JJNY : 5in1 ปิยบุตรเสนอซ้ำ เลิกองคมนตรี│เท้งย้ำจุดยืนปชน.│เท้งชี้สภาไม่ควรป้องคนทำผิด│เท้งซัดข้ออ้าง‘โสภณ’│เท้งแจงดราม่า

กระทู้ข่าว
ปิยบุตร เสนอซ้ำ เลิกองคมนตรี ชี้ภารกิจซ้ำซ้อน กระทบความเป็นกลางสถาบัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5730658
.

.
ปิยบุตร รื้อข้อเสนอปี 65 ชงยกเลิกองคมนตรี ชี้ ซ้ำซ้อนภารกิจคณะรัฐมนตรี-ไม่สอดคล้องประชาธิปไตย หวั่น กระทบความเป็นกลางสถาบันฯ บอก ช่วยประหยัดลดงบประมาณแผ่นดิน
.
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ “ข้อเสนอเรื่องการยกเลิกองค์กรคณะองคมนตรี” ว่า
.
เมื่อสัปดาห์ก่อน ในประเทศไทยได้มีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทของคณะองคมนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรีกันอย่างกว้างขวาง มีการตอบโต้กันผ่านสื่อมวลชนระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า ตอนปี 2565 ตนได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 2 พระมหากษัตริย์ พร้อมเขียนคำอธิบายในแต่ละมาตราเอาไว้ และนำไปรวมเล่มเป็นหนังสือ 2 เล่ม ซึ่งเป็นการรวมข้อเขียนของตนทั้งหมดตลอด 2 ทศวรรษในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ ตนขอคัดเฉพาะข้อเสนอเรื่องการยกเลิกคณะองคมนตรี มาเผยแพร่อีกครั้ง ดังนี้
.
1. คณะองคมนตรีเป็นองค์กรตกทอดมาจากสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หลังอภิวัฒน์สยาม 2475 องค์กรนี้ถูกยกเลิกไป แต่นำกลับมาใหม่อีกครั้งหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยเริ่มแรกในรัฐธรรมนูญ 2490 ให้ชื่อว่าคณะอภิรัฐมนตรี มีได้ 5 คนและเปลี่ยนเป็นคณะองคมนตรีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2492 และดำรงอยู่ในรัฐธรรมนูญเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอีกไม่เกิน 18 คน
.
2. ประเด็นคณะองคมนตรีเคยถูกสมาชิกรัฐสภาอภิปรายโต้แย้งไม่เห็นด้วยกันมากตั้งแต่ครั้งจัดทำรัฐธรรมนูญ 2492 หลังจากนั้นข้อวิจารณ์ต่อการดำรงอยู่ของคณะองคมนตรีก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนกระทั่งกลับมาอีกครั้งในช่วงวิกฤตการเมืองปลายปี 2548 และรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จวบจนถึงปัจจุบัน คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของคณะองคมนตรีจนอาจกระทบกระเทือนไปถึงสถาบันกษัตริย์ได้
.
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า  ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างโดยสังเขปสัก 3 กรณี ดังนี้ กรณีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แสดงความเห็นเรื่อง รัฐบาลเหมือน jockey ไม่ใช่เจ้าของทหาร เจ้าของทหาร คือ ชาติและพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรพูดถึงเรื่องผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้น 2 เดือนเศษ เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือ กรณีชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่รับตำแหน่งหลังรัฐประหาร เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
.
กรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกจากตำแหน่งองคมนตรีเพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เมื่อพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2550 ก็กลับไปดำรงตำแหน่งองคมนตรีอีกจนเป็นประธานองคมนตรีในปัจจุบัน
.
กรณีนายนุรักษ์ มาประณีต ผู้เคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ และมีความเห็นส่วนตนให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ตลอดชีวิต เมื่อพ้นจากตำแหน่งประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เข้าดำรงตำแหน่งองคมนตรี
.
นายปิยบุตร ระบุด้วยว่า 3.หยุด แสงอุทัย ศาสตราจารย์และผู้บรรยายวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ และยังเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2492 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้นำองคมนตรีกลับมา อธิบายไว้ว่า “รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญฯชั่วคราว (2490) ไม่มีบทบัญญัติเรื่องคณะองคมนตรี แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฯฉบับชั่วคราว (2490) ประสงค์จะให้มีคณะเผด็จการสำหรับควบคุมคณะรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่ง จึงได้มีบทบัญญัติว่าด้วยคณะอภิรัฐมนตรีขึ้น…”
.
และ “ในการร่างรัฐธรรมนูญฯฉบับ 2492 สภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า ถ้ามีคณะที่ปรึกษาสำหรับพระมหากษัตริย์จะเป็นประโยชน์ จึงได้บัญญัติไว้โดยเปลี่ยนชื่อคณะอภิรัฐมนตรีเป็นคณะองคมนตรี และเพิ่มจำนวนจาก 5 นายเป็นไม่เกิน 9 นาย และกำหนดให้การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรีและการให้องคมนตรีออกจากตำแหน่งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย…”
.
อย่างไรก็ตาม หยุด แสงอุทัย ก็ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “ถ้าจะพิจารณาตามหลักประชาธิปไตยโดยเคร่งครัด การมีคณะองคมนตรีสำหรับเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ย่อมจะไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยนัก เพราะตามหลักประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ไม่ควรจะทรงมีที่ปรึกษาอย่างอื่นนอกจากคณะรัฐมนตรีซึ่งเข้ามาบริหารประเทศโดยความยินยอมของประชาชน แต่คณะองคมนตรีหาได้มาจากประชาชนไม่ โดยไม่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎร คณะองคมนตรีจะถวายคำปรึกษาพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรว่าราษฎรมีเจตจำนงอย่างไร…”
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า  4.เพื่อป้องกันมิให้การปฏิบัติหน้าที่ การแสดงความเห็น ตลอดจนพฤติกรรมขององคมนตรี ที่อาจทำให้สังคมคลางแคลงใจ วิจารณ์ หรือตั้งคำถามถึงความเป็นกลางทางการเมืองและทางเศรษฐกิจการค้า จนส่งผลเสียกระทบต่อสถาบันกษัตริย์ จึงเสนอให้ยกเลิกคณะองคมนตรี รัฐธรรมนูญไม่ต้องรับรองการมีอยู่ของคณะองคมนตรีทำนองเดียวกันกับรัฐธรรมนูญสามฉบับแรก นอกจากนี้ การยกเลิกคณะองคมนตรียังช่วยประหยัดลดงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้สำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน รถยนต์ประจำตำแหน่ง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือค่าบริหารจัดการจิปาถะ ได้อีกด้วย
.
นายปิยบุตร ระบุด้วยว่า 5.ในกรณีที่กษัตริย์ต้องการปรึกษาหารือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินหรือพระราชกรณียกิจ ก็ให้คณะรัฐมนตรีรับหน้าที่ดังกล่าว เพราะคณะรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินและบังคับบัญชาสั่งการข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานของรัฐต่างๆได้ ย่อมทราบดีถึงข้อมูลการบริหารราชการแผ่นดินทั้งปวง เมื่อนายกรัฐมนตรีมาจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมตระหนักรู้ถึงความต้องการของประชาชนและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงเป้า
.
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า  การกำหนดให้มีคณะองคมนตรีทำหน้าที่ให้คำปรึกษากษัตริย์ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภารกิจของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคณะองคมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกับคณะรัฐมนตรี ก็อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับคณะรัฐมนตรีได้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คณะรัฐมนตรีย่อมเหมาะสมกับการเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินและพระราชกรณียกิจ สอดคล้องกับหนึ่งในสิทธิสามประการที่กษัตริย์มีอยู่ตามธรรมเนียมประเพณีตามที่ Walter Bagehot สรุปไว้ใน The English Constitution (1867) นั่นคือ สิทธิในการได้รับคำปรึกษาหารือจากรัฐบาล (The Right to be consulted)
.
https://www.facebook.com/PiyabutrOfficial/posts/pfbid024wFpapPbZLXxVehPwafEbhvE5RxjAvwkAp6CEaCE54QBXLbq9j34GiRgPKN8rRacl
.

