สวัสดีค่ะ อยากมาเล่าเรื่องและขอความคิดเห็นจากทุกคนค่ะ
เราอยากรู้ว่า “เราผิดไหมที่ไม่อยากให้เพื่อนกลับรถคันเดียวกับเรา และไม่ค่อยอยากให้มาที่บ้านเหมือนเมื่อก่อน”
รถที่ว่าคือรถพ่อแม่เรา ส่วนเพื่อนคนนี้คุณแม่ของเขาไม่ค่อยอยากมารับเวลาไปเที่ยว เพราะแม่เขาชอบหลงทาง เลยทำให้เพื่อนมักจะทักมาหาเราบ่อย ๆ ประมาณว่า “แม่ด่า ทะเลาะกับแม่ ขอติดรถกลับด้วยนะ” และบางครั้งก็มาที่บ้านเราเพื่อมาเล่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย สนุกกันมาตลอด
จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ช่วงนั้นเรากับเพื่อนมีเรื่องขัดใจกันเล็กน้อย ยังมีความค้างคาใจกันอยู่ แต่เพื่อนอยากไปร้องคาราโอเกะมาก เราเลยยอมไปด้วยเพราะไม่อยากขัดใจเขา อีกอย่างก่อนหน้านั้นเขาก็เคยไม่พอใจตอนที่เพื่อนอีกคนไม่อยากไป
พอถึงวันจริง เพื่อนคนนี้ดูอารมณ์ไม่ดีมาก ไม่ค่อยร้องเพลง ดูซึม ๆ แล้วเหมือนไปร้องไห้ในห้องน้ำ เพื่อนคนอื่นก็สังเกตเห็น แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร รวมถึงเราด้วย เพราะกลัวว่าถ้าทักไปจะโดนประชดหรือทำให้สถานการณ์แย่ลง
สุดท้ายบรรยากาศเริ่มไม่ดี พวกเราเลยออกจากร้านเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเพลงที่อยากร้องต่อแล้วด้วย
หลังจากนั้นพวกเราคุยกันว่าจะไปที่อื่นต่อหรือจะแยกย้ายกลับบ้าน เราเลยถามเพื่อนคนนี้ว่า “ยังจะกลับด้วยกันไหม” เพราะตอนแรกเราคิดว่าเขาอาจจะอารมณ์ไม่ดีจนอยากให้แม่มารับเอง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขากลอกตาใส่ ตอบแบบประชด พอเราถามอีกครั้งก็ยังตอบแบบปัด ๆ และประชดอีก เราเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ
หลังจากไปที่อื่นต่อ เขาดูอารมณ์ดีขึ้น แต่สำหรับเรา เรารู้สึกเหนื่อยและอึดอัดมาก เลยขอกลับบ้านก่อน
พอจบวันนั้น เขาทักมาขอโทษเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้โกรธเขาแล้วนะคะ แต่ความรู้สึกอึดอัดยังอยู่ มันกลายเป็นภาพจำที่ทำให้เรารู้สึกไม่อยากให้เขากลับรถคันเดียวกับเราอีก และก็ไม่ค่อยอยากให้มาที่บ้านเหมือนเมื่อก่อน
ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้ถือว่าใจแคบหรือเปล่า และถ้าวันหนึ่งต้องปฏิเสธไม่ให้ติดรถกลับหรือไม่สะดวกให้มาบ้าน เราก็กลัวว่าเขาจะประชดหรือไม่พอใจอีก
เราผิดไหมที่ไม่อยากให้เพื่อนนั่งรถกลับด้วย
เราอยากรู้ว่า “เราผิดไหมที่ไม่อยากให้เพื่อนกลับรถคันเดียวกับเรา และไม่ค่อยอยากให้มาที่บ้านเหมือนเมื่อก่อน”
รถที่ว่าคือรถพ่อแม่เรา ส่วนเพื่อนคนนี้คุณแม่ของเขาไม่ค่อยอยากมารับเวลาไปเที่ยว เพราะแม่เขาชอบหลงทาง เลยทำให้เพื่อนมักจะทักมาหาเราบ่อย ๆ ประมาณว่า “แม่ด่า ทะเลาะกับแม่ ขอติดรถกลับด้วยนะ” และบางครั้งก็มาที่บ้านเราเพื่อมาเล่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย สนุกกันมาตลอด
จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ช่วงนั้นเรากับเพื่อนมีเรื่องขัดใจกันเล็กน้อย ยังมีความค้างคาใจกันอยู่ แต่เพื่อนอยากไปร้องคาราโอเกะมาก เราเลยยอมไปด้วยเพราะไม่อยากขัดใจเขา อีกอย่างก่อนหน้านั้นเขาก็เคยไม่พอใจตอนที่เพื่อนอีกคนไม่อยากไป
พอถึงวันจริง เพื่อนคนนี้ดูอารมณ์ไม่ดีมาก ไม่ค่อยร้องเพลง ดูซึม ๆ แล้วเหมือนไปร้องไห้ในห้องน้ำ เพื่อนคนอื่นก็สังเกตเห็น แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร รวมถึงเราด้วย เพราะกลัวว่าถ้าทักไปจะโดนประชดหรือทำให้สถานการณ์แย่ลง
สุดท้ายบรรยากาศเริ่มไม่ดี พวกเราเลยออกจากร้านเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเพลงที่อยากร้องต่อแล้วด้วย
หลังจากนั้นพวกเราคุยกันว่าจะไปที่อื่นต่อหรือจะแยกย้ายกลับบ้าน เราเลยถามเพื่อนคนนี้ว่า “ยังจะกลับด้วยกันไหม” เพราะตอนแรกเราคิดว่าเขาอาจจะอารมณ์ไม่ดีจนอยากให้แม่มารับเอง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขากลอกตาใส่ ตอบแบบประชด พอเราถามอีกครั้งก็ยังตอบแบบปัด ๆ และประชดอีก เราเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ
หลังจากไปที่อื่นต่อ เขาดูอารมณ์ดีขึ้น แต่สำหรับเรา เรารู้สึกเหนื่อยและอึดอัดมาก เลยขอกลับบ้านก่อน
พอจบวันนั้น เขาทักมาขอโทษเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้โกรธเขาแล้วนะคะ แต่ความรู้สึกอึดอัดยังอยู่ มันกลายเป็นภาพจำที่ทำให้เรารู้สึกไม่อยากให้เขากลับรถคันเดียวกับเราอีก และก็ไม่ค่อยอยากให้มาที่บ้านเหมือนเมื่อก่อน
ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้ถือว่าใจแคบหรือเปล่า และถ้าวันหนึ่งต้องปฏิเสธไม่ให้ติดรถกลับหรือไม่สะดวกให้มาบ้าน เราก็กลัวว่าเขาจะประชดหรือไม่พอใจอีก