หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ (USSOCOM) ร่วมกับศูนย์การสงครามทางเรือ (Naval Surface Warfare Center Crane Division) ได้ออกคำขอข้อเสนอ (RFP) สำหรับโครงการ HICAR (Hypervelocity Improved Capability Assault Rifle) เป้าหมายคือการพัฒนาหรือจัดหาชุดโครงส่วนบนของปืน (Upper Receiver Group) เพื่อมาแทนที่หรืออัปเกรดชุด URG-I ที่ใช้งานอยู่บนปืน M4A1 ในปัจจุบัน โดยต้องการให้ปืนขนาดกระสุน 5.56 มม. มีระยะยิงหวังผลเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 300 เมตร ทะยานไปถึง 600+ เมตร โดยที่ตัวปืนต้องไม่หนักหรือเทอะทะไปกว่าเดิม
ความท้าทายทางวิศวกรรม "แรงดันที่สูงลิ่ว"
ปัญหาระยะยิงในปัจจุบันเกิดจากกระสุน 5.56 NATO มาตรฐานที่ยิงจากชุด URG-I จะเริ่มหมดแรงและสูญเสียอำนาจทำลายล้างเมื่อพ้นระยะ 300 เมตรไปแล้ว โครงการ HICAR จึงเลือกที่จะใช้กระสุนความเร็วสูงพิเศษเจเนอเรชันใหม่ โดยเฉพาะกระสุน M855A1+ ที่อัดดินขับจนมีแรงดันในรังเพลิงสูงถึง 82,000 PSI (ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานกระสุน 5.56 ทั่วไปที่อยู่ราวๆ 61,000 PSI อย่างมาก)
โจทย์ยากของผู้ผลิตปืน
ตัวปืน (โดยเฉพาะโครงลูกเลื่อน Bolt Carrier Group และส่วนต่อขยายลำกล้อง Barrel Extension) ต้องทนทานต่อแรงดันมหาศาลนี้ได้โดยไม่พังทลายในขณะเดียวกันปืนจะต้องยังสามารถยิงและทำงานได้อย่างราบรื่นกับกระสุนมาตรฐานเดิมที่มีอยู่ในคลัง เช่น M855A1 ทั่วไป และ Mk262
เงื่อนไขเพิ่มเติม
ต้องประกอบเข้ากับโครงปืนส่วนล่าง (Lower Receiver) ของ M4A1 เดิมได้ทันที โดยไม่มีการดัดแปลงโครงปืนอย่างถาวร
ต้องรองรับอุปกรณ์เสริมในชุด VASWA ของ SOCOM และติดตั้งท่อลดเสียง HUXWRX Flow 556k ได้
มีระบบควบคุมปืนแบบใช้งานได้ทั้งสองมือ (Ambidextrous), ชุดกระโจมมือระบบ M-LOK, ทนทานต่อการแช่น้ำลึก 3 ฟุต นาน 2 ชั่วโมง และทำงานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 165 องศาฟาเรนไฮต์
มุมมองและข้อสังเกตจากบทความ
ปฏิวัติเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์: การทำให้ลำกล้องสั้นขนาด 11-12 นิ้ว ทนแรงดันระดับ 82,000 PSI และใช้งานได้ยาวนานถึง 8,000-20,000 นัด ถือเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาวิทยาการโลหะขั้นสูงมาก
จะมาแทนที่โครงการ 6.8 มม. หรือไม่ ?
บทความตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการ HICAR นี้ทำสำเร็จและเข้าสู่สายการผลิตจริง มันอาจจะทำให้โครงการปืนและกระสุนขนาด 6.8 มม. (NGSW) ของกองทัพบกกลายเป็นสิ่งซ้ำซ้อนสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOF) ทันที เพราะหน่วย SOF มักจะชอบปืนที่มีน้ำหนักเบาและบรรจุกระสุนได้มากกว่า (รวมถึงประหยัดงบประมาณกว่าด้วย)
กำหนดการ
ผู้ผลิตที่สนใจต้องยื่นเอกสารแนวคิด (White papers) ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2026 และจะมีวันนำเสนอผลงาน (Pitch Day) ที่สนามยิงปืน Parks Range ในค่าย Fort Moore ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2026 นี้
https://www.thefirearmblog.com/blog/ussocom-s-hicar-program-wants-to-double-the-m4-s-effective-range-44828497
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2387 USSOCOM's HICAR Program โครงการเพิ่มระยะยิงหวังผลของ M4A1
ความท้าทายทางวิศวกรรม "แรงดันที่สูงลิ่ว"
ปัญหาระยะยิงในปัจจุบันเกิดจากกระสุน 5.56 NATO มาตรฐานที่ยิงจากชุด URG-I จะเริ่มหมดแรงและสูญเสียอำนาจทำลายล้างเมื่อพ้นระยะ 300 เมตรไปแล้ว โครงการ HICAR จึงเลือกที่จะใช้กระสุนความเร็วสูงพิเศษเจเนอเรชันใหม่ โดยเฉพาะกระสุน M855A1+ ที่อัดดินขับจนมีแรงดันในรังเพลิงสูงถึง 82,000 PSI (ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานกระสุน 5.56 ทั่วไปที่อยู่ราวๆ 61,000 PSI อย่างมาก)
โจทย์ยากของผู้ผลิตปืน
ตัวปืน (โดยเฉพาะโครงลูกเลื่อน Bolt Carrier Group และส่วนต่อขยายลำกล้อง Barrel Extension) ต้องทนทานต่อแรงดันมหาศาลนี้ได้โดยไม่พังทลายในขณะเดียวกันปืนจะต้องยังสามารถยิงและทำงานได้อย่างราบรื่นกับกระสุนมาตรฐานเดิมที่มีอยู่ในคลัง เช่น M855A1 ทั่วไป และ Mk262
เงื่อนไขเพิ่มเติม
ต้องประกอบเข้ากับโครงปืนส่วนล่าง (Lower Receiver) ของ M4A1 เดิมได้ทันที โดยไม่มีการดัดแปลงโครงปืนอย่างถาวร
ต้องรองรับอุปกรณ์เสริมในชุด VASWA ของ SOCOM และติดตั้งท่อลดเสียง HUXWRX Flow 556k ได้
มีระบบควบคุมปืนแบบใช้งานได้ทั้งสองมือ (Ambidextrous), ชุดกระโจมมือระบบ M-LOK, ทนทานต่อการแช่น้ำลึก 3 ฟุต นาน 2 ชั่วโมง และทำงานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 165 องศาฟาเรนไฮต์
มุมมองและข้อสังเกตจากบทความ
ปฏิวัติเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์: การทำให้ลำกล้องสั้นขนาด 11-12 นิ้ว ทนแรงดันระดับ 82,000 PSI และใช้งานได้ยาวนานถึง 8,000-20,000 นัด ถือเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาวิทยาการโลหะขั้นสูงมาก
จะมาแทนที่โครงการ 6.8 มม. หรือไม่ ?
บทความตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการ HICAR นี้ทำสำเร็จและเข้าสู่สายการผลิตจริง มันอาจจะทำให้โครงการปืนและกระสุนขนาด 6.8 มม. (NGSW) ของกองทัพบกกลายเป็นสิ่งซ้ำซ้อนสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SOF) ทันที เพราะหน่วย SOF มักจะชอบปืนที่มีน้ำหนักเบาและบรรจุกระสุนได้มากกว่า (รวมถึงประหยัดงบประมาณกว่าด้วย)
กำหนดการ
ผู้ผลิตที่สนใจต้องยื่นเอกสารแนวคิด (White papers) ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2026 และจะมีวันนำเสนอผลงาน (Pitch Day) ที่สนามยิงปืน Parks Range ในค่าย Fort Moore ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2026 นี้
https://www.thefirearmblog.com/blog/ussocom-s-hicar-program-wants-to-double-the-m4-s-effective-range-44828497