อยากมาตั้งกระทู้เก็บเรื่องที่พบเจอ ที่ไม่เคยมีใครบอกแต่ต้องมาพบ มาเจอเอง ใครมีประสบการณ์มาแชร์กัน ก็ถือว่าได้ให้คนรุ่นหลังๆที่จนอับหนทาง หรือไม่รู้ ได้รู้
ส่วนตัวเรียนในห้องเรียน on site 90% เลยแหละ รู้สึกมาตลอดว่าคนที่เรียนเอง เขาจะรอดมาได้ยังไง ขนาดที่เรามาเรียน on site ยังไม่รู้เยอะมาก เอ๋อ เลยแหละ
คำแนะนำ 1
ถ้ามีปัญหาตอนสมัครเข้า เทียบโอน หรือใดๆ อาจจะไม่ต้องเดินทางมาถึงมอให้เสียเวลา ขั้นแรกค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อน ไม่เจอก็โทรหาหน่วยงานนั้นๆในมอที่รับผิดชอบสอบถามหาข้อมูล ได้ไม่เสียเวลาเดินทาง บางทีแค่โทรสอบถามก็จบ
ว่าด้วยการเข้าห้องเรียน อ่านสอบเองไหม หรือมาเรียน onsite ดีนะ
ถ้าเนื้อหาปี 1 ปี 2 ก็เน้นทำความเข้าใจ ก็เห็นหลายคนไม่มาเรียนเหมือนกัน อ่านเอง นี้ว่าอาจาร์ยก็สอนดี เข้าใจหลายคนเลย ชอบบอกแนวข้อ เน้นอ่านตรงไหน ยกตัวอย่าง สอบถาม study case ยกเว้นวิชา PSY2009 (ทฤษฎีและการฝึกพลวัตกลุ่ม) ที่เป็นงานกลุ่ม ก็ได้คะแนนสูงเลยแหละ ถ้ใครเข้าห้องเรียนบางวิชาก็มีคะแนนเก็บ(Exam PSY2010 ภาษาอังกฤษสำหรับนักจิตวิทยา และวิชาอื่นๆบางวิชา) แถมดีไม่ดีๆได้เพื่อนพาเรียนจนจบด้วย
มาเรียนจิตวิทยารามจะมีเพื่อนไหมนะ?
ถ้าอยากมีเพื่อนแนะนำวิชาสูงๆ(ไม่ได้แนะนำให้เรียนข้ามรหัสวิชา) แบบรหัสปีสาม ส่วนตัวนี้คิดว่าเจอหน้าเดิมๆเยอะมาก โอกาสรู้จักกันทำให้มีสูง แล้วยิ่งวิชาสูงๆ คนมาเรียนในห้อง (ใช้คำว่าผู้เหลือรอดชีวิตก็ไม่เกินจริง) ก็น้อยลงเรื่อยๆ ตามรหัสวิชา แต่ช่วงหลังๆก็มีผู้เหลือรอดวิชาละประมาณ 50 คนได้ จากจำนวนผู้เข้าสมัครแต่ละเทอม 500 คน ทว่าวิชาปี 1 ปี 2 อาจาร์ยจะสรรหาวิธีให้เราได้เพื่อนและรุ่นพี่อยู่ระดับนึง ไม่ว่าจะจัดรับน้อง จัดงานกลุ่ม ทำกิจกรรมร่วมกัน รุ่นพี่ให้คำปนะนำรุ่นน้อง เจอกันในคาบก็แนะนำถามชื่อเลย คลิ๊กก็คุย ไม่คลิ๊กก็ไม่คุยต่อ จำไว้ว่า ยิ่งคอนเนคชั่นเยอะ ยิ่งมีข้อมูลมาก
ว่าด้วยวิชาการเทียบโอน
สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือวิชาเทียบโอนอยู่ที่ดุลยพินิจของอาจาร์ย ว่าวิชาไหนที่เทียบโอนได้บ้าง แม้จะมาจากมหาวิทยาลัยหรือคณะเดียวกัน เนื่องด้วยข้อจำกัดจำนวนวิชาที่เทียบโอนได้
ความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราม
ขอบอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่าห้องทะเบียนบางทีก็เชื่อได้หรือไม่ได้ บางครั้งเขาก็ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เพราะนี้เคยไปถามจากปากเขาว่าเทียบโอนได้เกียรตินิยมไหม เขาบอกทำได้ แต่พอมาเทียบโอนจริงละทำไม่ได้ ทั้งที่ไปถามถึงห้องทะเบียน อาจจะต้องหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หารายละเอียดอื่นๆมาอ่าน หรือถามเจ้าหน้าที่มากกว่า 1 คน เพราเจ้าหน้าที่ก็อาจจะผิดพลาดได้
ข้อดีของการมีไปเรียน on site
ส่วนตัวคิดว่าการที่มีเพื่อนในสาขา คือ ดีมาก มีปัญหารายวิชาอะไร ขอชีทเรียน สอบถามเวลาเรียน ส่วนไหนที่ตกหล่น ได้ถามเพื่อนในวันที่เราขาดเรียนได้
คำแนะนำ 2 [เรื่องเพื่อน]
แต่จงอย่าลืมว่ารามคำแหงเป็นตลาดวิชา ดังนั้น รามคำแหงเปิดโแกาสให้ทุกคน ร้อยพ่อพันแม่ ใช้คำนี้ไม่เกินจริง รวยมาก จนมาก อายุน้อยหรือเยอะล้วนไม่เกี่ยว กังนั้นคุณก็อาจจะเจอคนเกาะคุณเรียน โดยอ้างเหตุผลการทำงาน และไม่ช่วยงานคุณเลย แล้วใช้เหตุผลกดคุณให้คุณรู้สึกว่า คุณทำหน้าที่แค่เรียน แต่เขาต้องรับภาระหน้าที่ทั้งทำงานและเรียน
การวางแผนวิชาเรียน
ควรจะลงเรียนวิชาตามแผนที่ทางมหาวิทยาแนะนำ เพราะไม่งั้นคุณจะติดวิชา PR(วิชาที่แนะนำให้ลงก่อนจะมาเรียนวิชานั้นๆ ยิ่งวิชาสูงๆอาจาร์ยให้ส่งให้ดูเลยว่าเรียนวิชานั้นๆมาก่อนรึเปล่า) แต่ละปีที่สมัครก็จะมีวิชาที่ลงเรียนต่างกันไป (จำไม่ได้ว่าเปลี่ยนแผนการเรียนทุกกี่ปี) แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนกันมาก ทว่าบางวิชาถึงขนาดที่ว่า รหัส 6× ลงมาลงเรียนลงสอบวิชานี้ไม่ได้ แต่มานั่งเรียนได้ก็มี
การวางแผนวิชาเรียน 2 [จะนับว่าต่อจากย่อหน้าก่อนหน้าก็ได้ ดอกจันแดงๆไว้ 3 ดอกจันเลย ย่อหน้านี้
บอก ณ ตรงนี้เลยนะว่า วิชา PR เนี่ยทำให้กลายคนเลื่อนการเรียนจบมานัดต่อนัดแล้ว
วางแผนวิชาเรียน 3 และประสบการณ์การข้ามรหัสเรียน
ประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ข้ามรหัสวิชาแล้วเรียนยากมาก ปวดหัว เรียนแล้วร้องไห้เลยก็มี เพราะไม่เข้าใจสุด แบบอาจาร์ยให้ลองทำงานส่งก็ทำไม่ได้ พอเรียนตามแผนแล้วลงกลับมาเรียนใหม่ก็รู้สึกว่าเรียนง่ายขึ้น แต่ใดๆแล้วพอลองคถยกับเพื่อนดู เพื่อนก็บอกว่าแค่อ่านหนังสือไปสอบก็ได้เหมือนกัน(เกรดไม่ค่อยสวย) ก็อาจจะอยู่แต่ละคนแล้ว
