น้ำตาเสือดำ ตอนที่ 1

กระทู้สนทนา



 

“มาเป็นมายบอยได้ไหมคะเด็กดี”
- ข้าวตัง (23)
 

 

“ไม่ขอก็จะเป็นให้ครับ”
- เจ้าภีม (29)
 

 




 

คำแนะนำนิยาย
เซท 3 Best friends
- กลุ่มเพื่อนซี้ สามหนุ่ม สามสไตล์ สามเรื่องราว -
1. ปราโยชน์คีริน (End) 3 2 1 Action! กำกับรักขยี้ใจ
2. ณคุณคนโปรด (End) คุณโปรดลูกติด ᵐᵖʳᵉᵍ
3. เจ้าภีมข้าวตัง (On-air) น้ำตาเสือดำ
 

 

 

 

ลิขสิทธิ์ © 2026 ยัสเต
Released on: 2026-04-15
 

 

 


 

 

talk with ยัสเต
 
สำหรับนิยายเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเซท 3 Best friends
กลุ่มเพื่อนซี้ สามหนุ่ม สามสไตล์ สามเรื่องราวที่เราเขียนเรื่องราวของพวกเขามาตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2566-2567
เรื่องนี้เป็นแนวกึ่งดราม่า-ฟีลกู้ดค่ะ เราตั้งใจทำเป็นเล่มขนาดพอดีอ่านอยู่ที่ 129 หน้า จำนวน 31899 คำ
เป็นเรื่องราวของคุณเจ้าภีม หนุ่มโปร์ไฟล์ดี ดีกรีเจ้าของต้นสังกัดชื่อดังที่อกหักจากความรักไม่สมหวังประกอบกับเจอมรสุมชีวิตมากมายจนทำให้ตัวเองรู้สึกหมดแพชชั่น ทว่าเมื่อได้พบกับข้าวตัง เด็กหนุ่มว่าที่สัตวแพทย์คนสวย ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป
ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะลงเอยกันยังไง พลิกหน้าถัดไปได้เลยค่าา
 
ขอบคุณเพื่อนๆ นักอ่านทุกคนที่คอยซัพพอร์ต
และติดตามผลงานเรามาตลอด ขอบคุณจากใจจริงค่ะ
 
แล้วก็...เช่นเคย
สุขสันต์วันสงกรานต์
สวัสดีปีใหม่ไทย
ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ
 
 
 
 
- ยัสเต -
 

 

 

 

 

คำเตือน
ตัวละคร สถานที่ และเนื้อเรื่องเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ
 








ตอนที่ 1
อาชีพใหม่ของท่านประธาน
 

 


 
 
 
 
@ ณคุณคาเฟ่
    กริ๊ง กริ๊ง~
    เสียงลูกกระพรวนสีทองกระทบกันดังขึ้นตามจังหวะประตูที่ถูกเปิดอ้าออก
    ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยธีมสีเขียวดำ ดูขัดตาแปลกใหม่ ไม่เหมือนร้านขนมหวานร้านอื่นๆ ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับเป็นพื้นที่ฮอตฮิตของหนุ่มสาววัยรุ่น ไม่ว่าจะวัยอนุบาล ประถม มัธยม หรือมหา’ ลัย วัยทำงานก็มีมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
   ‘เจ้าภีม’ คนที่พึ่งจะเปลี่ยนอาชีพตัวเองจากผู้บริหารระดับรอบหน้าของต้นสังกัดชื่อดังแห่งวงการบันเทิงให้กลายมาเป็นเด็กตักไอศกรีมเงยหน้าขึ้นมองไปที่บานประตู เขาเกือบจะเอ่ยสโลแกนทักทายตามที่เคยทำจนเคยชิน
    ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของใครบางคนที่ก้าวเข้ามากลับทำให้เขาชะงักฝีปากลง และอดที่จะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ได้
    “ว่าไงเด็กเสิร์ฟ วันนี้ลูกค้าเยอะไหม”
    ‘ณคุณ’ กระตุกยิ้มอย่างนึกแกล้งเพื่อนสนิทที่พึ่งถูกญาติแท้ๆ รวมหัวกันซื้อหุ้นในค่ายของตัวเองแล้วพยายามฮุบบริษัทไปอย่างน่าอนาถ จนตอนนี้เจ้าตัวเหลือเพียงเงินเก็บก้อนเล็กๆ หลักไม่กี่พัน และต้องระเห็จระเหเรร่อนบากหน้ามาขอเขาทำงานด้วย
     ณคุณพึ่งเปิดร้านไอศกรีมสาขาใหม่พอดี เขาตั้งใจให้อีกคนเป็นผู้จัดการนั่นแหละ แต่เจ้าภีมดันไม่เอา แถมยังอยากเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆ ในร้านอีกต่างหาก

