JJNY : 5in1 คาดศก.โต 1.7%│‘ศิริกัญญา-พริษฐ์’อัด‘โสภณ’│วันชัย ตัน รำลึก 12 ปี│ส.ก.ปชน.ขอถอนตัว│“อีโบลา” คร่าชีวิตแตะ 177

กระทู้ข่าว
SCB EIC คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 1.7% ชี้กู้เงิน 4 แสนล้านดันจีดีพีโตเพิ่ม 0.6%
https://www.matichon.co.th/economy/news_5729028
.

.
SCB EIC คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 1.7% ชี้กู้เงิน 4 แสนล้านดันจีดีพีโตเพิ่ม 0.6% – เตือนพิษจากสงครามตะวันออกกลาง
ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 69 ขึ้นเป็น 1.7%
.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังคงกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนมากขึ้น
.
SCB EIC เปิดเผยว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน เม.ย. เร่งขึ้นแตะ 2.9% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังราคาน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มตามกลไกตลาด และเริ่มเห็นการส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าอาหารสำเร็จรูป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตพุ่งสูงถึง 9.1% สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เองเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังราคาสินค้าจะทยอยเกิดขึ้นมากขึ้นในระยะข้างหน้า แม้จะยังถูกจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ซึ่งกดดันความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs
.
ขณะเดียวกัน พลวัตทางธุรกิจเริ่มอ่อนแรงลง โดยจำนวนธุรกิจเปิดใหม่ลดลง ขณะที่ธุรกิจปิดกิจการเพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปี ความเชื่อมั่นทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มี.ค. ด้านภาคท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 7% ในเดือน เม.ย. และลดลงอีก 3% ในช่วง 17 วันแรกของเดือน พ.ค. ส่วนภาคส่งออก แม้เดือน มี.ค. จะขยายตัวสูงถึง 18.7% แต่ยังพึ่งพาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางหดตัวแรงถึง 57.1% ด้านการนำเข้าเร่งตัวถึง 35.7% ส่งผลให้ดุลการค้าไตรมาสแรกกลับมาขาดดุล
.
• คาดกู้เงิน 4 แสนล้านพยุงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.6%
.
SCB EIC ระบุว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจครั้งนี้มีปัจจัยหลักจาก 4 ด้าน ได้แก่ 1. พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจปีนี้ได้ราว 0.6 เปอร์เซ็นต์ (สมมติฐานว่าเม็ดเงิน 274,000 ล้านบาทจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้ แบ่งเป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการไทยช่วยไทย พลัส วงเงิน 198,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพระยะสั้นตั้งแต่เดือน มิถุนายน และแผนงานเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดราว 76,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายสู่เศรษฐกิจได้ในไตรมาสที่ 3-4) 2. การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มดีขึ้นตามโมเมนตัมในไตรมาสแรก รวมถึงมูลค่าการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะธุรกิจด้าน AI และ Data Center 3. มูลค่านำเข้าที่เพิ่มขึ้นมากจากผลของราคานำเข้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบโลก และ 4. การปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ลงเหลือ 31.7 ล้านคน จากเดิม 33.2 ล้านคน ตามจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง ตั๋วโดยสารที่แพงขึ้น รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
.
ทั้งนี้ SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.7% ถือว่าชะลอลงอย่างมากจากปี 2568 ที่ขยายตัว 2.4% และปี 2567 ที่ 2.9% สะท้อนทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย และแรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเกินกรอบเป้าหมาย มาอยู่ที่ 3.6% จากปีก่อนที่ติดลบ 0.1% สะท้อนแรงกดดันจากสงครามที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
.
• กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ตลอดทั้งปี
.
SCB EIC มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงเกินกรอบตลอดช่วงที่เหลือของปี ขณะที่บทบาทนโยบายการคลังที่ทยอยออกมาลดผลกระทบจากสงครามจะช่วยประคองอุปสงค์ในประเทศได้ในระดับหนึ่ง จึงลดความจำเป็นที่ กนง. จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่นโยบายการเงินมี Policy space จำกัด ทั้งนี้คาดว่า มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและมาตรการช่วยการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการรับมือผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
.
• มองเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากแรงกดดันสงคราม
.
นอกจากนี้ SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกที่ 2.5% ในปี 2569 โดยในไตรมาส 1 เศรษฐกิจหลักส่วนใหญ่ขยายตัวดีจากกระแสการลงทุน AI ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบเต็มที่ มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจโลกจะชะลอลงจากความยืดเยื้อของสงคราม ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน กดดันภาคการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค
.
โดย SCB EIC มองว่า เศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังขยายตัวได้ดีจากแรงหนุนการลงทุน AI และเสถียรภาพตลาดแรงงานที่ปรับดีขึ้น เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการผลิตและส่งออกสินค้า โดยเฉพาะความต้องการสินค้าเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกที่เร่งขึ้น เช่น แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์
.
• ธนาคารกลางรอความชัดเจนอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมไม่ได้
.
ทั้งนี้ ธนาคารกลางหลักจะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม และอาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้ในปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5-3.75% ตลอดทั้งปี (เดิมคาดปรับลด 1 ครั้ง) จากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและแนวโน้มตลาดแรงงานที่ปรับดีขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งสู่ 2.25% (เดิมคาดคงดอกเบี้ย) เพื่อยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ แต่ ECB จะไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้มาก เนื่องจากเศรษฐกิจยังเปราะบาง ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งสู่ 1.0% ในปีนี้ (เดิมคาดปรับขึ้น 2 ครั้ง) โดยให้ความสำคัญกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลงมากขึ้นจากผลกระทบสงคราม ในภาพรวมภาวะการเงินโลกจะตึงตัวขึ้น ความยืดเยื้อของสงครามจะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับสูงขึ้นอย่างมีนัย
.
การปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สะท้อนบทบาทสำคัญของนโยบายการคลังในการประคองเศรษฐกิจ มากกว่าการฟื้นตัวจากแรงส่งเชิงโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะสงคราม ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี
.

.
‘ศิริกัญญา-พริษฐ์’ อัด ‘โสภณ’ ควรวางตัวเป็นกลาง หยุดป้องรัฐบาลปมกู้เงิน 4 แสนล้าน
https://www.dailynews.co.th/news/5884144/
.
‘ศิริกัญญา-พริษฐ์’ อัด 'โสภณ' ควรวางตัวเป็นกลาง หยุดป้องรัฐบาลปมกู้เงิน 4 แสนล้าน ถามทำไมจะไม่ด่วน โอด แค่ไม่ได้ตั้งกมธ.วิสามัญก็เหนื่อยแล้ว จะปิดปากฝ่ายค้านไปถึงไหน แขวะที่แลนด์บริดจ์ยังให้เป็นญัตติด่วนได้
.
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ติดตามการใช้เงินกู้  พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชน ( ปชน.) เสนอตั้ง กมธ.ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น
.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า
.
ประธานสภาฯ โปรดวางตัวเป็นกลาง หยุดช่วยรัฐบาลหนีการตรวจสอบจากสภา แล้วฟังตน รัฐบาลอนุมัติเงินกู้ไปแล้ว 170,000 ล้าน กำลังจะเริ่มกู้และเงินจะถึงมือประชาชนใน 8 วันคือ วันที่ 1 มิ.ย. นี้ โดยยังไม่ได้มีการซักถามจากสภา และรัฐบาลยังไม่ได้อธิบายกับสังคมมากพอว่ากู้ไปแล้วแจกไปแล้ว จะช่วยประชาชนได้แค่ไหน ตั้งเป้าหมายอย่างไร 4 เดือนเงินเยียวยาหมดแล้วจะทำไงต่อแถมยังลักไก่เอาเงินกู้ไปโปะกองทุนบัตรสวัสดิการที่ต้องแจกเงินตามสิทธิ์ปกติ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ฉีกทุกกฎ แหกทุกข้อจำกัด
.
