คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
คนรวยหลายคนพอของล้นบ้านก็อยากเคลียร์ทิ้งอะครับแต่ด้วยความที่เป็นของมียี่ห้อจึงเกิดความเสียดายเลยเลือกที่จะส่งต่อให้ญาติเพราะคิดเอาเองว่าเป็นของดี ใครๆ ก็คงอยากได้ โดยขาดความละเอียดอ่อนเรื่องความรู้สึกของคนรับความคุ้นชินกับการเป็นผู้ให้เลยอาจจะมองว่าตัวเองอยู่ในสถานะที่สูงกว่าเลยคุ้นชินกับการเป็นคนหยิบยื่นให้ โดยไม่ได้สนใจว่าของนั้นจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรับรึเปล่า
ส่วนพ่ออยู่ในฐานะคนกลางการไปปฏิเสธของจากพี่สาวที่รวยที่สุดในตระกูลอาจจะทำให้ผิดใจกัน พ่อถึงเลือกที่จะรับไว้เพื่อรักษาน้ำใจและตัดปัญหาไป
เราต้องจัดการตัวเองครับพ่ออยากรับก็รับไปถ้าไม่ชอบ จขกท ก็เอามาแล้วไปบริจาคต่อ ส่วนพวกเครื่องสำอางมันเอาใช้ร่วมกันไม่ได้ก็ทิ้งไปเลย ผมว่านะทำใจสบาย ๆ ไปอย่าคิดมาก
ส่วนพ่ออยู่ในฐานะคนกลางการไปปฏิเสธของจากพี่สาวที่รวยที่สุดในตระกูลอาจจะทำให้ผิดใจกัน พ่อถึงเลือกที่จะรับไว้เพื่อรักษาน้ำใจและตัดปัญหาไป
เราต้องจัดการตัวเองครับพ่ออยากรับก็รับไปถ้าไม่ชอบ จขกท ก็เอามาแล้วไปบริจาคต่อ ส่วนพวกเครื่องสำอางมันเอาใช้ร่วมกันไม่ได้ก็ทิ้งไปเลย ผมว่านะทำใจสบาย ๆ ไปอย่าคิดมาก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คิดเห็นอย่างไรคะ
ทีนี้ญาติ โดยเฉพาะป้า ที่รวยที่สุดในตระกูล มักจะโล๊ะของไม่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นของตัวเอง ของลูกสาว ของลูกสะใภ้ เช่น เครื่องสำอางเก่าใช้แล้วแต่เป็นแบรนด์ กระเป๋าแบรนด์ใช้แล้ว ล่าสุดเรามีลูกอายุไล่ๆ กับหลานเขา ก็โล๊ะให้ ซึ่งพ่อรับมาหมด
ทีนี้พอดีเราได้คูปองส่วนลดเสริมความงามมาจากร้านเครื่องสำอางชื่อดัง (แต่แบรนด์ถูกกว่าร้านประจำที่พวกเขาเลือกซื้อ) ก็เลยลองถามพ่อ เพราะนึกถึงพวกเขา เพราะค่อนข้างรักสวยรักงาม และเราก็ไม่ได้ใช้ อยากเก็บเงินให้ลูกมากกว่า พ่อกลับปฏิเสธ บ้านเราไม่เคยให้อะไรเขาเลย แต่กลับต้องรับแต่ของใช้แล้วของพวกเขามา หรือไม่ก็เครื่องสำอาง (ตามหลักแล้วมันเหมือนรองเท้าค่ะจริงๆ ควรให้เจ้าตัวเลือกเองดีที่สุด เพราะบางเฉดสีก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสีผิว อย่างผิวเราจะขาวเหลือง คล้ำกว่าญาติๆ เฉดนึง)
ทุกคนคิดเห็นอย่างไรคะ เป็นเรื่องปกติของหลายๆ บ้านมั้ยคะ ที่จะต้องยอมญาติทุกอย่าง เขาให้ของเหลือเราได้ แต่เราให้บ้างไม่ได้ หรือเราคิดมากเองคะ