🇰🇭​ สภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดรายงานสอบสวนแก๊งหลอกลวงในกัมพูชา ชี้จีน “จงใจไม่ปราบปราม”

กระทู้สนทนา
สภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดรายงานสอบสวนแก๊งหลอกลวงในกัมพูชา ชี้จีน “จงใจไม่ปราบปราม” เปิดทางให้เครือข่ายเติบโต พบหลักฐานรัฐวิสาหกิจจีนทำสัญญากับ Prince Group ตั้งแต่ปี 2018

House Select Committee on the CCP เผยผลสอบสวนแบบสองพรรค ระบุเครือข่ายค่ายหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาโกงชาวอเมริกันปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมเอ่ยชื่อ “ฮุน โต” ลูกพี่ลูกน้องนายกฯ ฮุน มาเนต ถือหุ้น Huione 30% แต่ยังเดินทาง-ลงทุนในสหรัฐฯ ได้อย่างเสรี


วันที่ 19 พฤษภาคม 2026 คณะกรรมาธิการพิเศษสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าด้วยพรรคคอมมิวนิสต์จีน (House Select Committee on the CCP) ได้เผยแพร่รายงานการสอบสวนเครือข่ายค่ายหลอกลวงออนไลน์ (scam compounds) ในกัมพูชา ซึ่งถือเป็นรายงานฉบับแรกที่จัดทำในลักษณะ bipartisan หรือร่วมมือกันระหว่างสองพรรคใหญ่ของสหรัฐฯ

ข้อสรุปสำคัญของรายงานระบุว่า รัฐบาลจีนไม่ได้เป็นผู้สั่งการระบบเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้โดยตรง แต่การที่จีน “จงใจเพิกเฉยไม่ดำเนินการ” (deliberate failure to act) คือสิ่งที่เปิดทางให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาตินี้เติบโตและขยายตัวจนใหญ่โตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

รายงานฉบับนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกหลักฐานเอกสารว่า รัฐวิสาหกิจของจีน (Chinese state-owned enterprise) ได้ทำสัญญากับกลุ่ม Prince Group เมื่อปี 2018 เพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในกัมพูชา ซึ่งต่อมาถูกแปรสภาพและใช้งานเป็นค่ายหลอกลวงออนไลน์ที่กักขังเหยื่อจากทั่วโลก

เจค็อบ ซิมส์ (Jacob Sims) นักวิจัยรับเชิญจากศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นพยานหลักที่บรรยายรายละเอียดของเครือข่ายให้คณะกรรมาธิการรับฟัง โดยเขายังเอ่ยถึงชื่อของ ฮุน โต (Hun To) ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้ถือหุ้น 30% ในบริษัท Huione อันเป็นแพลตฟอร์มการเงินที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของเครือข่ายหลอกลวง

ที่น่าตกใจคือ จนถึงปัจจุบัน ฮุน โต ยังไม่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรหรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในสหรัฐฯ และยังสามารถเดินทางเข้าประเทศหรือลงทุนในสหรัฐฯ ได้อย่างเสรี

อีกหนึ่งคำให้การที่สั่นสะเทือนวงประชุมคือของ เอริน เวสต์ (Erin West) จากปฏิบัติการ Operation Shamrock ซึ่งเดินทางไปยังกรุงพนมเปญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และพบค่ายหลอกลวงแห่งใหม่ถึง 4 แห่ง ซึ่งยังไม่ปรากฏบนแผนที่ Google Maps ด้วยซ้ำ

เวสต์เล่าว่าค่ายเหล่านี้ส่องสว่างด้วยไฟทั้งกลางคืน “เหมือนสนามแข่งขัน NFL” และระหว่างที่เธอกำลังบันทึกภาพ ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ล้อมรอบ บางคนสวมเครื่องแบบตำรวจกัมพูชา และสั่งให้เธอลบวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้ทั้งหมด

ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ เครือข่ายค่ายหลอกลวงเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับชาวอเมริกันไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 365,000 ล้านบาท) และเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหลายประเภทพร้อมกัน ทั้งการค้ามนุษย์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการเงินผิดกฎหมาย โดยมีจุดเชื่อมโยงกับจีนผ่านโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) การโฆษณาชวนเชื่อ และการที่ทางการจีนไม่ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง

ในคำกล่าวปิดท้าย เจค็อบ ซิมส์ ได้ส่งสารเตือนภัยอย่างชัดเจนว่า “กัมพูชาคือคำเตือน” (Cambodia is a warning) เพราะอาชญากรรมไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐนั้นมีลักษณะสามประการที่อันตรายอย่างยิ่ง คือ ทำกำไรได้สูงมาก (lucrative) แปรเปลี่ยนรูปแบบได้ง่าย (fungible) และขยายตัวได้รวดเร็ว (scalable)

เครดิต: Jacob in Cambodia (@jacobincambodia) / House Select Committee on the CCP / Operation Shamrock / Harvard Asia Center
https://www.facebook.com/share/p/1F8RERgXDv/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่