ข้อแนะนำเรื่องเพื่อน [อีกแล้ว]
ระหว่างที่เรียนเพื่อนของคุณอาจจะซิ่ว ลาออก หรือย้ายไปเรียนคณะอื่น ส่วนนี้อาจจะเผื่อใจไว้บ้าง เคยเจอคนมาเล่าในคลาสว่าเพื่อนนัดติวทำโจทย์คณิตคิดเอง ว้าวมาก เพื่อนกันเรียนของจริง พากันจนถึงรหัสสาม ปีสูงๆได้หลายตนเลย
แอบกระซิบ วิธีสนิทกันของเด็กจิตปรึก
บางวิชาคนเรียนไม่ค่อยเยอะ อาจาร์ยจะรู้จักทุกคนเลย กิจกรรมในคลาสบ่อยมาก เรียกว่าแทบทุกคลาส อยากกระซิบบอกว่าอาจาร์ยมองพวกคุณไว้แล้ว และจำชื่อได้ทุกคนด้วย แต่ในส่วนนี้อาจจะต้องเป็นรหัสวิชา PSY3××× รหัสวิชาสูงๆแบบใกล้จะฝึกงานแล้ว แต่บางคนโดดเด่นก็จะจำได้ไว ช่วยเหลืออาจาร์ย มีส่วนร่วมในการเรียน อาจาร์ยก็จะจำได้ รหัสวิชาเลือกคนลงเรียนในห้องจะน้อยมากๆ บางวิชาไม่ถึง 10 ยังมี ทำให้เรามีโอกาสถามชื่อและสนิทกันได้มากขึ้น
ในส่วนของช่วงท้ายๆใกล้ๆฝึกงาน
ถ้าหน่วยกิตเหลือ 30 หน่วยกิต(ประมาณ 10 วิชา) ไม่นับตัววิชาติด D/D+ ขอรีเกรด เราสามารถขอกาจบได้ เทอมปกติลงเรียนมากกว่า 7 ตัวได้ สูงสุด 10 แต่ถ้าซัมเมอร์เดิมจะอยู่ที่ 3 ตัวก็จะสูงสุดที่ 5 ตัว หลังจากกดขอกาจบแล้ว เทอมต่อไปเราเก็บไม่ครบ หรืออยากยื้อเรียนต่อก็ทำได้ กดหรือไม่กดขอกาจบก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้ จขกท ไม่รู้เลยเสียเวลาเรียนไปเพิ่ม 1 เทอมเต็มๆ เข้าใจว่ากดขอกาจบ = เทอมนั้นต้องเรียนเทอมสุดท้ายเท่านั้น
แต่ถ้าเทอมฝึกงานแนะนำไม่ไปเรียน on site นะ แบบอ่านสอบเอา จริงๆแนะนำว่าตัววิชาฝึกงานเป็น 1 เทอมเดี่ยวๆเลยด้วยซ้ำ เพราะอาจจะต้องฝึกงาน เสมือนทำงานจริงๆเลย
ใครจะฝึกงานเทอม 1 อาจาร์ยไม่รอเกรดเทอมซัมเมอร์ ถ้าใครคาดหวังว่าเหลือไม่กี่ตัวเกรดซัมเมอร์แล้วไปฝึกงานเทอม 1 คุณจะได้สิทธิ์เลื่อนฝึกงานไปอีกเทอม ดังนั้นการวางแผนการลงวิชาเรียนจึงสำคัญมากๆๆๆๆ ก่อนฝึกงานจะมีใบสำหรับเขียนเกรด เขียนว่าวิชาไหนเราลงเรียนไปแล้ว เพื่อรีเชคอีกทีว่าเราลงเงื่อนไขครบฝึกงานได้
การวางแผนการเรียน n
ปัญหาที่มีเยอะมากๆ คือ มีแทบทุกเทอมที่เห็น (จากคนที่ไปเรียนที่มอ และเพื่อนก็วงแคบสุดๆ ทำให้สังคมเข้าถึงกันได้)เก็บวิชาหน่วยกิตขั้นต่ำไม่ครบฝึกงาน [หรือใครมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เลื่อนฝึกงานแชร์กันได้นะ] หลายคนเสียน้ำตากันกับเรื่องนี้เลย
