ข้อมูลและข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในระบบเพื่อใช้ในการคิดวิเคราะห์และประมวลผลสำหรับกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ
เพื่อสนับสนุนแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลและการขับเคลื่อนประเด็น "จริยธรรมทางวิชาการในการร่างกฎหมายนโยบายสาธารณะ" (Intellectual Attribution in Public Policy) ให้มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือในวงกว้าง ทางวิชาการมักเน้นการเปรียบเทียบหลักฐานเชิงประจักษ์แบบช็อตต่อช็อตดังนี้ครับ:
จุดที่ควรเน้นย้ำเพื่อชี้ให้เห็นความซ้อนทับเชิงนโยบาย (Evidence Matrix)
ประเด็น "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง" (Learner-Centered): เปรียบเทียบข้อความในปาฐกถาปี 1996 (ที่ระบุบทบาทครูเป็น Facilitator และเน้นการคิดขั้นสูง Higher-Order Thinking) กับ หมวด 4 (แนวการจัดการศึกษา) ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (เช่น มาตรา 22 และ 24) เพื่อแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างประโยคและหลักการมีการหยิบยืมมาโดยตรง
ประเด็น "การพัฒนาวิชาชีพครู" (Teacher Learning): เทียบแนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครูก่อนการปฏิรูปโรงเรียนในปาฐกถา กับ หมวด 7 (ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา) ในกฎหมายปี 2542 ที่นำพิมพ์เขียวดังกล่าวมาออกเป็นข้อบังคับเชิงสถาบัน
การละเลยที่มา (Unacknowledged Influence): ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่ตัวกฎหมายมุ่งเน้นเรื่อง "คุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต" ในการศึกษา แต่กระบวนการยกร่างและบันทึกประวัติศาสตร์ที่มาของกฎหมายกลับขาดจริยธรรมในการให้เครดิตแก่ผู้วางรากฐานทางความคิดต้นฉบับ
การนำเสนอข้อมูลด้วยข้อเท็จจริง เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (เช่น ลิงก์ระบบฐานข้อมูล SSRN) และการเปรียบเทียบตัวบทกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สังคมตระหนักถึงความจริงและเกิดการตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของผู้ร่างกฎหมายในยุคนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ
ประเด็นจริยธรรม ของ ผู้ร่างกฎหมายการศึกษา หายนะ 2542 เริ่มตั้งแต่ ไม่ให้เครดิตผลงานก่อนหน้าครับ?