Bitcoin จาก Digital Gold สู่คลังสำรองแห่งชาติ: ทำไมกฏหมาย ARMA ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสหรัฐฯ



ลองจินตนาการว่าคุณเป็นตำรวจที่จับโจรได้ แล้วยึดทองคำของกลางมาได้มหาศาล ปกติแล้วรัฐบาลจะรีบเอาทองพวกนี้ไปประมูลขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดมาใช้จ่ายในประเทศใช่ไหมครับ?
แต่ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกา เขากำลังมีแนวคิดใหม่ที่ "หักปากกาเซียน" สุดๆ คือการออกกฎหมายที่สั่งว่า "ห้ามขาย Bitcoin ที่ยึดมาได้เด็ดขาด และต้องเก็บไว้อย่างนั้นอย่างน้อย 20 ปี!" กฎหมายนี้มีชื่อเล่นสั้นๆ ว่า ARMA ครับ

ทำไมอยู่ดีๆ อเมริกาถึงอยาก "ถือยาว"?
เมื่อก่อนเวลาสหรัฐฯ ยึด Bitcoin จากพวกมิจฉาชีพหรือคดีดังๆ อย่างเว็บมืด Silk Road ได้ เขาก็จะเอามาประมูลขายทอดตลาด ซึ่งทุกครั้งที่รัฐบาลประกาศขาย ราคา Bitcoin ทั่วโลกมักจะร่วงกราวเพราะคนกลัวของล้นตลาด
แต่ในร่างกฎหมาย ARMA นี้ สมาชิกสภาฯ ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านเขาเห็นตรงกันบางอย่างว่า
1. เปลี่ยนจาก "ผู้ขาย" เป็น "ผู้สะสม": แทนที่จะขายกินไปวันๆ ก็เก็บไว้เป็น "คลังสำรองยุทธศาสตร์" เหมือนที่อเมริกาเก็บทองคำไว้ในป้อม Fort Knox นั่นแหละครับ
2. ดึงของออกจากตลาด: การประกาศไม่ขายเป็นเวลา 20 ปี เท่ากับว่า Bitcoin จำนวนมหาศาลจะถูกล็อคกุญแจไว้ ไม่ไหลออกมากดราคาตลาดอีกต่อไป

กฎเหล็ก 20 ปี: ล็อกจริง ห้ามแกะ!
ร่างกฎหมายนี้โหดมากครับ เพราะเขาสั่งห้ามทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
ห้ามขาย (ห้ามเปลี่ยนเป็นเงินสด)
ห้ามแลก (ห้ามเอาไปเทรดเป็นเหรียญอื่น)
ห้ามจำนำ (ห้ามเอาไปค้ำประกันกู้เงิน)
ข้อยกเว้นเดียวที่จะยอมให้ขายได้คือ: "เอาไปใช้ใช้หนี้สาธารณะของประเทศ" (ซึ่งตอนนี้อเมริกามีหนี้เยอะมหาศาลถึง 39 ล้านล้านดอลลาร์) และพอครบ 20 ปีแล้ว ก็ใช่ว่าจะขายได้หมดนะ รัฐมนตรีคลังจะขายได้แค่ทีละนิด (ไม่เกิน 10% ทุกๆ 2 ปี) เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาดโลกครับ

เอาเงินที่ไหนมาซื้อเพิ่ม? (โดยไม่เบียดเบียนภาษี)
ความล้ำของกฎหมายนี้คือเขาบอกว่าจะทำแบบ "งบเป็นกลาง" (Budget-neutral) หมายถึงจะไม่ขึ้นภาษีประชาชน และไม่กู้เงินเพิ่มมาซื้อ แต่จะใช้เทคนิคการเงินบริหารจัดการภายใน เช่น
• เอาเงินกำไรส่วนเกินจากธนาคารกลาง (Fed) มาใช้
• ใช้เงินที่ได้จากการยึดทรัพย์พวกอาชญากรไซเบอร์
• การตีราคาทองคำในคลังใหม่ให้เป็นราคาปัจจุบัน

มีคนชอบ ก็ต้องมีคนชัง
ฝั่งเชียร์: บอกว่านี่คือวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำให้อเมริกาเป็นผู้นำด้านการเงินดิจิทัลของโลก และช่วยสร้างความมั่นคงให้ค่าเงินดอลลาร์ในอนาคต
ฝั่งค้าน: นำโดยนักการเมืองรุ่นใหญ่บางท่านมองว่า Bitcoin "ไม่มีค่าในตัวเอง" และผันผวนเกินกว่าจะเอามาเป็นเงินสำรองของชาติ การเอาเงินของชาติไปเสี่ยงกับตัวเลขดิจิทัลดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล

บทสรุป

สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนใจจากการเป็น "เจ้ามือสายเทขาย" มาเป็น "นักลงทุนสายถือยาว" โดยตั้งเป้าจะเก็บ Bitcoin ไว้เป็นมรดกของชาติ เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อและหนี้สินที่พอกพูน
สถานะปัจจุบัน: ร่างกฎหมายนี้เพิ่งเริ่มต้นเดินทางครับ ยังต้องผ่านอีกหลายด่านกว่าจะประกาศใช้จริง แต่แค่ข่าวนี้ออกมา ก็ทำให้ทั่วโลกต้องหันมามองแล้วว่า "พี่ใหญ่" เขากำลังจะขยับตัวแรงขนาดไหนในโลกคริปโต!

คำเตือน: การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ข้อมูลนี้เป็นการสรุปสถานการณ์ข่าวสารเท่านั้น โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่