ข้อแนะนำสุดท้าย
ใดๆถ้าติดปัญหาเกรดไม่ออก กลัวเรื่องการฝึกงาน ฝึกงานได้ไม่ได้ เบื้องต้นแนะนำลองปนึกษาอาจาร์ยสาขาวิชาก่อน
สุดท้ายขออวยยศอาจาร์ย
อาจาร์ยจิตวิทยาน่ารัก สวย หล่อกันทั้งนั้น สอนดี เคสเยอะ ให้คำแนะนำ เข้าถึงได้ พูดคุยได้ นับถืออาจาร์ยนะ อาจาร์ยต้องเจอนักศึกษาหลากหลายความคิด จะพูดอะไรแต่ละที ไปกระทบจิตใจนักศึกษาได้ตลอด
สิ่งที่อยากบอกจากนักศึกษาที่เรียนอยู่คือ ถ้ามาเรียนคืออยากเรียนเพราะอยากรู้ แต่ไม่มาเรียนเพราะอยากหายจากอะไร ถ้ารู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ควรจะลองคุยกับนักจิตวิทยาการปรึกษา นักจิตวิทยาคลินิก จิตแพทย์ดูก่อน เพราะเรารักษาตัวเองไม่ได้ รักษาครอบครัวไม่ได้ แต่เข้าใจมากขึ้น และปรับใช้กับตัวเองได้ แต่ก็รักษาไม่ใช่ ถ้าไม่อย่างงั้นก็อาจจะเสียเวลาของคุณเอง แต่ถ้าพบเจอตัวเองแล้วชอบ ลุยโลด แล้วจะไม่เสียใจที่เจอคนแบบคุณอีกมากมาย แบบตัว จขกท เองที่ดีใจที่เลือกมาเรียน จิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เรื่องที่นักศึกษาเรียนจิตวิทยา ปริญญาตรี มหาวิทยารามคำแหง แล้วอยากบอก (สำหรับคนลงทะเบียนแล้ว และจากประสบการณ์ส่วนตัว)
ส่วนตัวเรียนในห้องเรียน on site 90% เลยแหละ รู้สึกมาตลอดว่าคนที่เรียนเอง เขาจะรอดมาได้ยังไง ขนาดที่เรามาเรียน on site ยังไม่รู้เยอะมาก เอ๋อ เลยแหละ
คำแนะนำ 1
ถ้ามีปัญหาตอนสมัครเข้า เทียบโอน หรือใดๆ อาจจะไม่ต้องเดินทางมาถึงมอให้เสียเวลา ขั้นแรกค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อน ไม่เจอก็โทรหาหน่วยงานนั้นๆในมอที่รับผิดชอบสอบถามหาข้อมูล ได้ไม่เสียเวลาเดินทาง บางทีแค่โทรสอบถามก็จบ
ว่าด้วยการเข้าห้องเรียน อ่านสอบเองไหม หรือมาเรียน onsite ดีนะ
ถ้าเนื้อหาปี 1 ปี 2 ก็เน้นทำความเข้าใจ ก็เห็นหลายคนไม่มาเรียนเหมือนกัน อ่านเอง นี้ว่าอาจาร์ยก็สอนดี เข้าใจหลายคนเลย ชอบบอกแนวข้อ เน้นอ่านตรงไหน ยกตัวอย่าง สอบถาม study case ยกเว้นวิชา PSY2009 (ทฤษฎีและการฝึกพลวัตกลุ่ม) ที่เป็นงานกลุ่ม ก็ได้คะแนนสูงเลยแหละ ถ้ใครเข้าห้องเรียนบางวิชาก็มีคะแนนเก็บ(Exam PSY2010 ภาษาอังกฤษสำหรับนักจิตวิทยา และวิชาอื่นๆบางวิชา) แถมดีไม่ดีๆได้เพื่อนพาเรียนจนจบด้วย
มาเรียนจิตวิทยารามจะมีเพื่อนไหมนะ?