     ไม่รู้ว่าชีวิตมันยังดราม่าไม่พออีกรึไง ถึงได้ทำตัวเหมือนชีวิตมันอมเศร้าอมทุกข์อะไรขนาดนั้น
    ทั้งที่จริงๆ แล้วร้านไอศกรีมร้านนี้เจ้าภีมเองก็เป็นหุ้นส่วนด้วยนั่นแหละ
    แค่อีกฝ่ายนอนกระดิกเท้ารอเงินปันผลที่จะเข้าบัญชีทุกเดือนก็อยู่ได้สบายๆ แล้วด้วยซ้ำ
     ณคุณยักคิ้วให้คนที่นิ่งเงียบไม่ตอบคำ เป็นพนักงานคนเดียวในร้านที่กล้าทำหน้าเซ็งใส่เจ้าของอย่างเขาได้แบบไม่นึกสะทกสะท้านอะไร เขายื่นซองกระดาษสีน้ำตาลไปด้านหน้าเพื่อส่งยื่นให้อีกฝ่าย
    “เอกสารที่ขอ ยังอยากได้อยู่มั้ยน้าาา”
หมับ!
    เจ้าภีมคว้าหมับทีเดียวก็ได้มาครอง ณคุณเบ้หน้า แต่ไม่ได้เอ่ยด่าอะไร
    เจ้าภีมก้มดูรูปถ่ายที่ถูกดึงออกมาจากซอง ก่อนจะถอนหายใจ เม้มปาก แววตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน ไม่เว้นแม้แต่สีหน้าที่บ่งบอกถึงความเสียใจ
    เจ็บชิ*หาย แต่ทำอะไรไม่ได้
    “จดทะเบียนหย่าไปเถอะว่ะ ใจเขาไปขนาดนี้แล้ว” ณคุณชะโงกหัวมองรูปอดีตคนรักที่ยังมีชื่ออยู่ในใบทะเบียนสมรสของเจ้าภีม กับชายหนุ่มคนรักใหม่ของอีกฝ่าย
    “ทำไมวะ เพราะกูรวยไม่เท่ามันหรอ”
    เจ้าภีมน้ำตาคลอ
    “เพราะกูไม่เหลืออะไรใช่ไหม เขาถึงทิ้งกูไป”
    หลังจากที่เพื่อนรักทั้งสอง ณคุณและปราโยชน์ได้มีชีวิตรักสุขสมหวัง เจ้าภีมเองก็เริ่มตัดสินใจที่จะคว้าเอานักแสดงในสังกัดของตัวเองมาเป็นแฟนดูบ้าง ทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่ร่วมสามเดือนเต็ม ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานแบบฟ้าแลบ
    ตอนนั้นข่าวเจ้าภีมกับแฟนเก่าดังมาก กลายเป็นหัวข้อทอล์กออฟเดอะทาวน์ไปทั่วประเทศ
    แต่สุดท้ายชายหนุ่มได้มารู้ทีหลังว่าแท้จริงแล้วนักแสดงคนดังกล่าวอาจจะแค่ต้องการใช้อำนาจของเขาไต่เต้าขึ้นไปเป็นนักแสดงแถวหน้าต่างหาก แถมอีกฝ่ายยังควงอดีตเพื่อนสนิทเจ้าภีมที่เป็นนายแบบหน้าจืดหล่อน้อยกว่าเขา (ในสายตาเจ้าภีม) มาให้ช้ำใจเล่นอีก
    น่าเจ็บใจเป็นบ้า
    หลังจากช้ำรักได้ไม่นานเจ้าภีมก็ดันมาโดนญาติตัวเองรวมกันกวาดซื้อหุ้นและมีแพลนว่าจะขับไล่เขาออกจากบริษัทที่ตัวเองลงทั้งเงินทุนและน้ำพักน้ำแรงก่อร่างสร้างมาด้วยตัวเองร่วมเกือบสิบปีเต็ม
    ให้ตายเถอะ! มีใครให้มากกว่านี้อีกมั้ย
    ชีวิตเขานี่มันน่าเอาไปเขียนนิยายดราม่าสักเรื่องได้เลยจริงๆ พนันได้เลยว่าคงต้องดังเป็นพลุแตกแน่ๆ
   
