ฮาวทู: วิธีทำให้ตู้เย็นว่างเปล่าตลอดเวลา เพื่อฝึกจิตให้ละวางความหิว (ฉบับขำๆ แต่ได้ผลจริงครับ)

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน!

วันนี้ผมมีเรื่องสุดแปลกที่จะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องของเรื่องคือ ผมไปเจอ “หนทางแห่งการหลุดพ้น” มาครับ ไม่ใช่การเข้าวัดเข้าวาอะไรหรอกนะครับ แต่เป็นการฝึกจิตกับ... ตู้เย็นที่บ้านนี่แหละครับ! ฮ่าๆๆ ฟังดูงงๆ ใช่ไหมครับ? แต่เชื่อเถอะว่ามันได้ผลจริงจัง และเปลี่ยนชีวิตผมไปได้เลยครับ

ปกติแล้วเวลาเราเปิดตู้เย็นทีไร มันต้องเจออะไรเต็มไปหมดใช่ไหมครับ? ทั้งของที่กินไม่หมด ของที่ซื้อมาตุน ของที่วางแผนว่าจะทำ แต่สุดท้ายก็เน่าเสียคาตู้ หรือไม่ก็เจอขนม เครื่องดื่ม ที่พอเห็นแล้วมือมันก็ไปหยิบเองโดยอัตโนมัติซะอย่างนั้น กลายเป็นว่าเรากินตามความอยาก ไม่ใช่ความหิวจริงๆ ครับ

ทีนี้ผมเลยลองคิดเล่นๆ ว่า "ถ้าตู้เย็นมันว่างเปล่าล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น?" จากความคิดเล่นๆ กลายเป็นการทดลองจริงจัง แล้วมันก็กลายเป็น "ฮาวทู" ที่ผมอยากจะมาแบ่งปันนี่แหละครับ เรียกได้ว่าเป็นการฝึกจิตให้ละวางจากความอยากอาหาร ฝึกความมีวินัย และที่สำคัญคือ... ตู้เย็นสะอาดเอี่ยมตลอดเวลาด้วยครับ!



เอาล่ะครับ ไม่พล่ามเยอะ เรามาดูกันดีกว่าว่า "วิธีทำให้ตู้เย็นว่างเปล่าตลอดเวลา เพื่อฝึกจิตให้ละวางความหิว" เนี่ย มันมีขั้นตอนยังไงบ้างครับ

ขั้นตอนที่ 1 เคลียร์ตู้เย็นให้เกลี้ยงครับ! (ใช่ครับ... เกลี้ยงจริงๆ)

ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ คือการเอาทุกสิ่งอย่างออกจากตู้เย็นให้หมดครับ! ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวที่เหลือค้าง ขนม นม เนย ผลไม้ที่ใกล้จะเน่า ทุกอย่างครับ! ถ้ากินได้ก็รีบกินให้หมด ถ้าแบ่งปันได้ก็แบ่งปันครับ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องยอมทิ้งไปครับ (อันนี้คือช่วงแรกของการฝึกจิตที่ยากที่สุดเลยครับ!) การได้เห็นตู้เย็นที่ว่างเปล่าเป็นครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งโล่ง ทั้งตกใจ และรู้สึกแปลกๆ ครับ เหมือนมีอะไรหายไปจากชีวิตเลยครับ

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งกฎเหล็กว่า "ไม่ซื้อ ไม่ตุน ไม่เก็บ" ครับ

นี่คือหัวใจของการฝึกครับ! นับจากนี้ไป เราจะซื้ออาหารแค่พอดีสำหรับมื้อนั้นๆ หรือวันนั้นๆ เท่านั้นครับ จะไม่มีการซื้อของมาตุนใส่ตู้เย็นอีกต่อไปแล้วครับ ถ้าจะทำอาหารมื้อเย็น ก็ไปซื้อวัตถุดิบแค่พอดีกับที่จะทำครับ กินเสร็จก็ล้าง เก็บ แค่นี้จบครับ ตู้เย็นก็จะยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม

แรกๆ อาจจะรู้สึกไม่สะดวกครับ เพราะเราติดกับการมีทุกอย่างพร้อมในตู้เย็น พอจะทำอะไรทีต้องออกไปซื้อที ก็จะรู้สึกขัดใจครับ แต่นี่แหละครับคือการฝึกให้เราอยู่กับปัจจุบัน และกินเท่าที่จำเป็นจริงๆ ครับ



ขั้นตอนที่ 3 เผชิญหน้ากับความว่างเปล่า และทำความเข้าใจ "ความหิว" ครับ

พอตู้เย็นว่างเปล่าแล้ว สิ่งที่คุณจะเจอคือ "ความรู้สึกอยาก" ครับ อยากจะหยิบอะไรมากินเล่น อยากจะเปิดหาขนม อยากจะดื่มน้ำหวานเย็นๆ แต่... มันไม่มีแล้วครับ!