แล้วจะไม่ใช่ญัตติด่วนได้อย่างไร จะให้สภาเข้ามาตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตอนไหน เพราะเมื่อไม่เป็นญัตติด่วน ต้องไปต่อคิวญัตติปกติซึ่งมีเป็นสิบญัตติ แล้วประธานสภายังอ้างอีกว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน ในเมื่อรัฐบาลเริ่มกู้แล้วโดยไม่ได้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แล้วสภาจะรอทำไมก่อนไหนจะต้องสู้กับรัฐบาลที่ไม่ยอมตั้งกมธ.วิสามัญก็เหนื่อยมากพอแล้ว ยังมาโดนบล็อกว่าไม่รีบด่วนจากประธานสภาอีก จะปิดปากฝ่ายค้าน ช่วยรัฐบาลหนีการตรวจสอบกันไปถึงไหน” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ
.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
.
จับตาดูวันนี้ ประธานสภาจะช่วยรัฐบาลหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยสภา ต่อกรณี พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท หรือไม่ โดยวันนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าประธานสภา จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง หรือจะมีส่วนในการช่วยรัฐบาลหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยสภา ต่อกรณี พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท (ซึ่ง ครม. ได้มีมติให้เดินหน้าใช้แล้วเงินแล้ว)
.
พรรค ปชน. และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ได้ยื่น ญัตติด่วน เพื่อเสนอให้สภามีการตั้ง กมธ. วิสามัญ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่สภาดำเนินการมาโดยตลอดสำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ ในอดีต และเป็นการดำเนินการที่ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อยื่นไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการที่ประธานสภาจะต้องวินิจฉัยว่าญัตติดังกล่าว เป็นญัตติด่วนหรือไม่
.
หากวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วน ก็จะบรรจุเข้ามาเป็นลำดับแรก และสภาจะได้พิจารณาญัตติในการตั้ง กมธ. พ.ร.ก. เงินกู้ สัปดาห์หน้า แต่หากวินิจฉัยว่าไม่เป็นญัตติด่วน ญัตติดังกล่าว ก็จะถูกบรรจุไปเข้าคิวตามปกติ ต่อท้ายอีกหลายสิบญัตติ และทำให้การเลื่อนขึ้นมาพิจารณาภายในสมัยประชุมนี้ เป็นไปไม่ได้ หากไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจาก สส. รัฐบาล
.
ในวันนี้ เราจะได้เห็นวาระการประชุมสภาสัปดาห์หน้า ซึ่งจะบ่งบอกว่าตกลงแล้วประธานสภา จะวินิจฉัย ให้ญัตติตั้ง กมธ. พ.ร.ก. เงินกู้ เป็นญัตติด่วนหรือไม่ สำหรับตนแล้ว หากประธานสภาไม่วินิจฉัยให้ญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วน เราคงจำเป็นต้องถามอย่างจริงจัง ว่าประธานสภาใช้หลักเกณฑ์อะไรในการวินิจฉัย
.
“เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางประธานสภายังวินิจฉัยให้ญัตติ เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นญัตติด่วน เห็นด้วยที่ประธานสภาวินิจฉัยให้ญัตติ เรื่องแลนด์บริดจ์เป็นญัตติด่วน แต่ผมเห็นว่าหากประธานสภายังวินิจฉัยให้เรื่องการตั้ง กมธ. แลนด์บริดจ์เป็นเรื่องด่วนได้ (แม้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการศึกษา ที่เหลือเวลาอีกเกือบ 3 เดือนเต็ม) ประธานสภาก็ไม่ควรจะมีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่วินิจฉัยให้เรื่องการตั้ง กมธ. พ.ร.ก. เงินกู้ (ซึ่ง ครม. มีมติให้เดินหน้าใช้เงินแล้ว) เป็นเรื่องด่วนเช่นกัน
.
ถ้าประธานสภาไม่วินิจฉัยให้ญัตติตั้ง กมธ. พ.ร.ก. เงินกู้ เป็นเรื่องด่วน ก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าประธานสภากำลังใช้อำนาจของตนเองเพื่อช่วยรัฐบาลในการหนีการตรวจสอบของสภา กรณีการใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่จงใจเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อสอดไส้โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาท
.
วันนี้ มาร่วมกันติดตามวาระประชุมสภาสัปดาห์หน้าและผลการวินิจฉัยของประธานสภากัน”
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่