นอนว่ามีบางวันที่ผมคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว และรู้สึกเหนื่อย แต่สุดท้ายแล้วประสบการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้ผมโตขึ้นมากจริง ๆ
ผมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมมีโอกาสได้ไปนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การเดินทางธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมได้เห็นโลกกว้าง ได้รู้จักผู้คนใหม่ ๆ และได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น
ถ้ามีโอกาส ผมอยากกลับไปนิวซีแลนด์อีกครั้ง เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้อีก 🇳🇿✨