นี่คือช่วงเวลาทองของการฝึกจิตครับ! ให้เราสังเกตความรู้สึกนั้นครับ มันเป็นความหิวจริงๆ หรือแค่ความเบื่อ? ความอยาก? หรือแค่ติดนิสัยที่ต้องกินตลอดเวลาครับ? พอไม่มีอะไรให้หยิบง่ายๆ เราจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองครับ "ฉันหิวจริงหรือเปล่า?" "ฉันต้องการพลังงานจริงๆ หรือแค่อยากกินเพราะว่าง?"

การเปิดตู้เย็นที่ว่างเปล่าบ่อยๆ จะทำให้เราเห็น "ความว่างเปล่า" นั้นซ้ำๆ ครับ มันเป็นการเตือนให้เราอยู่กับสติ และไม่ตามใจปากมากเกินไปครับ แรกๆ อาจจะทรมานหน่อยครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าไม่นานก็จะชิน และจะเริ่มแยกแยะได้ว่าอันไหนคือความหิวจริงๆ อันไหนคือความอยากครับ



ขั้นตอนที่ 4 การวางแผนอาหารแบบมีสติ (และไม่ต้องใช้ตู้เย็นมากนัก) ครับ

เมื่อเราฝึกจนชินกับการไม่มีของในตู้เย็นแล้ว เราจะเริ่มวางแผนการกินได้ดีขึ้นครับ เช่น

   มื้อเช้า อาจจะเป็นอะไรที่เตรียมง่ายๆ เช่น ซีเรียลกับนม (นมซื้อมาแบบขวดเล็กพอดีกิน, ซีเรียลเก็บนอกตู้เย็นได้) หรือผลไม้ที่ซื้อมาวันต่อวันครับ
   มื้อกลางวัน ทำอาหารไปเองจากวัตถุดิบที่ซื้อมาเมื่อเช้า แล้วกินให้หมด หรือออกไปทานข้างนอกครับ
   มื้อเย็น ซื้อวัตถุดิบสดใหม่จากตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน แล้วกลับมาทำทานทันทีครับ (หรือถ้าไม่สะดวกก็ซื้ออาหารสำเร็จรูปที่ทานได้เลยครับ)

การมีตู้เย็นที่ว่างเปล่าไม่ได้แปลว่าเราอดอาหารนะครับ แต่หมายถึงเรากินอย่างมีสติมากขึ้น วางแผนมากขึ้น และกินเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่กินเพื่อความอยากครับ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึก (มันดีกว่าที่คิดเยอะเลยครับ!)

1.  ประหยัดเงิน ไม่ต้องซื้อของมาตุนเยอะๆ ของไม่เน่าเสียทิ้งให้เสียดายเงินอีกต่อไปครับ
2.  สุขภาพดีขึ้น กินอาหารสดใหม่มากขึ้น ลดการกินจุบจิบ ลดการกินของที่ไม่จำเป็นครับ
3.  ตู้เย็นสะอาดเอี่ยม ไม่ต้องมานั่งขัดคราบสกปรก หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกต่อไปครับ
4.  จิตใจสงบขึ้น อันนี้คือไฮไลท์ครับ! เราจะเริ่มแยกแยะความรู้สึกได้ดีขึ้น มีสติกับการกินมากขึ้น ไม่ตกเป็นทาสของความอยากอาหารครับ มันคือการฝึกความมีวินัยอย่างหนึ่งเลยครับ
5.  ความสัมพันธ์กับอาหารเปลี่ยนไป จากที่เคยมองอาหารเป็นแค่ความสุขทางอารมณ์ ก็จะเริ่มมองมันเป็นแหล่งพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกายจริงๆ ครับ

ฟังดูเหมือนจะบ้าใช่ไหมครับ? ฮ่าๆๆ ผมเองก็คิดอย่างนั้นตอนแรกครับ แต่พอได้ลองทำแล้ว มันเปลี่ยนมุมมองของผมเกี่ยวกับอาหารและการใช้ชีวิตไปเลยครับ

ถ้าใครเบื่อการที่ตู้เย็นรกๆ เบื่อการกินจุบจิบ ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่จำเป็นต้องสุดโต่งเหมือนผมก็ได้ครับ อาจจะเริ่มจากการเคลียร์ตู้เย็นให้โล่งขึ้นสักนิด แล้วลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงดูครับ

ผมรับรองว่าคุณจะค้นพบอะไรใหม่ๆ ในตัวเองอย่างแน่นอนครับ!

แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับว่าได้ผลเป็นยังไงบ้างครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่