    ณคุณตบบ่าหนักๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบ
    “เพราะเขาไม่รักเเล้วเว้ย ไม่ใช่เพราะมีหรือไม่มี”
    เจ้าภีมกำมือแน่น
    ใจคนเรามันหมดรักกันได้ง่ายๆ เลยสินะ ไหนล่ะ สัญญาที่เคยให้กันไว้
    ไหนใครมันบอกว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน
    หากใครคิดว่าคนที่ผ่านประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงมามากจะสามารถฉลาดเรื่องความรักได้แล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดถนัด
    แม้จะมีช่วงที่เอะใจอยู่บ้างในตอนที่คบกันแต่คำว่ารักเพียงคำเดียวเท่านั้นที่ทำให้เจ้าภีมเลือกที่จะไม่สนใจและประคับประคองความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
    แต่ใครจะรู้ แม่*เอ้ย เล่นเปิดตัวซะยิ่งใหญ่ด้วยสิ พอเลิกกันก็เลยยิ่งเจ็บหนักเข้าไปกันใหญ่เลย
    เขาแทบอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวเวลาเดินไปไหนมาไหนแล้วบังเอิญเจอเพื่อนร่วมวงการที่มาเอ่ยทัก
    แววตาเวทนาพวกนั้นทำให้เจ้าภีมรู้สึกโง่กว่าเดิมเสียอีก

    “เอาน่าภีม แค่เมียในสมรสคนเดียว เซ็นต์ใบหย่าไปก็เป็นคนอื่นแล้ว” ณคุณกล่าว
    “กูไม่หย่า ถ้าอยากจะมีใหม่นักก็เชิญ แต่ชื่อในทะเบียน ผัวเขาก็ยังเป็นกู”
    เจ้าภีมเอ่ยด้วยแววตาหมายมั่น ในเมื่ออยากไปนักก็ไปได้แต่ตัวแล้วกัน อย่าหวังว่าจะสามารถพรากชื่อของเขาที่สลักอยู่ในใบสมรสไปได้เลย
ไม่มีทาง!
    ณคุณถอนหายใจ
    “นี่มันดื้อดึงจริงๆ เลยนะ ทำไปทำไมวะ”
    ก็รู้ว่ายากจะทำใจ แต่เป็นเขาคงเลือกเอาตัวเองออกมามากกว่าจะแค้นเคืองต่อกันไปแบบนี้
    ถึงแม้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำจะน่าโกรธมากจริงๆ ก็เถอะ
    แต่ณคุณคิดว่าการทำแบบนี้มีแต่ตัวเจ้าภีมเองนั่นแหละที่ได้แต่จมอยู่กับความเสียใจและไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองได้ก้าวต่อไปข้างหน้าเสียที
    “กูเจ็บมากนะคุณ ถึงกูจะทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร”
    เจ้าภีมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเจือความเจ็บปวด แววตาคู่คมสั่นไหวอย่างชัดเจน
    “กูรู้”

    แกร๊งๆ กรุ๊งกริ๊ง
     เสียงกระดิ่งประตูดังเมื่อมีคนเปิดประตู เจ้าภีมยกมือขึ้นปัดผมตนเองให้เรียบไปด้านหลังเพื่อขยับใส่หมวกสีเขียว (ยูนิฟอร์มร้าน) ก่อนจะยกยิ้มสุภาพเป็นมิตรและเอ่ยสวัสดีอย่างที่ทำมาตลอดสามวัน
    ที่เอาตัวเองมาทำงานแบบนี้ก็เพราะเขาไม่อยากนอนฟุ้งซ่านอยู่ในคอนโดหรูอีกต่อไป
    มรสุมชีวิตที่ชายหนุ่มวัยทำงานได้พบเจอมาทั้งหมดทำให้เจ้าภีมตัดสินใจที่จะเอาตัวเองออกมาพบเจอโลกภายนอกดูบ้างตามคำแนะนำของปราโยชน์ เพื่อนสนิทอีกคนของเขา
    และร้านขนมของณคุณก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย
    อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องไปยื่นใบสมัครหรือสัมภาษณ์งาน แถมยังลางานยาวได้แบบไม่มีจำกัด อยากจะเข้างานสายก็ยังได้ อยากจะมาหรือไม่มา ณคุณมันก็ไม่คิดจะว่าอะไรกันอยู่แล้ว
    ถึงเงินเดือนที่ได้รับมันจะน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินที่เขาสามารถหาได้จากผลกำไรของบริษัทตัวเอง
    แต่อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้ก็ยังถือเป็นกิจกรรมคลายความเหงาและฟุ้งซ่านให้แก่เจ้าภีมได้เป็นอย่างดี
    
     “ทักทายครับลูกค้า รับอะไรดีครับ”
 