ถ้าอยากมีเพื่อนแนะนำวิชาสูงๆ(ไม่ได้แนะนำให้เรียนข้ามรหัสวิชา) แบบรหัสปีสาม ส่วนตัวนี้คิดว่าเจอหน้าเดิมๆเยอะมาก โอกาสรู้จักกันทำให้มีสูง แล้วยิ่งวิชาสูงๆ คนมาเรียนในห้อง (ใช้คำว่าผู้เหลือรอดชีวิตก็ไม่เกินจริง) ก็น้อยลงเรื่อยๆ ตามรหัสวิชา แต่ช่วงหลังๆก็มีผู้เหลือรอดวิชาละประมาณ 50 คนได้ จากจำนวนผู้เข้าสมัครแต่ละเทอม 500 คน ทว่าวิชาปี 1 ปี 2 อาจาร์ยจะสรรหาวิธีให้เราได้เพื่อนและรุ่นพี่อยู่ระดับนึง ไม่ว่าจะจัดรับน้อง จัดงานกลุ่ม ทำกิจกรรมร่วมกัน รุ่นพี่ให้คำปนะนำรุ่นน้อง เจอกันในคาบก็แนะนำถามชื่อเลย คลิ๊กก็คุย ไม่คลิ๊กก็ไม่คุยต่อ จำไว้ว่า ยิ่งคอนเนคชั่นเยอะ ยิ่งมีข้อมูลมาก
ว่าด้วยวิชาการเทียบโอน
สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือวิชาเทียบโอนอยู่ที่ดุลยพินิจของอาจาร์ย ว่าวิชาไหนที่เทียบโอนได้บ้าง แม้จะมาจากมหาวิทยาลัยหรือคณะเดียวกัน เนื่องด้วยข้อจำกัดจำนวนวิชาที่เทียบโอนได้
ความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราม
ขอบอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่าห้องทะเบียนบางทีก็เชื่อได้หรือไม่ได้ บางครั้งเขาก็ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เพราะนี้เคยไปถามจากปากเขาว่าเทียบโอนได้เกียรตินิยมไหม เขาบอกทำได้ แต่พอมาเทียบโอนจริงละทำไม่ได้ ทั้งที่ไปถามถึงห้องทะเบียน อาจจะต้องหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หารายละเอียดอื่นๆมาอ่าน หรือถามเจ้าหน้าที่มากกว่า 1 คน เพราเจ้าหน้าที่ก็อาจจะผิดพลาดได้
ข้อดีของการมีไปเรียน on site
ส่วนตัวคิดว่าการที่มีเพื่อนในสาขา คือ ดีมาก มีปัญหารายวิชาอะไร ขอชีทเรียน สอบถามเวลาเรียน ส่วนไหนที่ตกหล่น ได้ถามเพื่อนในวันที่เราขาดเรียนได้
คำแนะนำ 2 [เรื่องเพื่อน]
แต่จงอย่าลืมว่ารามคำแหงเป็นตลาดวิชา ดังนั้น รามคำแหงเปิดโแกาสให้ทุกคน ร้อยพ่อพันแม่ ใช้คำนี้ไม่เกินจริง รวยมาก จนมาก อายุน้อยหรือเยอะล้วนไม่เกี่ยว กังนั้นคุณก็อาจจะเจอคนเกาะคุณเรียน โดยอ้างเหตุผลการทำงาน และไม่ช่วยงานคุณเลย แล้วใช้เหตุผลกดคุณให้คุณรู้สึกว่า คุณทำหน้าที่แค่เรียน แต่เขาต้องรับภาระหน้าที่ทั้งทำงานและเรียน
การวางแผนวิชาเรียน
