นับถอยหลังสำหรับศึก FIFA World Cup 2026 ที่กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ชาติ ได้แก่ เม็กซิโก, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
.
อีกความพิเศษของฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ คือการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลด้วยการขยายจำนวนทีมในรอบสุดท้ายเพิ่มเป็น 48 ชาติ (จากเดิม 32 ทีม) และถูกแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม (กลุ่ม A - L) กลุ่มละ 4 ทีม ซึ่งจะทำให้ชาติน้องใหม่ อาจเข้ามาเป็นม้ามืดในเวทีระดับโลกมากขึ้น รวมถึงการโคจรมาพบกันของยักษ์ชนยักษ์ที่เข้มข้นขึ้นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม
.
ตารางแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 (รอบ 48 ทีม)
กลุ่ม A: เกาหลีใต้, เม็กซิโก (เจ้าภาพ), แอฟริกาใต้, เช็กเกีย
กลุ่ม B: สวิตเซอร์แลนด์, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, กาตาร์, แคนาดา (เจ้าภาพ)
กลุ่ม C: สกอตแลนด์, เฮติ, บราซิล, โมร็อกโก
กลุ่ม D: ปารากวัย, สหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ), ตุรกี, ออสเตรเลีย
กลุ่ม E: เอกวาดอร์, เยอรมนี, ไอวอรีโคสต์, กูราเซา
กลุ่ม F: สวีเดน, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, ตูนิเซีย
กลุ่ม G: อิหร่าน, อียิปต์, นิวซีแลนด์, เบลเยียม
กลุ่ม H: ซาอุดีอาระเบีย, อุรุกวัย, สเปน, เคปเวิร์ด
กลุ่ม I: นอร์เวย์, อิรัก, เซเนกัล, ฝรั่งเศส
กลุ่ม J: จอร์แดน, ออสเตรีย, แอลจีเรีย, อาร์เจนตินา
กลุ่ม K: โคลอมเบีย, อุซเบกิสถาน, โปรตุเกส, คองโก
กลุ่ม L: อังกฤษ, โครเอเชีย, ปานามา, กานา
.
กติกาใหม่ในรอบ 48 ทีม แข่งขันอย่างไร?
1.แชมป์กลุ่ม (อันดับ 1) และ รองแชมป์กลุ่ม (อันดับ 2) ของทั้ง 12 กลุ่ม จะผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ (รวม 24 ทีม)
2.ทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด 8 กลุ่ม จากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้รับตั๋วส้มผ่านเข้ารอบต่อไป
3.นำทั้ง 32 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ มาแข่งขันกันต่อใน รอบ 32 ทีมสุดท้าย (Round of 32) แบบน็อคเอาท์ ซึ่งถือเป็นรอบที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ก่อนจะไปถึงรอบ 16 ทีม
.
ด้วยระบบนี้ ทำให้ทุกประตูได้เสีย และทุกคะแนนในรอบแบ่งกลุ่มมีความหมายจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะแม้แต่ทีมอันดับ 3 ก็ยังมีโอกาสพลิกกลับมาคว้าแชมป์โลกได้!
48 ชาติ 12 กลุ่ม "ฟุตบอลโลก 2026" มหกรรมลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์