 
    ‘ข้าวตัง’ ยิ้มหวานให้แก่พี่พนักงานไม่คุ้นตาตรงหน้า ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ณคุณ
   “สวัสดีครับพี่คุณ พอดีภัทรบอกให้ตังมารอที่นี่ ขออนุญาตเข้ามาโดยไม่สั่งอะไรได้มั้ยครับ”
   “อ่า ได้ๆ เข้ามานั่งก่อนสิ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเอาน้ำมาให้” ณคุณโคลงศีรษะ เอ่ยทักทายด้วยท่าทางเป็นกันเองให้ข้าวตังก้มหัวให้
   “ขอบคุณครับ”
   ข้าวตังเป็นเพื่อนสนิทณภัทร น้องชายแท้ๆ ของณคุณ อีกฝ่ายมักจะเทียวไปไหนมาไหนกับณภัทรอยู่เรื่อยจนแทบจะกลายเป็นเพื่อนตัวติดที่ณคุณเองก็นึกเอ็นดูไม่ต่างจากน้องชายแท้ๆ อีกคนไปแล้ว
   “ภีม เอาน้ำให้น้องเขาหน่อย”
   เจ้าภีมที่เผลอลอบมองรอยยิ้มหวานๆ ของหนุ่มน้อยตรงหน้าได้แต่ขบกรามแน่น เพราะเด็กในร้านก็มียืนว่างตั้งหลายคนแต่ณคุณกลับเลือกที่จะออกคำสั่งนั้นกับเขา
   ณคุณยักไหล่กับท่าทางนั้นของเพื่อนสนิท ทำทีราวกับไม่ได้ยี่หระอะไร
   ข้าวตังเดินไปนั่งโต๊ะทรงสูงที่หันหน้าเข้าหาหน้าต่างกระจก ระหว่างที่เจ้าภีมเดินไปหยิบแก้วพลาสติกเล็กๆ รินน้ำเย็นจากเหยือก ก่อนจะวางบนถาดไม้แล้วนำไปเสิร์ฟ
   “น้ำครับ”
   “ขอบคุณค่ะ”
   ข้าวตังชะงักไปนิดนึงเพราะเผลอพูดค่ะตามที่ติดนิสัยมาจากที่บ้าน
   เจ้าภีมชะงักไปเช่นกัน เขาเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคนตรงๆ
   เชี่ย น่ารักจังวะ

   ใบหน้าหวานออกแนวค่อนสวย ดูจิ้มลิ้มน่ารักน่ามอง ดวงตากลมโตเปล่งประกายทั้งยังดูเป็นคนน่ารัก สุภาพ ดูไม่ถือตัวทั้งที่ลุคอีกฝ่ายนั้นดูลูกคุณหนูเอามากๆ
   ณคุณไปรู้จักเด็กหนุ่มหน้าตาน่ามองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
   “เอ่อ...เป็นพนักงานใหม่หรอครับ ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
   ณคุณกำลังจะอ้าปากตอบแทน ว่าเจ้าภีมเป็นเพื่อนเขา ทว่า...
   “ครับ พึ่งฝึกงานได้ 3 วัน”
   ณคุณเลิกคิ้วมองอย่างนึกสงสัย ปกติเพื่อนเขาไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้า ขนาดที่มาฝึกงานสามวันนี่พูดแต่ละวันนับคำได้
   ถึงเขาจะไม่ได้เข้ามาที่ร้านบ่อยๆ แต่ก็พอจะรู้มาบ้างจากเหล่าน้องๆ พนักงานที่เขาตั้งใจให้คอยดูแลเจ้าภีมเป็นพิเศษ
   เอาจริงๆ ก็เป็นห่วงมันมากนั่นแหละ เพื่อนสนิทจริงๆ ที่ณคุณไว้ใจมากๆ มีแค่สองคนเท่านั้น
   และหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าภีม

   ข้าวตังยิ้มหวาน
   “สู้ๆ นะครับ”
   เอาจริงลุคอีกฝ่ายดูไม่น่ามาทำงานร้านไอติมเลย แต่บางทีอาจจะใจรักก็ได้
   ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าดูติดแบดบอยนิดๆ สันกรามคมเด่นชัด จมูกโด่งได้รูปตัดรับกับคิ้วเข้มๆ ที่เรียงกันอย่างงดามได้พอดิบพอดี ไหนจะรอยสักรูปมังกรสีดำบริเวณลำคอที่พาดยาวลงไปนั่นอีก
   บอกตามตรงว่าอีกฝ่ายควรไปเป็นนายแบบลุคเท่ในนิยตสารเสียมากกว่า ......


    โหลดเล่มฟรี ที่นี่


   ฝากติดตามด้วยนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่