Trust the Process บทเรียน Arsenal แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี


การเชื่อในกระบวนการจึงไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชื่อ แต่คือความอดทนอย่างมีวินัย



Arsenal เป็นทีมที่ “เกือบ” มาหลายปี



เกือบดีพอ เกือบได้แชมป์ เกือบกลับมายิ่งใหญ่



คำว่า “เกือบ” ถ้าอยู่กับองค์กรนานพอ อาจทำลายความเชื่อมั่นในตัวเอง (ซึ่งเคยเป๋มาหลายปี) แต่ถ้าจัดการถูกต้อง มันกลับกลายเป็นพลัง



เพราะความแข็งแกร่งทางจิตใจไม่สามารถซื้อได้ มันต้องผ่านความเจ็บปวดจริง และต้องก้าวข้ามผ่านมันให้ได้



ประโยคทองของฤดูกาลนี้ออกมาจากปากของดีแคลน ไรซ์ ในวันที่แพ้แมนเชสเตอร์ซิตี้ 2-1 วันที่แม้แต่แฟนปืนอย่างผมก็ทำใจแล้วว่าปีนี้คงจะเป็นอีกปีที่ได้เป็นแค่ท่านรอง ใจมันฝ่อ หดหู่เหมือนทุกปี



“It’s not done!”



“มันยังไม่จบเว้ย”



ประโยคหลังเกมนี้ ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ และปลุกให้แฟนอาร์เซนอลทั้งโลก เชื่อมันว่า เฮ้ย ปีนี้มันไม่เหมือนเดิมว่ะ ใจมันได้แล้ว ใจมันใหญ่แล้ว  ปีนี้มันต้องเป็นปีของเราสิวะ!



สุดท้าย สิ่งที่ผมคิดว่าสวยที่สุดของเรื่องนี้ คือมิติทางอารมณ์



เพลง North London Forever ไม่ได้พูดถึงแชมป์ ไม่ได้พูดถึงชัยชนะ แต่มันพูดถึงบ้าน ชุมชน และความผูกพัน



สิ่งที่น่าสนใจคือ North London Forever ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นเพื่อ Arsenal โดยตรง แต่ มิเกล อาร์เตต้า มองเห็นพลังของมัน และเลือกดึงมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของสโมสรในช่วงปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ Arsenal ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเต็มตัว ยังอยู่ระหว่างการสร้างตัวตน และยังต้องต่อสู้กับคำวิจารณ์มากมาย



ประโยค whatever the weather มีความหมายลึกมาก และท่วงทำนองตอนที่คน 60,000 กว่าคนร้องในสนามทั้งตอนก่อนแข่งและหลังแข่งฟังแล้วขนลุกสุดๆ



ผมเองเชียร์อาร์เซนอลมานับ 20 กว่าปี ไปดูอาร์เซนอลที่สนามเป็นสิบๆ ครั้ง ก็เพิ่งได้ฟังเพลงนี้จริงๆในสนามเมื่อปีนี้นี่เอง การได้อยู่ในบรรยากาศวันนั้นยอมรับว่าน้ำตาไหลได้เลยครับ



North London forever

ลอนดอนเหนือจะอยู่กับเราตลอดไป



Whatever the weather

ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร



These streets are our own

ถนนทุกสายที่นี่คือบ้านของเรา



And my heart will leave you never

และหัวใจของฉันจะไม่มีวันจากที่นี่ไป



My blood will forever run through the stone

เลือดของฉันจะไหลเวียนอยู่ในผืนดินและก้อนหินแห่งที่นี่ตลอดไป



มันไม่ได้หมายถึงแค่ฝนตกหรือแดดออก แต่มันหมายถึง ตอนชนะก็อยู่ ตอนแพ้ก็อยู่ ตอนถูกล้อก็ยังอยู่



นี่คือสิ่งที่ทำให้ Arsenal ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล แต่เป็นชุมชนของผู้คนที่มีความเชื่อร่วมกัน



การสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากการหา “คนที่เก่งที่สุด” แต่มันเริ่มจากการตอบให้ได้ว่าเราเป็นใคร จากนั้นสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนตัวตนนั้น สร้างวินัยให้มันเกิดขึ้นจริง และมีความอดทนมากพอที่จะไม่เลิกกลางทาง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่