.
เท้ง แจงเหตุไม่ลงชื่อ หนุนเสรีพิศุทธ์ ยื่นสอยอนุทิน ย้ำจุดยืนปชน. ไม่ใช้ข้อหาจริยธรรมร้องเรียนใค
https://www.matichon.co.th/politics/news_5730503
.
‘เท้ง’ ย้ำจุดยืนไม่ขยายอำนาจให้องค์กรอิสระ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอเสียงหนุน ส่งศาลรธน.สอบจริยธรรม ‘อนุทิน’ ชี้ ‘ปชน.’ ไม่เคยใช้ช่องทางนี้ตัดสินนักการเมือง เชื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านยังทำงานด้วยกันได้
.
เมื่อเวลา 14.05 น.วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตัดพ้อพรรคประชาชนไม่ช่วยหนุนเสียงยื่นสอบจริยธรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีเขากระโดง พร้อมมองว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่ ว่า ตนยินดีจะพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน และทราบว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็มีเจตนาดีในการที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงได้แสดงเจตนาว่า อยากให้พรรคประชาชนเข้าร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งตนเคยพูด และส่งตัวแทนไปพูดคุยแล้วหลายครั้ง ว่าพรรคประชาชนไม่ได้ไม่ต้องการที่จะตรวจสอบ และพร้อมที่จะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องระมัดระวังเรื่องในการใช้กลไก เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะไปขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญได้
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการยื่นร้องจริยธรรมนักการเมือง พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าไม่เคยใช้ช่องทางในลักษณะนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งผิดจริยธรรม เพราะมองว่าเรื่องจริยธรรมแต่ละหน่วยงานแต่ละพรรคต้องตรวจสอบกันเอง ไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องข้อกฎหมายต้องการใช้ศาลวินิจฉัยให้อันนี้คือถูกต้องแล้ว
.
เมื่อถามว่า มองว่าการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โพสต์ในทำนองว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังกันหรือไม่นั้น จะสามารถทำงานร่วมกันได้อยู่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนสามารถทำงานได้กับทุกคน แต่ไม่อยากให้กล่าวหากันออกหน้าสื่อ เพราะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน ก็สามารถพูดคุยกันเองได้ รับฟังเหตุและผลด้วยกันเองได้.
.

.
เท้ง ชี้สภาไม่ควรป้องคนทำผิด หลัง DSI ทำหนังสือด่วน ขอตัวส.ส.ชนนพัฒฐ์ ไปสอบปากคำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5730594
.
‘เท้ง’ มอง DSI ทำหนังสือด่วนขอตัว ‘ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา สภาไม่ควรปกป้องคนที่ทำผิด
.
เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขออนุญาตเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมสภา โดยจะต้องมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อขอความเห็นนั้น ว่า ต้องดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่กระทำความผิด สภาก็ไม่ควรจะปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีทั้งการขอตัวระหว่างสมัยประชุมหรือต้องอนุมัติในที่ประชุม เพื่อเป็นกลไกที่ป้องกันการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่ถ้าเจ้าตัวกระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่สภาจะต้องปกป้อง
.
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่านายชนนพัฒฐ์อาจไม่อยู่ในประเทศแล้ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาที่สุดอยู่แล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่