เมื่อวันที่17พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ขับมอเตอร์ไซค์กลับจากทำธุระที่ต่างอำเภอ
เสร็จธุระจากอำเภอนั้นก็เวลาประมาณ5โมงเย็นหน่อยๆ ก็ได้ขับรถกลับปกติ ระยะทางจากอำเภอที่ไปทำธุระ อยู่ห่างจากอำเภอที่ทำงานอยู่26กิโล ขับรถขึ้นเขาลงเขามาเรื่อยๆ จนเวลา6โมงเริ่มจะมีไฟทางเปิดบ้างแล้วเป็นบางจุด ตอนนั้นก็ขับมาได้ไกลมากแล้ว ด้วยความว่ารถมอเตอร์ไซค์เราไม่มีกระจกทั้งสองด้าน เป็นผู้หญิงมาคนเดียวด้วย ก็เลยไม่ขับไว ค่อยๆไปช้าเพราะถนนมันเป็นเขาแคบสองข้างทาง ระหว่างนั้นได้ขับลงเขาสุดท้ายพอดี มีไฟเปิดเป็นระยะ และเป็นทางคดโค้งแนวราบยาว ด้วยความว่าเราขับรถไม่ไว เราได้หันมองข้างทางทั้งฝั่งเรื่อยๆ และจะชลอหันมองข้างหลังเป็นพักๆ ช่วงที่เราหันมองข้างทางกลับมามองถนน เราก็ได้ตกใจหนักมาก เจอผู้หญิงวัยไม่เกิน45-50 เดินข้ามถนนจากอีกฝั่งมาทางเลนเรา เเละรถก็มีวิ่งส่วนทางกันประปราย มันเป็นไปได้ไงที่เขาข้ามถนนแล้วรถไม่ชน คือมัน งง มาก รถขับผ่านไปในเวลาเดียวกันกับที่เขาคนนั้นข้ามมาถึงริมถนนฝั่งเรา เหมือนกับว่ารถคันไม่เห็นว่ามีคนข้ามทางมา และเวลานั้นมันก็ไม่ได้โผล้เพล้จนมองไม่เห็นคน เพราะมันเป็นข้างทางที่โล่งทั้งสองฝั่ง จึงยังมองและดูอะไๆได้ชัดอยู่พอสมควร
เราก็งง และทั้งตกใจ เลยจอดรถตบหน้าอกตัวเองเบาๆ และพูดคนเดียวในใจว่า เราเจออะไรวะเนี่ย ถ้าเกิดอุบัติเหตุเราจะไม่โดนลูกหลงเหรอ ในระหว่างที่เราใจเสียนั้น เราก็ไม่ได้หันไปมองดูผู้หญิงคนนั้นเลย พอเราเริ่มโอเคขึ้น เราก็ขับรถไปต่อ แล้วก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่ได้เห็นผู้หญิงคนนั้นไปเฉยๆเลย พอสักพักฟ้าก็เริ่มมืด เราก็ได้ขับเข้ามาถึงในตัวอำเภอนั้นที่เราพักทำงานอยู่ ก็ได้แวะเข้าไปเติมน้ำมันในปั้ม ปตท .ไปเข้าห้องน้ำปั้ม เสร็จธุระจากที่ปั้มก็ขับรถกลับที่พัก บรรยากาศตอนนั้น มืดเต็มที่แล้ว ไฟทางเปิดทุกดวงทั้งสองฝั่ง เราขับรถไปเรื่อยๆก็ได้เห็นว่าข้างหน้าเรามีอรถที่ขับชลอและตีไฟเลี้ยวอยู่ เพื่อที่จะออกขวา เพราะทางขวาแอีกฝั่งจะเป็นโรงพยาบาลของอำเภอ และด้วยความว่าเราขับรถช้า สายตาซอกแทรก เราก็ได้ชะเง้อไปมองในท้ายกระบะรถคันนั้น เชื่อไหมว่ามันทำให้เราใจแทบขาดจนรถเกือบล้ม ท้ายรถกระบะคันนั้น มีผู้หญิงนอนอยู่หลังรถ และลักษณะคือเป็นคนเดียวกับที่เราเห็นเขาข้ามถนนก่อนหน้านั้นไม่ถึงชั่วโมง เห็นเลือด ไหลเปื้อนเต็มคอ จมูกอุดสำลีไว้ และมีเลือดไหลออกที่สำลี
ตอนนั้นขับรถมาเรื่อยๆแล้วก็อึ้งกับสิ่งที่เจอมาก เพราะดูตอนแรกมันเหมือนคนนอนหลับ และเราเวลามองอะไร ชอบเพ่งมองแบบตั้งใจมากๆ และตอนนั้นมันก็มืดแล้วด้วย แต่ยังมองเห็นเพราะไฟทางส่องลงมา ไม่น่ากลัวนะคะ แต่เรากลัวจนตอนนี้ไม่กล้าขับมอไซค์หลัง6โมงเย็นคนเดียวอีกเลยค่ะ
