เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนผมอายุ 11 ขวบ ในช่วงปิดเทอมผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดอุบลราชธานี แถวอำเภอโขงเจียม โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบไปคาเฟ่มาก เพราะบรรยากาศดีเหมาะแก่การนั่งทำงานและพักผ่อน
ทริปนั้นผมได้เข้าพักในที่พักแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่โรงแรมขนาดใหญ่ แต่มีลักษณะคล้ายบ้านพักมากกว่า ผมได้บ้านไม้หลังหนึ่งสำหรับพักผ่อนร่วมกับอา บรรยากาศในช่วงเย็นนั้นถือว่าดีมาก ผมลองดื่มแอลกอฮอล์ไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้านอนตอน 23:00 น.
หลังจากล้มตัวลงนอน ผมกลับรู้สึกอึดอัดและนอนไม่หลับ เหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่อาของผมหลับไปนานแล้ว จากนั้นผมก็รู้สึกตัวว่าลืมตาไม่ขึ้นและขยับร่างกายไม่ได้ แม้จะไม่มีอาการแน่นหน้าอกหรือความรู้สึกกดทับใดๆ แต่ประสาทสัมผัสเหมือนหายไปหมด ผมตกอยู่ในสภาวะนั้นยาวนานจนรู้สึกว่าผ่านไปนานมาก
เมื่อผมพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือเงาสีดำรูปร่างสูงใหญ่ประมาณ 2 เมตร ผิวหนังดูคล้ายรอยไหม้ และมีดวงตาสีขาวเรืองแสง ใบหน้าของมันไม่มีปาก จมูก หรือหู มันค่อยๆ คลานจากปลายเตียงขึ้นมาหาผม แล้วจู่ๆ ก็พุ่งเข้าใส่ก่อนจะหายวับไป ทิ้งให้ผมกลับมามีสติอีกครั้งในช่วงเช้าของวันถัดมา
ผีอำตอนไปพักกับอาที่โขงเจียม
ทริปนั้นผมได้เข้าพักในที่พักแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่โรงแรมขนาดใหญ่ แต่มีลักษณะคล้ายบ้านพักมากกว่า ผมได้บ้านไม้หลังหนึ่งสำหรับพักผ่อนร่วมกับอา บรรยากาศในช่วงเย็นนั้นถือว่าดีมาก ผมลองดื่มแอลกอฮอล์ไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้านอนตอน 23:00 น.
หลังจากล้มตัวลงนอน ผมกลับรู้สึกอึดอัดและนอนไม่หลับ เหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่อาของผมหลับไปนานแล้ว จากนั้นผมก็รู้สึกตัวว่าลืมตาไม่ขึ้นและขยับร่างกายไม่ได้ แม้จะไม่มีอาการแน่นหน้าอกหรือความรู้สึกกดทับใดๆ แต่ประสาทสัมผัสเหมือนหายไปหมด ผมตกอยู่ในสภาวะนั้นยาวนานจนรู้สึกว่าผ่านไปนานมาก
เมื่อผมพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือเงาสีดำรูปร่างสูงใหญ่ประมาณ 2 เมตร ผิวหนังดูคล้ายรอยไหม้ และมีดวงตาสีขาวเรืองแสง ใบหน้าของมันไม่มีปาก จมูก หรือหู มันค่อยๆ คลานจากปลายเตียงขึ้นมาหาผม แล้วจู่ๆ ก็พุ่งเข้าใส่ก่อนจะหายวับไป ทิ้งให้ผมกลับมามีสติอีกครั้งในช่วงเช้าของวันถัดมา