’ผู้รับมรดก‘ มหาศาลของคนรุ่น Baby Boomers อาจไม่ใช่ลูกหลาน Gen X และ Y แต่เป็นโรงพยาบาลและสถานดูแลคนสูงวัย

กระทู้สนทนา
ในช่วงประมาณสิบปีก่อน มีการประเมินกันจริงจังว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล เมื่อคนรุ่น Baby Boomers จากไป และทิ้งมรดกเอาไว้ให้ลูกหลาน Gen X และ Y (ได้ทั้งสองรุ่น เพราะ Baby Boomers มักจะมีลูกกันเร็ว) และทำให้ 'คนรุ่นใหม่' เหล่านี้ทั่วโลก ที่รับทรัพยากรจากคนรุ่น Baby Boomers มา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงโลก โดยปรากฏการณ์นี้มีคำเรียกว่า 'การโอนถ่ายความมั่งคั่งครั้งใหญ่' (The Great Wealth Transfer)
.
สิบปีผ่านมา สิ่งที่เราพบก็คือ คนรุ่น Baby Boomers จำนวนมากยังคงมีชีวิตอยู่ อายุคนยืนยาวขึ้น และทำให้มีปัญหาการเงินสารพัดในประเทศที่ประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมความเจ็บป่วยและช่วงเวลาพักฟื้นของผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดปรากฏการณ์นี้จริงอย่างน้อยๆ ก็ในอเมริกา
.
คนจำนวนไม่น้อยเจอปัญหาสุขภาพเงินเก็บหมดเกลี้ยง หรือถ้ารอดไม่เจอปัญหาสุขภาพ ภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด ก็ทำให้เงินที่สะสมเอาไว้ถูกนำมาใช้เร็วเกินควร ทำให้ผู้สูงอายุที่เลย 'วัยทำงาน' มาแล้วต้องกลับเข้าตลาดแรงงาน มิเช่นนั้นก็คือจะใช้เงินเก็บร่อยหรอไปเรื่อยๆ และบั้นปลายก็อาจเจ็บป่วยหนัก และค่ารักษาพยาบาลช่วงปีสุดท้ายก็ทำให้ 'มรดก' ที่จะตกทอดสู่ลูกหลานหายหมดเกลี้ยง
.
นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะอย่างน้อยๆ ภาวะที่เกิดบ่อยในคนอายุมากอย่าง 'ภาวะสมองเสื่อม' นั้นต้องเสียค่าดูแลใกล้ชิดถึงเดือนละประมาณ 500,000 บาท ในสหรัฐอเมริกา และถึงเก็บเงินมาเป็นอย่างดี ไม่เกิน 2 ปีเงินก็จะหายเกลี้ยงไปกับค่ารักษาพยาบาล
.
นี่เองทำให้เราอาจต้องรื้อความคิดใหม่ว่า 'การโอนถ่ายความมั่งคั่งครั้งใหญ่' ดังที่เคยคาดกันเมื่อก่อนหน้านี้ มันอาจไม่มีวันเกิดขึ้นจริง คนทั้ง Gen X และ Gen Y ในภาพใหญ่น่าจะไม่รวยขึ้นพรวดพราดจากสินทรัพย์ที่คนรุ่น Baby Boomers หลงเหลือไว้ให้
.
แน่นอน นี่อาจฉีกภาพฝันคน Gen Y จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้วางแผนเกษียณใดๆ และรอ 'ส้มหล่น' จากมรดกของคนรุ่นพ่อแม่ แต่ในความเป็นจริง ภาวะแบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลกในระดับที่ต่างๆ กัน ในยุโรปที่สวัสดิการสังคมดี ปัญหานี้อาจมีน้อย เพราะสังคมดูแลทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตดีแบบไม่ต้องรอลุ้นจากมรดก แต่ในประเทศที่ชีวิตผู้คนขึ้นอยู่กับ 'ตลาด' อย่างสหรัฐอเมริกาและพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ปัญหาเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากขึ้นทุกวัน
.
ความน่าสนใจคือ ในโลกนี้มีธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากปรากฏการณ์นี้จริง เพราะมันไม่ใช่แค่ 'ค่ารักษาพยาบาล' และ 'ค่าดูแล' ยามเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังมีอุตสาหกรรมอีกกลุ่มอย่าง ‘อุตสาหกรรมส่งเสริมสุขภาพ’ ที่สร้างมาเพื่อคนที่ยังไม่เจ็บป่วย แต่กังวลในความเจ็บป่วยและความแก่ชรา
.
โดยการเข้าคอร์สส่งเสริมสุขภาพแบบนี้ครั้งหนึ่งก็เป็นเงินมหาศาล และนั่นก็ยังไม่นับอุตสาหกรรมเสริมความงามที่การ 'ชะลอวัย' (ภายนอก) นั้นเป็นบริการพื้นฐานไปแล้ว และที่เราเห็นคนดังในวัย 60-70 หน้าตาดูอ่อนกว่าอายุไป 20-30 ปี ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะเป็นลูกค้าที่ทำเงินให้อุตสาหกรรมเหล่านี้มหาศาล
.
ทั้งหมดมันจึงนำมาสู่ข้อสรุปว่า 'การโอนถ่ายความมั่งคั่งครั้งใหญ่' น่าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน แต่กลับกัน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจะไหลเข้าไปในอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าและบริการด้านสุขภาพออกมาขายผู้สูงอายุที่สุขภาพถดถอยลงทุกวัน แต่ยังมีเงินจำนวนมหาศาลในมือ
.
และนี่ก็คือชะตากรรมของคน Gen Y ที่นอกจากจะหวาดเสียวโดน AI แย่งงานแล้ว ก็ยังต้องหวาดเสียวว่าสินค้าและบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทุกวันอาจดูดเงินของพ่อแม่ตนจนหมดสิ้น ก่อนพวกเขาจะสิ้นลมหายใจ และไม่มีมรดกอะไรหลงเหลือมาถึงมือ


CR : BrandThink
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่