ควรจะลงเรียนวิชาตามแผนที่ทางมหาวิทยาแนะนำ เพราะไม่งั้นคุณจะติดวิชา PR(วิชาที่แนะนำให้ลงก่อนจะมาเรียนวิชานั้นๆ ยิ่งวิชาสูงๆอาจาร์ยให้ส่งให้ดูเลยว่าเรียนวิชานั้นๆมาก่อนรึเปล่า) แต่ละปีที่สมัครก็จะมีวิชาที่ลงเรียนต่างกันไป (จำไม่ได้ว่าเปลี่ยนแผนการเรียนทุกกี่ปี) แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนกันมาก ทว่าบางวิชาถึงขนาดที่ว่า รหัส 6× ลงมาลงเรียนลงสอบวิชานี้ไม่ได้ แต่มานั่งเรียนได้ก็มี
การวางแผนวิชาเรียน 2 [จะนับว่าต่อจากย่อหน้าก่อนหน้าก็ได้ ดอกจันแดงๆไว้ 3 ดอกจันเลย ย่อหน้านี้
บอก ณ ตรงนี้เลยนะว่า วิชา PR เนี่ยทำให้กลายคนเลื่อนการเรียนจบมานัดต่อนัดแล้ว
วางแผนวิชาเรียน 3 และประสบการณ์การข้ามรหัสเรียน
ประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ข้ามรหัสวิชาแล้วเรียนยากมาก ปวดหัว เรียนแล้วร้องไห้เลยก็มี เพราะไม่เข้าใจสุด แบบอาจาร์ยให้ลองทำงานส่งก็ทำไม่ได้ พอเรียนตามแผนแล้วลงกลับมาเรียนใหม่ก็รู้สึกว่าเรียนง่ายขึ้น แต่ใดๆแล้วพอลองคถยกับเพื่อนดู เพื่อนก็บอกว่าแค่อ่านหนังสือไปสอบก็ได้เหมือนกัน(เกรดไม่ค่อยสวย) ก็อาจจะอยู่แต่ละคนแล้ว
ข้อแนะนำเรื่องเพื่อน [อีกแล้ว]
ระหว่างที่เรียนเพื่อนของคุณอาจจะซิ่ว ลาออก หรือย้ายไปเรียนคณะอื่น ส่วนนี้อาจจะเผื่อใจไว้บ้าง เคยเจอคนมาเล่าในคลาสว่าเพื่อนนัดติวทำโจทย์คณิตคิดเอง ว้าวมาก เพื่อนกันเรียนของจริง พากันจนถึงรหัสสาม ปีสูงๆได้หลายตนเลย
แอบกระซิบ วิธีสนิทกันของเด็กจิตปรึก
บางวิชาคนเรียนไม่ค่อยเยอะ อาจาร์ยจะรู้จักทุกคนเลย กิจกรรมในคลาสบ่อยมาก เรียกว่าแทบทุกคลาส อยากกระซิบบอกว่าอาจาร์ยมองพวกคุณไว้แล้ว และจำชื่อได้ทุกคนด้วย แต่ในส่วนนี้อาจจะต้องเป็นรหัสวิชา PSY3××× รหัสวิชาสูงๆแบบใกล้จะฝึกงานแล้ว แต่บางคนโดดเด่นก็จะจำได้ไว ช่วยเหลืออาจาร์ย มีส่วนร่วมในการเรียน อาจาร์ยก็จะจำได้ รหัสวิชาเลือกคนลงเรียนในห้องจะน้อยมากๆ บางวิชาไม่ถึง 10 ยังมี ทำให้เรามีโอกาสถามชื่อและสนิทกันได้มากขึ้น
ในส่วนของช่วงท้ายๆใกล้ๆฝึกงาน