ขากลับหลอน
เสร็จธุระจากอำเภอนั้นก็เวลาประมาณ5โมงเย็นหน่อยๆ ก็ได้ขับรถกลับปกติ ระยะทางจากอำเภอที่ไปทำธุระ อยู่ห่างจากอำเภอที่ทำงานอยู่26กิโล ขับรถขึ้นเขาลงเขามาเรื่อยๆ จนเวลา6โมงเริ่มจะมีไฟทางเปิดบ้างแล้วเป็นบางจุด ตอนนั้นก็ขับมาได้ไกลมากแล้ว ด้วยความว่ารถมอเตอร์ไซค์เราไม่มีกระจกทั้งสองด้าน เป็นผู้หญิงมาคนเดียวด้วย ก็เลยไม่ขับไว ค่อยๆไปช้าเพราะถนนมันเป็นเขาแคบสองข้างทาง ระหว่างนั้นได้ขับลงเขาสุดท้ายพอดี มีไฟเปิดเป็นระยะ และเป็นทางคดโค้งแนวราบยาว ด้วยความว่าเราขับรถไม่ไว เราได้หันมองข้างทางทั้งฝั่งเรื่อยๆ และจะชลอหันมองข้างหลังเป็นพักๆ ช่วงที่เราหันมองข้างทางกลับมามองถนน เราก็ได้ตกใจหนักมาก เจอผู้หญิงวัยไม่เกิน45-50 เดินข้ามถนนจากอีกฝั่งมาทางเลนเรา เเละรถก็มีวิ่งส่วนทางกันประปราย มันเป็นไปได้ไงที่เขาข้ามถนนแล้วรถไม่ชน คือมัน งง มาก รถขับผ่านไปในเวลาเดียวกันกับที่เขาคนนั้นข้ามมาถึงริมถนนฝั่งเรา เหมือนกับว่ารถคันไม่เห็นว่ามีคนข้ามทางมา และเวลานั้นมันก็ไม่ได้โผล้เพล้จนมองไม่เห็นคน เพราะมันเป็นข้างทางที่โล่งทั้งสองฝั่ง จึงยังมองและดูอะไๆได้ชัดอยู่พอสมควร
เราก็งง และทั้งตกใจ เลยจอดรถตบหน้าอกตัวเองเบาๆ และพูดคนเดียวในใจว่า เราเจออะไรวะเนี่ย ถ้าเกิดอุบัติเหตุเราจะไม่โดนลูกหลงเหรอ ในระหว่างที่เราใจเสียนั้น เราก็ไม่ได้หันไปมองดูผู้หญิงคนนั้นเลย พอเราเริ่มโอเคขึ้น เราก็ขับรถไปต่อ แล้วก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่ได้เห็นผู้หญิงคนนั้นไปเฉยๆเลย พอสักพักฟ้าก็เริ่มมืด เราก็ได้ขับเข้ามาถึงในตัวอำเภอนั้นที่เราพักทำงานอยู่ ก็ได้แวะเข้าไปเติมน้ำมันในปั้ม ปตท .ไปเข้าห้องน้ำปั้ม เสร็จธุระจากที่ปั้มก็ขับรถกลับที่พัก บรรยากาศตอนนั้น มืดเต็มที่แล้ว ไฟทางเปิดทุกดวงทั้งสองฝั่ง เราขับรถไปเรื่อยๆก็ได้เห็นว่าข้างหน้าเรามีอรถที่ขับชลอและตีไฟเลี้ยวอยู่ เพื่อที่จะออกขวา เพราะทางขวาแอีกฝั่งจะเป็นโรงพยาบาลของอำเภอ และด้วยความว่าเราขับรถช้า สายตาซอกแทรก เราก็ได้ชะเง้อไปมองในท้ายกระบะรถคันนั้น เชื่อไหมว่ามันทำให้เราใจแทบขาดจนรถเกือบล้ม ท้ายรถกระบะคันนั้น มีผู้หญิงนอนอยู่หลังรถ และลักษณะคือเป็นคนเดียวกับที่เราเห็นเขาข้ามถนนก่อนหน้านั้นไม่ถึงชั่วโมง เห็นเลือด ไหลเปื้อนเต็มคอ จมูกอุดสำลีไว้ และมีเลือดไหลออกที่สำลี
ตอนนั้นขับรถมาเรื่อยๆแล้วก็อึ้งกับสิ่งที่เจอมาก เพราะดูตอนแรกมันเหมือนคนนอนหลับ และเราเวลามองอะไร ชอบเพ่งมองแบบตั้งใจมากๆ และตอนนั้นมันก็มืดแล้วด้วย แต่ยังมองเห็นเพราะไฟทางส่องลงมา ไม่น่ากลัวนะคะ แต่เรากลัวจนตอนนี้ไม่กล้าขับมอไซค์หลัง6โมงเย็นคนเดียวอีกเลยค่ะ