นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวถึงสถานการณ์กรณีสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการใช้กำลังทหารมิใช่หนทางแห่งการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังระบุว่าการโจมตีเครื่องบินขนส่งความช่วยเหลือของจีนในฉนวนกาซา ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการประกาศสงคราม
ทางการจีนได้ออกประกาศเตือนว่า หากภูมิภาคตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพ ประชาคมโลกย่อมไม่อาจประสบความสงบสุขได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและระบบการค้าโลกโดยรวม
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังได้เน้นย้ำว่าสถานการณ์ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังอยู่ใน "ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญระหว่างสงครามและสันติภาพ" โดยแสดงจุดยืนคัดค้านการขยายขอบเขตของความขัดแย้งหรือการอุบัติขึ้นของสมรภูมิแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ "ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง" และไม่อาจยอมรับได้หากมีการใช้กำลังทหารเกิดขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ การยุติภาวะสงครามจะส่งผลดีต่อการลดผลกระทบที่มีต่ออุปทานพลังงาน (โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ) ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมและระเบียบการค้าระหว่างประเทศ จีนจึงได้ผลักดันข้อเสนอ 4 ประการ เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค มุ่งสร้างฉันทามติและลดระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จีนและรัสเซียจำต้องยืนหยัดร่วมกันในการต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าโลกและการใช้อำนาจกดขี่ฝ่ายเดียวที่กำลังแพร่ระบาด โดยผู้นำจีนเตือนว่าโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะกลับไปสู่สภาวะ "กฎแห่งป่า" หากปล่อยให้มีการใช้อำนาจนิยมเข้าจัดการกิจการโลกเพียงฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ร่วมยังมีการประณามแผนการสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" ของสหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ โดยชี้ว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพความมั่นคงระหว่างประเทศ
สำหรับยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซีย ได้มีการระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเปรียบเสมือน "เสาหลัก" ที่ช่วยสร้างสมดุลท่ามกลางความผันผวนของโลก โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามใน "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยกระดับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน" เพื่อผลักดันระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผล พร้อมทั้งตกลงขยายอายุ "สนธิสัญญาความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตร" เพื่อวางรากฐานความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระยะยาว
https://english.news.cn/20260520/db1a19c99d5d4b1bba334512d00fbc49/c.html
จีนและรัสเซียแถลงการร่วมกันว่าจะยืนหยัดต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าโลก และการกลั่นแกล้งฝ่ายเดียวที่กำลังแพร่ระบาด
โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการใช้กำลังทหารมิใช่หนทางแห่งการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังระบุว่าการโจมตีเครื่องบินขนส่งความช่วยเหลือของจีนในฉนวนกาซา ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการประกาศสงคราม
ทางการจีนได้ออกประกาศเตือนว่า หากภูมิภาคตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพ ประชาคมโลกย่อมไม่อาจประสบความสงบสุขได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและระบบการค้าโลกโดยรวม
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังได้เน้นย้ำว่าสถานการณ์ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังอยู่ใน "ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญระหว่างสงครามและสันติภาพ" โดยแสดงจุดยืนคัดค้านการขยายขอบเขตของความขัดแย้งหรือการอุบัติขึ้นของสมรภูมิแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ "ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง" และไม่อาจยอมรับได้หากมีการใช้กำลังทหารเกิดขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ การยุติภาวะสงครามจะส่งผลดีต่อการลดผลกระทบที่มีต่ออุปทานพลังงาน (โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ) ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมและระเบียบการค้าระหว่างประเทศ จีนจึงได้ผลักดันข้อเสนอ 4 ประการ เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค มุ่งสร้างฉันทามติและลดระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จีนและรัสเซียจำต้องยืนหยัดร่วมกันในการต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าโลกและการใช้อำนาจกดขี่ฝ่ายเดียวที่กำลังแพร่ระบาด โดยผู้นำจีนเตือนว่าโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะกลับไปสู่สภาวะ "กฎแห่งป่า" หากปล่อยให้มีการใช้อำนาจนิยมเข้าจัดการกิจการโลกเพียงฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ร่วมยังมีการประณามแผนการสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" ของสหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ โดยชี้ว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพความมั่นคงระหว่างประเทศ
สำหรับยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซีย ได้มีการระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเปรียบเสมือน "เสาหลัก" ที่ช่วยสร้างสมดุลท่ามกลางความผันผวนของโลก โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามใน "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยกระดับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน" เพื่อผลักดันระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผล พร้อมทั้งตกลงขยายอายุ "สนธิสัญญาความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตร" เพื่อวางรากฐานความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระยะยาว
https://english.news.cn/20260520/db1a19c99d5d4b1bba334512d00fbc49/c.html