ถ้าหน่วยกิตเหลือ 30 หน่วยกิต(ประมาณ 10 วิชา) ไม่นับตัววิชาติด D/D+ ขอรีเกรด เราสามารถขอกาจบได้ เทอมปกติลงเรียนมากกว่า 7 ตัวได้ สูงสุด 10 แต่ถ้าซัมเมอร์เดิมจะอยู่ที่ 3 ตัวก็จะสูงสุดที่ 5 ตัว หลังจากกดขอกาจบแล้ว เทอมต่อไปเราเก็บไม่ครบ หรืออยากยื้อเรียนต่อก็ทำได้ กดหรือไม่กดขอกาจบก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้ จขกท ไม่รู้เลยเสียเวลาเรียนไปเพิ่ม 1 เทอมเต็มๆ เข้าใจว่ากดขอกาจบ = เทอมนั้นต้องเรียนเทอมสุดท้ายเท่านั้น
แต่ถ้าเทอมฝึกงานแนะนำไม่ไปเรียน on site นะ แบบอ่านสอบเอา จริงๆแนะนำว่าตัววิชาฝึกงานเป็น 1 เทอมเดี่ยวๆเลยด้วยซ้ำ เพราะอาจจะต้องฝึกงาน เสมือนทำงานจริงๆเลย
ใครจะฝึกงานเทอม 1 อาจาร์ยไม่รอเกรดเทอมซัมเมอร์ ถ้าใครคาดหวังว่าเหลือไม่กี่ตัวเกรดซัมเมอร์แล้วไปฝึกงานเทอม 1 คุณจะได้สิทธิ์เลื่อนฝึกงานไปอีกเทอม ดังนั้นการวางแผนการลงวิชาเรียนจึงสำคัญมากๆๆๆๆ ก่อนฝึกงานจะมีใบสำหรับเขียนเกรด เขียนว่าวิชาไหนเราลงเรียนไปแล้ว เพื่อรีเชคอีกทีว่าเราลงเงื่อนไขครบฝึกงานได้
การวางแผนการเรียน n
ปัญหาที่มีเยอะมากๆ คือ มีแทบทุกเทอมที่เห็น (จากคนที่ไปเรียนที่มอ และเพื่อนก็วงแคบสุดๆ ทำให้สังคมเข้าถึงกันได้)เก็บวิชาหน่วยกิตขั้นต่ำไม่ครบฝึกงาน [หรือใครมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เลื่อนฝึกงานแชร์กันได้นะ] หลายคนเสียน้ำตากันกับเรื่องนี้เลย
ข้อแนะนำสุดท้าย
ใดๆถ้าติดปัญหาเกรดไม่ออก กลัวเรื่องการฝึกงาน ฝึกงานได้ไม่ได้ เบื้องต้นแนะนำลองปนึกษาอาจาร์ยสาขาวิชาก่อน
สุดท้ายขออวยยศอาจาร์ย
อาจาร์ยจิตวิทยาน่ารัก สวย หล่อกันทั้งนั้น สอนดี เคสเยอะ ให้คำแนะนำ เข้าถึงได้ พูดคุยได้ นับถืออาจาร์ยนะ อาจาร์ยต้องเจอนักศึกษาหลากหลายความคิด จะพูดอะไรแต่ละที ไปกระทบจิตใจนักศึกษาได้ตลอด
สิ่งที่อยากบอกจากนักศึกษาที่เรียนอยู่คือ ถ้ามาเรียนคืออยากเรียนเพราะอยากรู้ แต่ไม่มาเรียนเพราะอยากหายจากอะไร ถ้ารู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ควรจะลองคุยกับนักจิตวิทยาการปรึกษา นักจิตวิทยาคลินิก จิตแพทย์ดูก่อน เพราะเรารักษาตัวเองไม่ได้ รักษาครอบครัวไม่ได้ แต่เข้าใจมากขึ้น และปรับใช้กับตัวเองได้ แต่ก็รักษาไม่ใช่ ถ้าไม่อย่างงั้นก็อาจจะเสียเวลาของคุณเอง แต่ถ้าพบเจอตัวเองแล้วชอบ ลุยโลด แล้วจะไม่เสียใจที่เจอคนแบบคุณอีกมากมาย แบบตัว จขกท เองที่ดีใจที่เลือกมาเรียน จิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง